
หนุนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก3
ภาคใต้-เทศบาลเมืองตากใบ ออกโรงหนุนรัฐบาลไทย-มาเลเซีย ผุดสะพานข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลกแห่งที่ 3 เชื่อมเศรษฐกิจ การค้า และท่องเที่ยวพรมแดน
นายราซ๊ะ รอนิง นายกเทศมนตรีเมืองตากใบ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ภายหลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และดาโต๊ะ ซรี มูฮัมหมัด นาจิบ บิน ตุน อับดุล ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เดินทางไปยังสะพานด่านพรหมแดนที่ บ.บูเก๊ะตา ต.โล๊ะจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส เพื่อเปลี่ยนชื่อสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่งที่ 2 เป็นสะพานมิตรภาพ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการพัฒนาพื้นที่เชิงเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น
ล่าสุดมีแนวโน้มที่รัฐบาลไทยและมาเลเซียจะร่วมมือกันสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลกแห่งที่ 3 ใน อ.ตากใบ เพิ่มอีก 1 แห่ง หลังจากที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และศึกษาผลความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐกิจไว้ระดับหนึ่งแต่เรื่องได้เงียบหายไป จนนำมาสู่ความสนใจในครั้งนี้ โดยคาดว่าในปี 2553 จะได้นำข้อมูลและรายละเอียดทั้งหมดเสนอต่อรัฐบาลทั้งสองประเทศตัดสินใจต่อไป
“ในฐานะองค์กรท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ เพราะ อ.ตากใบ เป็นพื้นที่หนึ่งซึ่งมีการทำการค้าขายกับมาเลเซียมายาวนานและสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร แต่ช่วงที่ผ่านมาต้องอาศัยการขนส่งทางน้ำ ดังนั้นหากมีสะพานเกิดขึ้นในพื้นที่จะเป็นผลดีต่อประชาชนอย่างมาก"
นายกเทศมนตรีเมืองตากใบ กล่าวต่อว่า ไม่เพียงเท่านั้นหากมีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก แห่งที่ 3 จะทำให้การค้าบริเวณชายแดนฝั่ง อ.ตากใบ กับประเทศมาเลเซียคึกคัก เป็นการช่วยกระตุ้นภาวะทางเศรษฐกิจของ จ.นราธิวาส ทั้งระบบอีกด้วย เนื่องจากประชาชนทั้งสองประเทศสามารถเดินทางผ่านช่องทางได้หลากหลายมากขึ้น
“ชาวมาเลเซียมาเที่ยวนราธิวาสผ่านด่านปีหนึ่งนับล้านคน ทั้งนี้หากเราเพิ่มช่องทางเชื่อมโยงที่ง่ายและสะดวกขึ้นจะเป็นการเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวได้มากกว่าปัจจุบัน ขณะเดียวกันการขนส่งสินค้าเกษตรกรรมของชายแดนใต้ไปยังประเทศเพื่อนบ้านจะร่นระยะทาง ลดเวลา และลดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นด้วย ซึ่งหากรัฐผลักดันให้เกิดสะพานข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก แห่งที่ 3 ขึ้นได้จะเป็นหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้ระยะยาวอีกทางหนึ่ง” นายกเทศมนตรีเมืองตากใบ กล่าว



