ข่าว

84วันไขปริศนาขีปนาวุธ

84วันไขปริศนาขีปนาวุธ

21 ธ.ค. 2552

กลายเป็นคดีโด่งดังไปทั่วโลก กับปฏิบัติการ “สายฟ้าแลบ" ของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม และกองทัพอากาศไทย ในการตะครุบตัว 5 ผู้ต้องหา ที่เป็นชาวเบลารุส 1 คน คาซัคสถาน 4 คน คาสนามบินดอนเมือง หลังลักลอบขนอาวุธสงครามเข้าประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยใช้เครื่องบินล

 น่าสนใจว่า “ในเบื้องลึก" นั้น ลำพังไทยเราเองจะสามารถ “แกะปมปริศนา" ที่มาที่ไปของอาวุธสงครามทั้ง 145 กล่องได้อย่างไร หรือรู้อยู่แล้วว่า ที่มาที่ไป แต่ไม่อาจเอ่ยปากบอกได้

 เบื้องต้นจากการ “แกะลังไม้” ทั้ง 145 กล่อง พบว่าเป็นอาวุธสงครามที่ผลิตขึ้นใหม่ทั้งหมด และบางส่วนยังไม่มีในกองทัพไทย

 จำแนกเป็น เครื่องยิงจรวด รุ่น 240 มม. Rocket Launcher 1985 (M 1985) หรือ จรวดแบบพื้นสู่พื้น รวมถึงแรม 18 (Ram : Rolling Airframe Missile) หรือที่เรียกว่า ท่อส่งจรวด พร้อมกับแท่นเหล็กสำหรับประกอบท่อส่งจรวด แท่นยิง และอุปกรณ์ปล่อยอาวุธชนิดต่างๆ

 นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธสงครามอีกหลายรายการ ทั้งเครื่องยิงลูกระเบิดอาร์พีจี โดยมีหลายรุ่น แต่ละรุ่นก็มีอำนาจการยิงระยะใกล้-ไกลแตกต่างกันออกไป รวมถึงหัวระเบิด แบบยิงรถถัง แบบยิงบุคคล

 อาวุธสงครามส่วนใหญ่เป็นท่อส่งจรวด การนำไปใช้ต้องประกอบท่อทั้งหมดเข้ากับแท่นยิง และนำไปติดตั้งไว้บนหลังรถบรรทุกขนาดใหญ่

 ทั้งนี้ อาวุธสงครามที่ตรวจสอบเบื้องต้น แม้ว่าจะรู้ว่าเป็นอาวุธสงครามชนิดใด มีอานุภาพเพียงใดก็ตาม แต่สิ่งที่หน่วยงานด้านความมั่นคงต้องการคือ ประเทศใดเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการขนย้ายอาวุธสงครามเหล่านี้ ที่มีมูลค่า 500-600 ล้านบาท
 ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้คือ 84 วัน

 โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากกองทัพอากาศ เจ้าหน้าที่กรมสรรพาวุธทหารอากาศ และกรมสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดหา “มือโปร" เพื่อเข้ามาร่วม “แกะรอย" อาวุธสงครามปริศนาทั้ง 145 กล่องให้กระจ่าง

 ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธของกองทัพไทย ระบุว่า หากจะตรวจสอบข้อมูลแหล่งที่ผลิตของอาวุธสงครามจะต้องแกะดูที่ชิพอิเล็กทรอนิกส์ ว่าอยู่ในตำแหน่งไหนบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวบ่งบอก หรือชี้ชัดได้ว่า เป็นอาวุธสงครามประเทศใดที่ผลิตมาใช้งาน หรือไว้สำหรับขาย

 “แต่ใครเป็นคนสั่งซื้ออาวุธสงครามลอตนี้ จะต้องไปดูในรายละเอียดภายใน เช่น ชิพอิเล็กทรอนิกส์ เป็นซีเรียลนัมเบอร์ไหน หรือออเดอร์ ใครเป็นผู้สั่ง จะต้องย้อนกลับไปในการสืบหาอาวุธของคนร้ายทั้งหมดอีกครั้ง”

 นอกจากนี้ เครื่องบินลำเลียงแบบทหาร รุ่น ไอแอล 76 (อิลยูชิน 76) ที่ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ใช้เป็นยานพาหนะในการลำเลียงอาวุธสงครามก็จะต้องตรวจสอบให้ละเอียด เนื่องจากพบพิรุธว่าอาจจะเป็นเครื่องบินที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นได้ให้หน่วยงานวิทยุการบินเช็กรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องบินลำนี้อยู่ โดยเฉพาะการสืบเสาะหาคนไทยที่อาจจะเข้าไปเอี่ยวในคดีนี้ด้วย

 “ตอนนี้มีการเช็กอย่างละเอียดเกี่ยวกับเครื่องบินลำดังกล่าว เพราะปกติแล้วเครื่องบินจะไม่ผ่านเข้ามาในประเทศไทยได้ง่าย โดยเฉพาะเครื่องบินที่ทำผิดกฎหมายในการลักลอบค้าอาวุธสงคราม"

 นับจากนี้เป็นต้นไป คงต้องรอลุ้นว่า คดี “บันลือโลก” จะจบลงอย่างไร 84 วัน ที่ตำรวจกองปราบปรามขอเวลาเพื่อปิดคดีนี้จะสำเร็จหรือไม่ โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งที่มาที่ไปของอาวุธสงครามเหล่านี้ว่ามาจากที่ไหน และประเทศใดเป็นผู้ว่าจ้าง คงอีกไม่นานเกินรอ “ความจริง" คงจะปรากฏต่อสายตาชาวโลกที่ต่างรอคอยการปิดคดีนี้


ทีมข่าวความมั่นคง