
คนไทยมาจากประเทศเสี่ยง 7 คนโดนกักตัว 14 วัน ผู้ว่าฯยันปกติดี
คนไทยมาจากประเทศเสี่ยง 7 คนโดนกักตัว 14 วัน ผู้ว่าฯยันปกติดี
นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.สุรินทร์ กล่าวถึงกรณีคนไทยกลับจากเกาหลีใต้ แล้วเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ และมาใช้ชีวิตอยู่เป็นปกติในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ จนมีการแชร์ผ่านสื่อโซเชียลจำนวนมาก จึงได้สั่งการให้นายอำเภอเมืองสุรินทร์ และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ จัดชุดเคลื่อนที่เร็วออกค้นหา จนพบตัวและเจ้าหน้าที่ได้ทำการซักประวัติสอบสวนโรค และการตรวจของแพทย์ขณะนี้ไม่พบว่าบุคคลดังกล่าวมีอาการป่วย แต่อย่างใด
จากการสอบสวนเพิ่มเติมบุคคลดังกล่าวอ้างว่า ถูกกักตัวเพื่อดูอาการของโรคที่เกาหลีใต้มาแล้ว 14 วัน จึงเดินทางเข้าประเทศไทย มาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 เมื่อถามหาหลักฐานที่ยืนยันว่า ได้ถูกกักตัวไว้ 14 วัน แต่ไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้ ประกอบกับ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ได้สอบถามไปยังกรมควบคุมโรค ได้รับการยืนยันว่า ไม่มีข้อตกลงระหว่างไทยกับเกาหลีใต้เรื่องให้กักตัวคนไทย เพื่อดูอาการของโรคก่อนให้เดินทางออกนอกประเทศ โดยทางโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ได้เพิ่มเติมบุคคลดังกล่าวอีก 6 ราย รวมวันก่อน 1 ราย เป็นทั้งสิ้น 7 ราย ที่อยู่ในความดูแลของแพทย์ ซึ่งทั้งหมดยังไม่มีอาการติดเชื้อ COVID -19 มีเพียงรายเดียวที่เป็นเด็ก มีไข้ สอบสวนโรคมาจากสาเหตุเด็กเพิ่งให้วัคซีนตามวงรอบปกติของการดูแลให้วัคซีนในเด็ก จึงได้แยกตัวเด็กมาอยู่ในความดูแลของแพทย์ ที่ รพ.สุรินทร์อย่างใกล้ชิด ส่วนการดูแลผู้ที่ให้ความร่วมมือ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เหล่าชาดจังหวัด ได้จัดหาอาหารหลักครบ 3 มื้อพร้อมกับอาหารว่างอีกจำนวนหนึ่ง ทางจังหวัดขอยืนยันว่าดูแลดี ที่พักสะอาด พร้อมกับมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ เพราะเขาไม่ได้มีความผิดอะไร และยังไม่ใช่คนป่วยอีกด้วย
เจ้าหน้าที่จึงได้ขอความร่วมมือจากบุคคลดังกล่าว ในการขอกักตัวไว้ดูอาการของโรค 14 วันนับแต่วันที่เดินทางมาถึงประเทศไทย โดยขณะนี้ได้เชิญบุคคลทั้ง 7 คนไปกักตัวไว้ที่ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน มทบ. 25 อ.เมือง จ.สุรินทร์ ภายใต้การดูแลของแพทย์ ตามนโยบายของพลโท ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งเจ้าตัวก็ให้ความร่วมมือด้วยดี
นอกจากจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่แล้วยังสร้างความกดดันให้กับผู้ที่ต้องเก็บตัวเฝ้าระวังอาการอีกด้วย บางรายถึงกับเครียด ซึมเศร้า บางรายไม่ยอมพบปะผู้คนขังตัวเองอยู่แต่ในห้องก็มี ซึ่งตอนนี้ตนเองก็ได้เร่งให้ผู้นำหมู่บ้านช่วยกันประชาสัมพันธ์ถึงข้อเท็จจริงต่างๆ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ โดยเน้นย้ำว่าให้รับฟังข้อมูลที่แท้จริงจากทางโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ท่านั้น อย่าหลงเชื่อข่าวลือในโลกโซเชียลที่แชร์กัน แต่พี่น้องประชาชนก็อย่าได้ประมาทในการใช้ชีวิต ต้องป้องกันตนเองและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อีกด้วย
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวย้ำขณะนี้ บุคคลทั้ง 7 คนดังกล่าวนี้ ยังไม่มีอาการป่วยไข้ การขอความร่วมมือกักตัว เป็นมาตรการควบคุมโรค เพื่อเฝ้าดูอาการจนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรคคือ 14 วัน และจังหวัดจะได้ดำเนินการจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปให้คำแนะนำ และทำความสะอาดบริเวณสถานที่ที่น้องเดินทางไปในจังหวัดสุรินทร์ต่อไป ทั้งนี้ หากพบเห็นบุคคลเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ให้แจ้งที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือนายอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ ได้ตลอดเวลา ในส่วนของประชาชนที่มาซื้อจับจ่ายที่ตลาดสดของเทศบาลเมืองสุรินทร์ นั้น ผู้คนจับจ่ายบางตา พ่อค้าแม่ค้าบ่นกันว่าคนที่มาซื้อขอไปทำกินกันที่บ้านนั้นมาน้อยกว่าก่อนที่จะเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น คิดว่าน่าเป็นไปได้ว่าผู้คนไม่ค่อยกล้าออกมาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดกัน
ภาพ/ข่าว: รมิตา สิงหเสรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุรินทร์



