ข่าว

 เปิดใจ"ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์"

 เปิดใจ"ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์"

05 มี.ค. 2563

 เปิดใจ"ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์"  กับวิกฤติในสหกรณ์ออมทรพย์ครูขอนแก่น

    จากปัญหาสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ที่มีการตรวจสอบจนพบว่าเงินหายไปจากบัญชีมากถึง 431 ล้านบาทและมีการแจ้งความดำเนินคดีกับคณะกรรมการสหกรณ์ชุดเก่าที่มีลายชื่อและลายมือไปเซ็นเบิกเงินจากธนาคาร จนเป็นเรื่องทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่คนเมืองขอนแก่นพูดถึง

     โดยเฉพาะคนที่มาเกี่ยวข้องกับเงินก้อนนี้คือ เอกราช ช่างเหลา อดีตผู้จัดการสหกรณ์คนเก่าที่มีบารมีคับเมืองแถมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ที่หลายคนจับตามอง และเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ทุกคนก็เฝ้าติดตาม โดยเฉพาะเจ้าตัวได้มาเซ็นสัญญาว่าจะเอาเงินทั้งหมดมาคืนได้แน่ ๆ ภายในวันที่ 27 ธันวาคม 2563 นี้

    ประกอบกับเมื่อเร็ว ๆ นี้มีการประชุมใหญ่กรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ที่มีสมาชิกบางส่วนมาถือป้ายคัดค้านกรณีจ่ายโบนัสกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์มากถึง 20 ล้านบาทในปีนี้ จนกระทั่ง ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นจำกัด ต้องร่อนหนังสือชี้แจง พร้อมกับแจกแจงเรื่องเงินโบนัสของปีนี้ให้สมาชิกได้เข้าใจ และเงินปันผลให้สมาชิกร้อยละ 6 พร้อมกับเงินเฉลี่ยคืนร้อยละ 16 อดีตเคยเฉลี่ยคืนได้แค่ร้อยละ 14 เท่านั้น

 เปิดใจ"ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์"

ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ 

   # หลังออกแถลงการณ์จ่ายเงินโบนัส 20 ล้าน มีเสียงสะท้อนกลับมาอย่างไรบ้าง

    คืออย่างนี้ด้วยหลักการ การจัดสรรกำไรสุทธิมันอนุมัติตั้งแต่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 แล้ว รวมแถลงการณ์ไปตอนนั้นเพียงแต่ว่าอดีตที่ผ่านมาเขามีความคับข้องใจว่าเงินโบนัสมันเยอะ แต่จริง ๆ เงินก้อนนี้มันปรากกฎบนเอกสารการประชุมทุกปีอยู่แล้ว โดยทุกปีมันเยอะกว่านี้ ปี 2561 กำไร 1,013,194,839 บาท จ่ายโบนัส 21 ล้านบาท ปี 2560 กำไร 1,066,551,863 จ่ายโบนัส 22 ล้านบาท พอปีนี้ ปี 2562 กำไรมากกว่าทุกปี 1,126,271,660 บาท แต่เราจ่ายโบนัสเพยีง 20.2 ล้านบาท

   พอเขาดูตัวเลขแล้วก็สงสัยว่าทำไมมันเยอะ ผมก็เลยบอกว่าคนที่เกี่ยวข้องมีใครบ้างที่จะได้รับโบนัสแค่นั้นเอง คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมัน 530 กว่าคน ที่มีสิทธิ์ไปรับเงินโบนัส เมื่อสหกรณ์เดินมาถึงธุรกิจ 2 หมื่นกว่าล้านบาททุกคนมีความมุ่งมั่นมีความตั้งใจทำงาน ส่วนไหนที่เกี่ยวข้องเราก็ให้ขวัญกำลังใจ มันก็ไม่ไปกระทบกับปันผลเฉลี่ยคืนของสมาชิก ซึ่งตัวนี้ไม่ใช่กรรมการจัด ที่ประชุมใหญ่ ผู้แทนสมาชิกจากที่ประชุมใหญ่เป็นคนลงมติ 

