
ผีน้อย-หน้ากากแพง ท้าทาย"กึ๋น"รัฐบาล
คอลัมน์ - ขีดเส้นใต้ โดย - นายดินสอ
ไม่รู้ว่ามีเวรกรรมอะไรทำให้”รัฐบาล บิ๊กตู่2” ต้องเผชิญกับโรคซ้ำกรรมซัดไม่หยุดหย่อน เจอปัญหาสารพัดที่ถาโถมเข้ามา อย่างที่รู้ ๆ มาก่อนหน้านี้ แต่ที่หนักหนาสาหัสที่สุดคงจะเป็นโรคไวรัสโควิด19 ระบาดไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่และจบอย่างไร มีเรื่องให้ปวดหัวมากมาย ล่าสุดที่ทำให้สังคมแตกตื่นเห็นจะเป็น กรณีของแรงงานไทยที่แอบลักลอบทำงานในเกาหลีที่เรียกว่า”ผีน้อย “5,000 คนที่ขอเดินทางกลับบ้าน โดยฐานะคนไทยคนหนึ่งเมื่อประสบชะตากรรมทุกข์เข็ญ เขาก็มีสิทธิกลับแผ่นดินเกิด
แต่เกิดความสับสนเมื่อ”บิ๊กป้อม”พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีบอกว่า ไม่มีการกักตัวยกเว้นคนป่วยเท่านั้น ที่เหลือให้กลับบ้านดูแลตัวเองเพราะไม่มีกฏหมายรองรับสร้างความวิตกกังวลให้กับคนไทยในประเทศ เพราะกลัวว่าจะนำเชื้อโรคมาแพร่ระบาด แต่”หมอหนู”นายอนุมิน ชาญวีระกุล รองนายกและรัฐมนตรีสาธารณสุข กลับบอกว่าใครที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงจะต้องถูกกักตัว 14 วัน ไม่รู้ว่าชาวบ้านจะเชื่อใครดี คนสับสนไปหมด
อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ขืนปล่อยไปบรรดาแรงงานที่กลับจากเกาหลี อยู่บ้านดูแลตัวเองตามที่บิ๊กป้อมบอก ยิ่งอันตรายโอกาสจะเชื้อแพร่กระจายสูงมากเพราะสังคมชนบทอยู่กันเป็นชุมชนเป็นครอบครัวใหญ่ ถึงตอนนั้นเชื้ออาจจะระบาดเป็นไฟลามทุ่งจนเอาไม่อยู่จะทำลายทั้งชีวิตและเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง ภาพลักษณ์ประเทศไทยจะถูกมองในแง่ลบ กลายเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงจะกระทบกับธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ ตอนนี้ก็สูญไปแล้วไม่น้อยกว่า 3 แสนล้านบาท
แต่ที่ชุลมุนวุ่นวายกลายเป็นเรื่องใหญ่คือกรณี”หน้ากากอนามัย”สองกระทรวงที่รับผิดชอบต่างโยนกันไปมา พาณิชย์ก็ยืนยันว่าหน้ากากไม่ขาดตลาด แต่สาธารณสุขก็บอกขาดแคลน ชาวบ้านก็โวยหาซื้อไม่ได้ แค่เรื่องเล็ก ๆ อย่างหน้ากากยังต้องเข้าหารือในที่ประชุมครม.
ทั้งที่ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าปัจจุบัน โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย 11 แห่ง กำลังการผลิตรวมกันกว่า 100 ล้านชิ้นต่อเดือน ใช้ในประเทศเดือนละ 30 ล้านชิ้น ถ้าสถานการณ์ไวรัสไม่ดีขึ้นอาจเพิ่มเป็น 40–50 ล้านชิ้น และมีในสต๊อก 200 ล้านชิ้น ถ้าโรงงานไม่ผลิตเพิ่มเพียงพอให้ใช้ 4–5 เดือน
ด้านข้อมูลจากคนที่อยู่ในแวดวงโรงงานผลิตบอกว่า ทุกวันนี้ผลิตได้เท่าไหร่ก็ต้องตัดยอดให้กรมการค้าภายใน 50 % เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุมเวลาโรงพยาบาลไม่มีใช้ ก็โบ้ยให้ไปซื้อที่กรมการค้าภายใน ต้องรอคิว บางครั้งก็ไม่ได้สินค้า หรือได้น้อย ทั้งที่ 70 %ของโรงพยาบาลทั้งหมดรับผู้ป่วยโรคโควิด19 แพทย์และพยาบาลมีความเสี่ยงจะติดโรคมากกว่าคนทั่วไป แต่กลับไม่ได้รับการดูแล
แต่ที่สงสัยทำไมกระทรวงสาธารณสุข ต้องมา”แจกหน้ากาก”ให้ประชาชนมารับที่กระทรวง กว่าชาวบ้านจะเดินทางไปถึงเพื่อรับแจกหน้ากากฟรีคนละ 4 ชิ้นเสียทั้งเวลาทั้งค่าเดินทางทั้งที่ กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่ต้องดูแล บุคคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลเท่านั้
อันที่จริงปัญหาหน้ากากขาดแคลนและขายเกินราคารวมถึงการแจกฟรีหรือนำมาขายราคาถูกให้ชาวบ้านไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร วิธีง่าย ๆ ให้ประชาชนไปรับแจก ตามหน่วยงานราชการทั่วประเทศ ที่อยู่ไกล้บ้าน ง่ายสะดวกว่าไปรับที่กระทรวงเรื่องหน้ากากแพง สิ่งแรกก็”ระงับส่งออก”ชั่วคราวให้พอใช้ในประเทศก่อน หรือจัดเป็นโควต้าให้กับโรงงานทั้ง 11 โรงส่งออกสัดส่วนเท่าไหร่จำหน่ายในประเทศเท่าไหร่แบ่งตามกำลังการผลิตแต่ละโรง กำหนดราคาให้สมเหตุสมผล และไม่ต้องผลิตหลายเกรดหลายมาตรฐานเพื่อสะดวกในการการควบคุม กำหนดราคาขายปลายทางชัดเจน ใครขายโก่งราคาต้องถูกลงโทษขั้นเด็ดขาด
อิทธิฤทธิ์โรคระบาดโควิด 19 นอกจากจะท้าทายระบบสาธาณสุขไทยแล้ว ยังทดสอบฝีมือการบริหารจัดการของรัฐบาลบิ๊กตู่ 2 ว่าบ่มีไก๊หรือไม่!



