
กรีนคอร์ท พร้อมจัดพื้นที่สีเขียวเยียวยาสิ่งแวดล้อม
"ปธ.ศาลฎีกา" เผย พร้อมเป็นกรีนคอร์ท จัดพื้นที่สีเขียวเยียวยาสิ่งแวดล้อม ขอทุกศาลช่วยปลูกต้นไม้ เชื่อ 5 ปีเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศ
6 มี.ค.2563 - ที่ศาลจังหวัดภูเก็ต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 มี.ค.63 "นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์" ประธานศาลฎีกาได้ออกตรวจราชการ ศาลยุติธรรมพื้นที่ภาค 8 พร้อมทั้งร่วมรับฟังรายงานผลการดำเนินงานของคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน
โดย "นางเมทินี ชโลธร" รองประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะทำงานฯ ได้รายงานความคืบหน้าจากการพูดคุยปรึกษาหารือข้อเสนอแนะของผู้พิพากษาในพื้นที่ภาค 8 ถึงข้อสงสัย และข้อขัดแย้งในการปฏิบัติงานรวมถึงความคืบหน้านโยบายด้านอื่นๆ
ทั้งนี้ในการลงพื้นที่ตรวจราชการศาล "นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์" ประธานศาลฎีกา ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องศาลสีเขียว (GREEN COURT) ด้วยว่า ที่ผ่านมาเราอาจโดนโจมตีเรื่องสิ่งแวดล้อม กรณีเรื่องบ้านป่าแหว่งใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้สาธารณะและสังคมเข้าใจผิดในจุดยืนของพวกเราพอสมควร มีคนโยงว่าศาลเป็นผู้ทำลายสิ่งแวดล้อมเอง ตนคิดว่าเราต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อสาธารณะและสังคมที่จะเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
"เราต้องเป็นผู้นำในการสร้างสิ่งแวดล้อมให้ดี ซึ่งกรีน คอร์ท ในที่นี้คือศาลเราจะช่วยกันปลูกต้นไม้ เรามีจุดแข็งคือเราไม่ได้ทำไปเรื่อยเปื่อย เรามีพื้นที่ในการดูแลของเรา และปลูกแล้วเรารักษาดูเเล ในอดีตนั้นหากจำได้ว่าประเทศเรามีการรณรงค์ปลูกป่า ซึ่งมีคนไปปลูกจำนวนมาก แต่กลายเป็นปลูกแล้วทิ้งจึงไม่เป็นผลสำเร็จ"
นายไสลเกษ ยังกล่าวอีกว่า อย่างใน จ.ภูเก็ต เราลองปลูก 500-1,000 ต้น แล้วอีกเกือบ 300 กว่าศาลทั่วประเทศปลูกกัน ตรงนี้เป็นรูปธรรมที่เราจะทำได้จริง หากทุกศาลช่วยกัน เราไม่ต้องทำใหญ่โตเราทำเล็กๆขณะนี้เราได้พื้นที่ที่ปากช่อง 250 ไร่ที่จะทำการสร้างสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ (แห่งที่ 2)
ซึ่งแม้เรามีสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ ที่รัชดาภิเษกแล้ว 1 แห่ง แต่บางหลักสูตรเราต้องไปอบรมที่ปากช่อง ขณะที่เราจะต้องแบ่งส่วนประมาณ 50 ไร่ ให้ประชาชนเพื่อลดความขัดแย้ง ส่วนเนื้อที่ 200 ไร่ จะนำมาสร้างสถาบันฯ อบรม โดยพื้นที่โดยรอบเราจะปลูกต้นไม้ ซึ่งภายใน 5 ปีเราจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศไทย หลังจากนี้คณะทำงานที่ได้รับมอบหมาย และสำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมกันเร่งดำเนินโครงการนี้ โดยคณะทำงาน จะร่วมกับคณะกรรมการปฏิรูปสิ่งแวดล้อมประเทศไทย ยกร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาความคดีสิ่งเเวดล้อมขึ้น ถ้ากฎหมายนี้สำเร็จศาลจะเป็นผู้ใช้กฎหมายจัดการกับคดีประเภทนี้ได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพเยียวยาฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมได้ เรารอการเสนอต่อรัฐบาลเพื่อนำเข้าสภาผ่านเป็นกฎหมายต่อไป