     การจัดสรรกำไรสุทธิอยู่ที่ประชุมใหญ่ เราต้องยึดติดและให้เกียรติเขาตรงนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้จริง ๆ แล้ว อดีตที่ผ่านมาเขาไม่เคยชี้แจงเรื่องนี้ที่ผมร่อนหนังสือไปคือทุกคนคาใจ หลังจากที่ประชุมใหญ่แล้วทำไมมันเป็นอย่างนี้ ต้องรู้ว่าคนที่เกี่ยวข้องคือใคร จริง ๆ แล้วเขาก็น้อยใจอยู่นะน้อยใจกรรมการอำนวยการเคยได้โบนัส 4 เท่าสมมุติเงินเดือนเขา 3 หมื่น 4 เท่า ก็ 1.2 แสนบาท แต่ครั้งนี้เขาได้มา 3.7 เท่าของเงินเดือน มันลดลงมานะไม่ใช่ไม่ลด แต่ถ้าว่าสมาชิกได้มากกว่าเก่าไหม สมาชิกได้ปันผลมากกว่า เพราะได้ 6 เปอร์เซ็นต์

    สาเหตุที่เขียนแถลงการณ์เพราะอยากให้มันเกิดความโปร่งใส แต่ทำไมไปบอกว่าคนนี้ได้เท่านี้  มันเป็นโบนัสส่วนบุคคลไปก้าวล่วงเขาไม่ได้ แต่ถามว่า 5 ปีย้อนหลังไล่มาดูก็ได้หรือไล่ไปอีก  ถามว่าความเป็นธรรมมันเกิดขึ้นไหม เกิดขึ้นเพราะอะไร เพราะสมาชิกก็ได้ตั้งร้อย เฉลี่ยคืนตั้ง 16 เปอร์เซ็นต์ ปันผลก็ 6 เปอร์เซ็นต์ แล้วถามกรรมการอย่างผมแต่ก่อนไม่เคยเป็นหนี้ใครเลย พอผมมาเป็นประธาน ผมต้องไปเซ็นกู้ทีละ 400-500 ล้านบาท ถ้ามันเกิดผิดพลาดขึ้น ผมก็ต้องรับผิดชอบใช่ไหมในฐานะผู้เซ็นนิติกรรม แล้วกรรมการ 15 คนต้องรับผิดชอบทั้งหมด นี่ต้องให้ความเป็นธรรมกับกรรมการและคนทำงานกับเขาด้วย ไม่ใช่มองด้านเดียว

   # เงินที่หายไป 431 ล้านบาทใช้กระบวนการสหกรณ์ก็ได้ ไม่ต้องไปแจ้งความดำเนินคดีอาญากับคดีแพ่ง 

    คือกระบวนการกฎหมายต้องเดินควบคู่ไปกับกระบวนการสหกรณ์ ทางกฏหมายทางเจ้าพนักงาน ที่เราไปร้องทุกข์ไว้เขาไม่ได้หยุดนิ่งมันเดินปกติ แล้วขณะเดียวกันในส่วนของทนายให้ดูในรายละเอียด ฉะนั้นในกรณีนี้ถามว่ากรรมการเราก็ระวังนะ ระวังอย่างไร เราต้องการให้คดีอาญาควบคุมคดีแพ่ง ถ้าคดีอาญามีแพ่งจะเข้ามา ถ้าอาญาหลุดแพ่งจะฟ้องเอามันอาจจะยาก อันนั้นคือกระบวนการกฎหมายมันไปแล้ว แต่ถามว่ากระบวนการสหกรณ์มันคนละอย่างกัน กระบวนการสหกรณ์คือแนวทางที่วางไว้ว่าถ้าเกิดเงินสดขาดบัญชีจะทำอะไร 1 – 2 – 3 เพราะฉะนั้นว่ามันคู่กันไหม คู่อยู่แต่ในขณะเดียวกันใช่กระบวนการสหกรณ์อย่างเดียวที่ทำกระบวนการกฎหมายก็ทำ เพราะมันจะคุมตัวนี้ เพราะฉะนั้นคุณหลีกไม่ได้หรอก ถ้าอยากจะให้สำเร็จเราต้องใช้ 2 กระบวนการ

