ข่าว

ไทยพบผู้ป่วย โควิด-19 เพิ่ม 1 ราย รั้งอันดับ 24 ของโลก

ไทยพบผู้ป่วย โควิด-19 เพิ่ม 1 ราย รั้งอันดับ 24 ของโลก

06 มี.ค. 2563

คืบหน้าสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (6 มี.ค.) พบผู้ป่วยเพิ่ม 1 เป็นรายที่ 48 โดยอันดับประเทศไทยอยู่ที่ 24 ของโลก

 

              6 มีนาคม​ 2563 กระทรวงสาธารณสุข แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19)

อ่านข่าว - องค์การอนามัยโลกพบอะไรบ้างหลังส่งทีมสืบสวนโรคโควิด-19 ในจีน

 

 

 

              นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผย พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 1 คน เป็นชายชาวอังกฤษ อายุ 43 ปี อาชีพที่ปรึกษาบริษัท เดินทางมาจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ระหว่างทางได้เปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 ด้วยอาการไข้ มีเสมหะ ส่งตัวรักษาต่อที่สถาบันโรคทรวงอก ส่วนการคัดกรองกลุ่มแรงงานนอกระบบจากเกาหลีใต้ พบหญิงไทย อายุ 30 ปี ตรวจพบอาการไข้ ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวานนี้ (5 มีนาคม 2563) ส่งมารักษาตามาระบบที่สถาบันบำราศนราดูร ตรวจพบเชื้อจากห้องปฏิบัติการ 1 แห่ง อยู่ระหว่างการยืนยันจากห้องปฏิบัติการอีกแห่ง

 

 

 

              ขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 31 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 16 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยสะสมในประเทศไทยขณะนี้ 48 ราย สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก 1 ราย ที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ตรวจไม่พบเชื้อแล้ว แต่ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ส่วนสถานการณ์ผู้ป่วยในประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 24 ของโลก

              ส่วน ราชกิจจานุเบกษา ได้ลงประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) พ.ศ. 2563 ให้ สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน (รวมมาเก๊า และฮ่องกง) สาธารณรัฐอิตาลี และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เป็นเขตติดโรคนอกราชอาณาจักร 4 ประเทศ มีการแพร่ระบาดสูงเกิน 1,000 คน โดยแต่ละวันมีผู้ป่วยเพิ่มหลักร้อย ขอความร่วมมือกักตัวเฝ้าระวังโรค 14 วัน ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ และให้รายงานสุขภาพทุกวันกับเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ตามสถานที่ที่รัฐเตรียมไว้ให้

 

 

 

 

              หากไม่รายงานมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ขณะที่อีก 9 ประเทศ คือ จีน (รวมมาเก๊า ฮ่องกง) ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ อิหร่าน อิตาลี ฝรั่งเศส และเยอรมนี เป็นกลุ่มประเทศที่ควรหลีกเลี่ยง ขอความร่วมมือกักตัวเฝ้าระวังโรค 14 วัน และอีก 4 ประเทศ สเปน / สวิตเซอร์แลนด์ / เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศนี้ขอให้ประชาชนคนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปกลุ่มประเทศเหล่านี้เพราะเริ่มมีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่ที่วันละ 30 - 40 คนต่อวัน หากไปแล้วกลับมาให้สังเกตอาการตัวเอง 14 วัน หากพบมีไข้ให้รีบพบแพทย์ทันที

              ความคืบหน้า การดูแลแรงงานนอกระบบที่เดินทางกลับมาจากเกาหลีใต้ ตอนนี้มีการประชุมประสานงานระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเตรียมรองรับโดยลำดับการทำงาน จะเริ่มตั้งแต่คัดกรองที่ท่าอากาศยาน หากพบว่ามีไข้ 37.5 องศาฯ ไอ มีน้ำมูก หอบเหนื่อย จะถูกส่งต่อโรงพยาบาล แต่หากไม่พบเชื้อ แต่เดินทางมาจาก แทกู คยองซัง จะถูกส่งเข้าพื้นที่ควบคุมเพื่อเฝ้าระวังอาการ 14 วัน โดยทางกระทรวงสาธารณสุขและฝ่ายความมั่นคงคัดเลือกพื้นที่ไว้ประกอบด้วย สัตหีบ ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี เพชรบุรี ซึ่งจะดำเนินการเรื่องพื้นที่ภายในสองวันนี้

