ข่าว

พอแล้วรวย-วัวหายแล้วล้อมคอก

พอแล้วรวย-วัวหายแล้วล้อมคอก

07 มี.ค. 2552

ฉบับที่แล้วอาจารย์ยักษ์ได้กล่าวถึงการเตรียมพร้อมของประเทศบรูไนในการสร้างความมั่นคงทางอาหารโดยเฉพาะข้าวพืชที่เป็นอาหารหลักของคนของประเทศเขาด้วยการมาเรียนรู้วิธีการปลูกข้าวจากไทย กลับมาดูประเทศไทยที่อาจารย์ยักษ์ไม่อยากจะทำนายว่าวันหนึ่งเราอาจต้องไปขอข้าวจา

 ดูจากวิกฤติภัยหมอกควัน ภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน มันได้กลายเป็นวัฏจักรวนเวียนซ้ำซากซ้ำเติมประเทศอยู่ในปัจจุบัน ใครจะไปเชื่อว่าอย่างขนาดจ.ชุมพรที่ได้ชื่อว่า จังหวัดฝนแปดแดดสี่ อันหมายถึงจังหวัดที่มีฝนถึงแปดเดือนมีแดดเพียงสี่เดือนยังต้องเข้าขบวนเป็นจังหวัดที่ประสบภัยแล้ง แล้วจังหวัดอื่นๆ จะเหลืออะไร
  นี่เป็นภาพสะท้อนถึงความรุนแรงของภัยพิบัติที่น่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง แต่ดูเหมือนการแก้ปัญหาของหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ยังวนเวียนอยู่กับรูปแบบเดิม พอถึงหน้าแล้งก็ได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อม เตรียมน้ำให้เพียงพอ เตือนให้ชาวไร่ชาวนางดใช้น้ำหรือใช้น้ำให้น้อยที่สุด ในแต่ละปีไม่เห็นมีอะไรที่มากกว่านี้
 อ้อ...มีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับปีนี้ อาจารย์ยักษ์เห็นป้ายประกาศเตือนไม่ให้เผาหญ้า ดูเหมือนว่าการแก้ปัญหาแบบวัวหายแล้วล้อมคอกจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอในสังคมไทย จนกลายเป็นบาปที่ให้คนอื่นตราหน้าว่า คนไทยไม่รู้จักคำว่า ป้องกัน เมื่อมีปัญหาแล้วค่อยแก้ แต่พอลงมือแก้ก็แก้ปัญหาไม่ถูกจุด หรือต้องแก้ปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก จึงไม่แปลกใจว่าปัญหาที่สังคมไทยประสบพบบานนอกจากจะวนเวียนซ้ำซากแล้วจะหนักหนาสาหัสสากรรจ์ขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้เห็นความพยายามที่จะแก้ปัญหาที่ต้นตอ ส่วนใหญ่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
  ตัวอย่างกรณีการเผาหญ้าอันเป็นสาเหตุหนึ่งของไฟป่า แค่ให้ความรู้ชาวบ้านถึงประโยชน์ของการ ห่มดิน เอาสิ่งที่จะต้องถูกเผานั้นกลับมาใช้ประโยชน์ แค่นี้ก็สามารถหยุดชะงักการเผาหญ้าได้แล้ว เพียงรณรงค์ให้ความรู้ว่า เมื่อชาวบ้านเกี่ยวข้าวแล้ว แทนที่จะเผา ก็ควรปล่อยให้ฟางข้าวแห้งตายกลบดินกลายเป็นปุ๋ยบำรุงพระแม่ธรณีต่อไป ความขี้เกียจและความมักง่ายที่ลงเอยด้วยการเผา ยิ่งจะทำให้ดินขาดความชุ่มชื้นจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืชตายหมด และยังสร้างมลพิษทางอากาศให้ซ้ำเติมปัญหาโลกร้อน
  หากพิจารณาให้ดีว่าธรรมชาตินั้นได้ให้รูปธรรมของการจัดการตัวเองในสภาพภูมิอากาศต่างๆ กันอยู่แล้วเพียงแต่มนุษย์โดยเฉพาะมนุษย์คนไทยจะเลียนแบบธรรมชาติ ในฤดูแล้งอันเป็นหน้าที่ต้นใม้จะผลัดใบ ต้นไม้จำเป็นต้องรักษาน้ำให้มากที่สุดก็จะสลัดใบเพื่อลดการดูดน้ำ รวมทั้งใบที่สลัดตกถึงพื้นก็จะทำหน้าที่ ห่มดิน ปกคลุมหน้าดินไว้ให้เก็บความชุ่มชื้นของดินให้มากที่สุด ด้วยวิธีนี้ดินในหน้าแล้งก็ยังมีความชุ่มชื้น เพียงแค่ความรู้เรื่องการห่มดิน เราก็จะหยุด การเผาได้มาก
  หากไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรก็ขอเชิญชวนรัฐบาลมาเยี่ยมชมเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติเพราะเรามีรูปธรรมของความสำเร็จมากมาย รวมทั้งการระดมสรรพกำลังในการทำงานแก้ปัญหาไฟป่าร่วมกับภาคีต่างๆ จนหยุดไฟป่าได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็มีตัวอย่างจ.สุโขทัยให้เห็น ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่ทำไม่ได้ แต่อยู่ที่ เมื่อไหร่จะเอาจริงเสียที ม

 

 อาจารย์ยักษ์  มหาวิทยาลัยคอกหมู