    หากเราอาศัยแต่กระบวนการทางกฎหมายอย่างเดียวถึงวันนี้สหกรณ์ขอนแก่นก็จะทำอะไรไม่ได้เลย ทุกอย่างต้องหยุดชะงัก แต่พอเราใช้กระบวนการ 2 อย่างมาดำเนินการทำให้เราเดินได้ ทุกอย่างลื่นไหลได้ ณ ตอนนี้ขอนแก่นทำมันมีแนวทางหมดนะ แต่เริ่มกระบวนการสหกรณ์ที่เขามารับสภาพหนี้ ไม่ใช่เป็นหนี้สหกรณ์นะ รับตามกระบวนการสหกรณ์ว่าเงินสดขาดบัญชี เขาว่ารับแล้วพบว่าหลักทรัพย์ไม่ครบเขาก็ต้องขอผู้มีอำนาจในขั้นตอนของการผ่อนปน ตั้งค่าหนี้เงินสดขาดบัญชี เรามีกระบวนการมาจนถึงวันประชุมใหญ่ เพื่อสมาชิกจะได้ไม่มีผลกระทบ เราคำนึงถึงตรงนี้แต่ถามว่ากระบวนการกฎหมายนิ่งไหม ไม่นิ่งนะ ผกก.เมืองขอนแก่นเป็นผู้ดูแลคดีอยู่ ท่านทำเป็นทีม เขาก็มีระบบเขา ถามว่าดีเอสไอเข้ามาไหม ดีเอสไอก็เรียกไป กระบวนการตรงนี้เราก็บอกทนายไปด้วย เงิน 431 ล้านระบบบัญชีที่มันปรากฏตั้งแต่กระบวนการเงินหาย จนมาถึงปัจจุบันเราจึงเป็นตัวตั้งที่จะดำเนินการในเรื่องของกระบวนการของสหกรณ์ไม่งั้นมันเดินไม่ได้ มีแต่บอกว่าเงินมันน่าจะมากกว่านั้นกว่านี้ แต่ไม่มีหลักฐาน ไม่งั้นมันตั้งต้นไม่ได้เราต้องเดินตัวนี้ก่อน

   # มั่นใจแค่ไหนว่าตามกระบวนการสหกรณ์คนที่เอาเงินไปจะเอาเงินมาคืน

    เราก็หวังอย่างงั้นนะ ผมมั่นใจว่ากฎเกณฑ์ทางกฎหมายมันบีบ เมื่อกระบวนการสหกรณ์เปิดช่องให้เขาทำอย่างนี้ ผมก็มั่นใจว่าเงินต้องเข้า เพราะเงินเข้าตรงนี้กระบวนการสหกรณ์เข้า กระบวนการทางกฎหมายก็รู้ว่าสิ่งที่มันหายไปมันเข้าเมื่อขึ้นศาลย่อมเป็นประโยชน์เป็นคุณต่อเจ้าตัว มั่นใจว่าสองกระบวนการนี้เงินเข้ามาในสหกรณ์แน่นอน คือต้องมองสองมุม