 

 

 

              ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันชัดเจนว่า จะมีการดำเนินการทางกฎหมายกับแรงงานที่เดินทางมาจากเกาหลีใต้ แล้วไม่มีการเฝ้าระวังโรค 14 วัน รวมถึงยังทำกิจกรรมต่างๆ ในสังคม และทำการโพสต์ผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งชื่อตำแหน่งของแรงงานไทยที่มีพฤติกรรมลักษณะเช่นนี้มาให้เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการทางกฎหมาย

              ส่วนปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยกระทรวงสาธารณสุข ยอมรับว่า อยู่ภาวะขาดแคลนจริง โรงพยาบาลแห่งมีใช้แค่ 2 - 3 สัปดาห์เท่านั้น แต่เป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุขอยากให้มีหน้ากากอนามัยสำรองใช้ไม่ต่ำกว่า 1 เดือน ทั้งนี้ ขอสนับสนุนหน้ากากอนามัยจากกระทรวงพาณิชย์เพิ่ม จาก 1 แสนชิ้น เป็น 6 แสนชิ้น ตอนนี้ได้สั่งชุดป้องกันโรคมาแล้ว 4 แสนชุดจากต่างประเทศ ขณะนี้ได้มาแล้ว 4 หมื่นชุดเตรียมกระจายให้กับโรงพยาบาล

 

 

 

              นอกจากนี้ โรงพยาบาลที่ขาดแคลนให้แจ้งข้อมูลมาที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพื่อรวบรวมข้อมูลส่งมาที่กระทรวงสาธารณสุข ส่วนนักศึกษาไทยที่ติดเชื้อจากประเทศอิหร่านที่ได้มีการเดินทางไปร่วมกิจกรรมทางศาสนา ตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดมาทั้งหมดมาตรวจคัดกรองแล้ว

              นายแพทย์ ธนรักษ์ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีนักศึกษาที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า ทีมสอบสวนโรคติดตามผู้สัมผัสโรคเสี่ยงสูงได้ครบทุกคน แต่ต้องขอชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องการทำงานด้วยว่า ไม่ใช่ทุกคนที่เสี่ยงสูงเมื่อพบผู้ติดเชื้อ เฉพาะคนใกล้ชิดในระยะ 2 เมตร และในเวลานานพอสมควรเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆ ไม่ถือว่าเสี่ยงสูง

              รองอธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบายเพิ่มเติมว่า ตอนนี้แบ่งกลุ่มเสี่ยงออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มผู้ที่เดินทางมาจาก 4 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ (จีน ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลีใต้ อีหร่าน อีตาลี) โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบคนไทยที่เดินทางมาจากประเทศเกาหลีใต้ จะมีการเฝ้าระวังป้องกันเต็มที่ 100% ในระยะเวลา 14 วัน / ส่วนนักเดินทางชาวต่างชาติได้ออกกฎบังคับให้ทุกคนเฝ้าระวังตัวเอง ระหว่างอยู่ในประเทศไทยสังเกตอาการ และให้รายงานสุขภาพทุกวัน หากไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืน ไม่รายงานสุขภาพ ถือมีความผิดทางกฎหมาย

 

 

 

              กลุ่มที่ 2 จากประเทศกลุ่มเสี่ยงการระบาดก่อนหน้านี้ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน ยังคงแนะนำให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางออกไปก่อน ส่วนคนที่เดินทางกลับมาแล้ว ยังขอความร่วมมือ เฝ้าระวังตัวเองที่บ้าน 14 วัน และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกรมควบคุมโรค แต่หากไม่ปฏิบัติตาม พนักงานควบคุมโรค จะนำตัวมายังสถานที่กักกันที่รัฐเตรียมไว้ให้

              กลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่มนักเดินทางจากประเทศไทยได้เฝ้าจับตาสถานการณ์ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ สเปน สหรัฐอเมริกา หลังพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยคนไทยทุกคนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหากกลับมาจากประเทศเหล่านี้ ควรเฝ้าสังเกตการณ์อาการ