ข่าว

ชาวกาฬสินธุ์"เสี่ยงตายสูง"เผามือเปล่าแยกสายไฟ

ชาวกาฬสินธุ์"เสี่ยงตายสูง"เผามือเปล่าแยกสายไฟ

20 ธ.ค. 2552

ชุมชนชาว ต.โคกสะอาด จ.กาฬสินธุ์ "เสี่ยงตายสูง" เผามือเปล่าเพื่อแยกเศษสายไฟ เศษชิ้นส่วนพลาสติกที่มีโลหะติด สิ่งเหล่านี้มีปริมาณสารแมงกานีสสูง เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

 กรมควบคุมมลพิษเปิดเผยหลังลงพื้นที่ เพื่อทำโครงการนำร่องจัดการขยะอันตรายจากชุมชน ตามแผนยุทธศาสตร์การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พบว่า ชุมชนนี้อยู่กับขยะอันตราย แต่ละเดือนจะมีซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้ามาคัดแยกประมาณ 64 ตัน ในที่นี้มีทั้งพัดลม ตู้เย็น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ หม้อหุงข้าว และเครื่องเล่นซีดี เรียงตามลำดับปริมาณจากมากไปน้อย ชาวบ้านในชุมชนได้นำเศษเหลือที่ถูกนำไปทิ้งนำไปเผาเพื่อแยกวัสดุมีค่า เช่น เศษสายไฟ เศษชิ้นส่วนพลาสติกที่มีโลหะติดอยู่

 หมู่บ้านเก็บของเก่าอย่าง ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ และอีกหลายหมู่บ้านที่มีอาชีพรับซื้อของเก่ามาคัดแยกชิ้นส่วน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรีไซเคิล หรือการจัดการเพื่อลดปริมาณขยะ แต่การจัดการแบบนี้กลับเป็นปัญหา เพราะชาวบ้านจะกลายเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาขยะอันตราย

 ขยะอันตรายจากชุมชนบางอย่างมีสารอันตรายที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เช่น ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มีสาร "โบรมีน" เป็นส่วนประกอบ ในกล่องสายไฟและแผงวงจรเป็นสารก่อมะเร็ง สารตะกั่ว ซึ่งเป็นส่วนประกอบในลวดบัดกรี แบตเตอรี่ หากเข้าสู่ร่างกายจะทำลายระบบประสาท ระบบเลือด รวมทั้งพัฒนาการของสมอง

 สารแคดเมียม เป็นส่วนประกอบในชิ้นส่วนพวกวัสดุกึ่งตัวนำ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเกิดอาการปอดอักเสบอย่างรุนแรง ไตวาย และเกิดโรคอิไตอิไต และสารปรอทเป็นส่วนประกอบที่อยู่ในหลอดฟลูออเรสเซนต์กับสวิตช์ต่างๆ หากเข้าสู่ร่างกายจะทำลายระบบประสาทส่วนกลาง

 การนำขยะมากองเพื่อเผากลางแจ้ง ทำให้เกิดการสะสมและแพร่กระจายของสารพิษ เพราะจากการตรวจวิเคราะห์ดินบริเวณที่มีการกองเผาเศษเหลือ พบว่ามีปริมาณตะกั่วสูงถึง 79,520 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และทองแดง 39,161 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

 สารโลหะหนักที่สะสมอยู่ในดินนี้ อาจแพร่กระจายเข้าสู่ประชาชนที่เข้าไปเก็บเศษที่เหลือจากการเผาโดยใช้มือเปล่าและเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารได้ ซึ่งไปสอดคล้องกับรายงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในโครงการส่งเสริมสุขภาพอนามัยและสภาวะแวดล้อมของแรงงานคุ้ยขยะและแรงงานที่เกี่ยวข้อง ที่ศึกษากลุ่มครอบครัวของแรงงานคุ้ยขยะ และกลุ่มคนขับซาเล้ง พบว่ากลุ่มตัวอย่างประชากรที่ทำการศึกษาทุกคนมีปริมาณสารแมงกานีสสูง รองลงมาคือ สารหนู ตะกั่ว และโครเมียม ตามลำดับ ซึ่งสารดังกล่าวเป็นสารที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขอนามัย