
ปคม.รวบเพื่อนบ้านแสบขืนใจ-ขู่เด็กหญิง
เพื่อนบ้านแสบ อาสาจะพาเด็ก ม.2 กลับไปส่งบ้าน แต่กลับพาเข้าม่านรูด บังคับขืนใจ และขู่ฆ่า ไม่ให้บอกใคร หลบหนีคดีนานเกือบ 13 ปี
เพื่อนบ้านแสบข่มขืนเด็ก ม.2 หนีคดีนาน 13 ปี ไม่รอดตำรวจ ปคม.ตามรวบตัว สุดชั่วอาสาจะพากลับไปส่งบ้าน แต่กลับพาเข้าม่านรูด บังคับขืนใจ และขู่ฆ่าไม่ให้บอกใคร จนเหยื่อป่วยซึมเศร้า
เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2563 ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. ,พ.ต.อ.จิรเดช พระสว่าง รอง ผบก.ปคม. ได้อำนวยการสั่งการให้ พ.ต.อ.ณัฎฐ์. สุวรรณวัฒนะ ผกก.3 บก.ปคม. พร้อมด้วย พ.ต.ต.ไกรพล แสงดึก , พ.ต.ต.ศุภกร นิพรรัมย์ สว.กก.3 บก.ปคม. นำกำลังเข้าจับกุม นายอานนท์ หรือ นิก วังคีรี อายุ 43 ปี ตามหมายของศาลจังหวัดเลยที่ จ 481/2550 ลงวันที่ 7 ธ.ค. 2550 ฐานความผิด "กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กหญิงนั้นไม่ยินยอม"
กล่าวคือเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2550 ช่วงเวลา 20.00 - 24.00 น. ด.ญ.โอ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย ได้ไปเที่ยวงานวัด กับเพื่อนหลังจากเลิกเรียนพิเศษ ได้เจอ นายอานนท์ ผู้ต้องหาซึ่งบ้านอยู่ใกล้กัน เข้ามาทักทายและสอบถามว่าจะกลับบ้านกี่โมง นายอานนท์ จะรอรับไปส่งที่บ้าน เพราะทางกลับบ้านเป็นทางเปลี่ยว
ด้วยความไว้ใจว่าเป็นเพื่อนบ้าน ด.ญ.โอ จึงนั่งรถไปด้วย แต่นายอานนท์ กลับพาไปเข้าโรงแรมม่านรูด และใช้กำลังบังคับข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ 2 ครั้ง จึงพากลับไปส่งบ้าน พร้อมข่มขู่ไม่ให้บอกใครไม่งั้นจะฆ่าทิ้ง จน ด.ญ.โอ มีอาการเครียด ลักษณะจะเป็นโรคซึมเศร้า ผู้ปกครองจึงพาไปหาหมอ จนทราบความจริง จึงไปร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ นายอานนท์ ต่อมาศาลจังหวัดเลยได้ออกหมายจับนายอานนท์ ได้หลบหนีออกจากพื้นที่ และเปลี่ยนชื่อ นามสกุลใหม่ จนกระทั่งผ่านไปเกือบ 13 ปี
ชุดสืบสวน กก.3 ปคม.สืบทราบว่า ได้หลบหนีมาอาศัยอยู่ย่านพัทยา จึงลงพื้นที่สืบสวน และจับกุมตัวได้ที่บริเวณลานจอดรถคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากนั้นได้นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเลย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบประวัตินายอานนท์ พบก่อคดีอุกฉกรรจ์ ร่วมกันฆ่าผู้อื่น อีกคดีด้วย