  # เชื่อมั่นในตัวคนที่เอาเงินไปไหมค่ะ 

    ไม่ได้ว่าเชื่อมั่นในตัว แต่เชื่อมั่นในกฎหมายที่มันคุม เพราะอาญามันจะคุมแพ่ง เราใส่อาญาไว้เพื่อคุมแพ่ง เราจะไม่ให้สหกรณ์เสียหายแต่บางคนอาจจะไม่เข้าใจ แต่กรรมการเขาแฟร์กันหมด แต่ถ้าว่าเมื่อกระบวนการสหกรณ์เป็นเรื่องของกระบวนการทำงานไป ถ้าเกิดกรณีมันบอกว่าลูกหนี้เงินสดขาดบัญชี หาผู้รับผิดชอบและทำหนังสือเชิญ ไม่ใช่ว่าง้อเขานะ มันเป็นกระบวนการเรื่องของกฎหมายไปแล้ว

  # หนักใจไหมที่ต้องมารับตำแหน่งงานในภาวะวิกฤติของสหกรณ์

    หนักมาก แต่สิ่งที่เรากังวลตั้งแต่ปันผลเฉลี่ยคืนสมาชิกไม่ได้เนี่ย แทนที่คนที่ทำงานหายเหนื่อยเขาจะมองเป้าไปที่ตรงนั้น แต่เขาไม่มองเขาจะมองกรรมการมองประธานนะว่าบริหารไม่ได้ สมาชิกเขาไม่คิดเรื่องอื่นเขาคิดแค่ว่าเคยได้ปันผลเท่านี้ เฉลี่ยคืนเท่านี้ ถ้าได้มากกว่าเดิมเขาพอใจถ้าผมทำไม่ได้อะไรจะเกิดขึ้น พอผมเข้ามาแล้วรู้ปัญหาผมก็อยากจะลาออก แต่เมื่อมานั่งตรงนี้แล้วผมลาออกเขาจะมองผมอีกมุมหนึ่งเผลอ ๆ อาจจะมองผมว่าได้ผลประโยชน์จึงออก ตอนนี้ผมจำเป็นต้องสู้

   ผมบริหารมาจะเป็นสมัยที่สอง วาระสองปี แต่ปีที่แล้วมาแทนคนที่ลาออกก็เท่ากับหนึ่งวาระ มาแค่สามเดือนก็เป็นหนึ่งวาระ สหกรณ์อุดมการณ์คือดูแลสมาชิกพึ่งตนเองและดูแลซึ่งกันและกัน พยายามหาทางแก้ไม่ว่าจะเรื่องเงินเดือนหักไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นจะทำอย่างไรแล้วคนถูกให้ออกเอาหุ้นมาชำระหนี้แล้วเขายังเสียเงินอยู่เขายังชำระหนี้อยู่ แต่ไม่ได้เป็นสมาชิกจะทำยังไงวางแผนหลายอย่างที่จะดูแลสมาชิกแต่ในขณะเดียวกันกฎหมายให้ทนายว่าไปไม่ใช่ทิ้ง ติดตามตลอด

 

   # ส่วนตัวเชื่อไหมว่าธันวาคม 2563 นี้มีคนเอาเงินมาจ่ายคืน

     ในส่วนตัวผมเชื่อ เพราะว่าอะไรกระบวนการกฎหมายจะบีบ ผมคิดว่าทรัพย์สินจะตกไปอยู่ที่ไหน กฎหมายตามได้หมด ถ่ายทอดภรรยาหรือลูกมันไปได้หมด แพ่งมันหนีไปไหนไม่ได้ ถ้าเกิดเขามาตามกำหนดผมยิ้มเลย เพราะเงินที่กันไว้เป็นกำไรทันที แสดงว่าผลงานเราปรากฏชัดเลย แค่ปันผลเฉลี่ยคืนได้เยอะสมาชิกก็พอใจแล้ว แม้ว่าพนักงานสหกรณ์จะโบนัสลดลง แต่สมาชิกแฮปปี้ ถ้าผมทำไม่ได้ผมตายเลย เผลอ ๆ อาจไม่กล้าเข้ามาเราต้องเอาสมาชิกเป็นหลัก ตอนนี้ถือว่าสำเร็จไปก้าวหนึ่งแล้ว