ข่าว

หญิงมะกันฆ่าสามีแล้วใส่ความลูกสาวว่าเป็นฆาตกร

หญิงมะกันฆ่าสามีแล้วใส่ความลูกสาวว่าเป็นฆาตกร

07 มี.ค. 2552

ไซราคิวส์ - หญิงมะกันสุดโหด สังหารสามีคนที่ 2 ก่อนพยายามฆ่าบุตรสาวเพื่อใส่ความว่าเธอเป็นฆาตกรฆ่าพ่อเลี้ยง

 สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) ว่าผู้พิพากษาศาลแขวงโอนอนดากา รัฐนิวยอร์ก ในสหรัฐ ตัดสินจำคุกนางสเตซี คาสเตอร์ เป็นเวลา 51 ปี ในข้อหาวางยาพิษสามีด้วยการให้ดื่มสารป้องกันของเหลวแข็งตัว ก่อนจะพยายามสังหารบุตรสาวของตนเองเพื่อใส่ร้ายว่าคือฆาตกร โดยผู้พิพากษายังกล่าวด้วยว่าเป็นทนายความและผู้พิพากษามา 34 ปี ได้เห็นฆาตกรต่อเนื่อง มือสังหารรับจ้าง และฆาตกรมาหลายรูปแบบ แต่ไม่เคยเห็นบิดามารดาคนไหนพร้อมจะสังเวยลูกเพื่อให้ตัวเองพ้นความผิดอย่างที่นางคาสเตอร์ทำเลย
 นางคาสเตอร์วัย  41 ปี ได้รับโทษจำคุก 25 ปี ในข้อหาสังหารนายเดวิด คาสเตอร์ สามีวัย 48 ปี ที่บ้านในเมืองไซราคิวส์เมื่อเดือนสิงหาคม 2548 กับอีก 25 ปี ฐานพยายามฆ่า น.ส.แอชลีย์ วอลเลซ บุตรสาววัย 20 ปี ด้วยการมอมยาและวอดก้าเมื่อกันยายน 2550 รวมทั้งโทษจำคุกอีก 1 เศษหนึ่งส่วนสาม-4 ปี ในข้อหาปลอมแปลงพินัยกรรมของสามี
 ในตอนแรกเชื่อกันว่านายคาสเตอร์ฆ่าตัวตาย แต่ผลสอบสวนพบว่าเจ้าตัวไม่รู้ว่ากำลังดื่มสารพิษเข้าไป แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ตั้งข้อหานางคาร์เตอร์ จนกระทั่งเมื่อกันยายน 2550 เจ้าหน้าที่ได้ไปขุดศพสามีคนแรกของนางคาสเตอร์ คือ นายไมเคิล วิลเลซ บิดาของ น.ส.แอชลีย์ ผู้ซึ่งเชื่อกันว่าเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายในวัย 38 ปี ขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งผลการชันสูตรพบว่าสามีคนแรกของนางคาสเตอร์เสียชีวิตด้วยสาเหตุเดียวกันกับสามีคนที่ 2
 นางคาสเตอร์ไม่ได้ถูกตั้งข้อหาในคดีฆ่าสามีคนแรก แต่พอ น.ส.แอชลีย์ถูกสอบสวนเกี่ยวกับการตายของสามีทั้งสองคนของเธอ นางคาสเตอร์จึงได้มอมยานอนหลับโดยผสมกับวอดก้าให้กิน ก่อนจะเขียนจดหมายลาตายของบุตรสาวทิ้งไว้ในคอมพิวเตอร์ เพื่อใส่ร้าย น.ส.แอชลีย์เรื่องการเสียชีวิตของสามีสองคนของเธอ แต่บุตรสาวกลับรอดตาย