ข่าว

เดิมพัน"ล้มคดี"

เดิมพัน"ล้มคดี"

21 ธ.ค. 2552

เดินทางมาครบรอบขวบปีกับรัฐบาลโดยการนำของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ที่เตรียมจัดงานตีปี๊บแถลงผลงานรัฐบาลในวันที่ 23 ธันวาคมนี้

  โดย "อภิสิทธิ์" กำชับให้คณะรัฐมนตรีทุกกระทรวงเข้าร่วมการแถลงผลงานอย่างพร้อมเพรียง เพื่อสะท้อนให้เห็นความเป็นเอกภาพของรัฐบาล

       ความจริงรัฐบาลตั้งใจจะโชว์ผลงานในช่วงเดือนแห่งความสุข เพื่อเป็นของขวัญสำหรับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และกู้ภาพลักษณ์ในการบริหารประเทศ  

       ตามที่ได้ประกาศไว้ คือ ปกป้องเทิดทูนสถาบัน สร้างความสมานฉันท์ปรองดอง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และพัฒนาประชาธิปไตยและระบบการเมือง

 แต่แล้วการจัดงานโชว์ผลงานของรัฐบาลต้องถูกแย่งซีนไปก่อนหน้า เมื่อพรรคเพื่อไทยโดย จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน ออกมาปูดเอกสารลับแนวทางการดำเนินการกับปัญหาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

 รวมถึงแผนลอบสังหาร ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และการเร่งรัดพิพากษายึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท

 จนทำให้ "หนุ่มมาร์ค" ออกมาตอกกลับ "จตุพร" ว่าปั้นเอกสารปูดแผนสังหาร พร้อมทั้งยืนยันว่าการประเมินสถานการณ์ไทย-เขมร ถือเป็นเรื่องธรรมดา

 ส่วน "จตุพร" ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ โดยในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ เตรียมแฉเอกสารก๊อกสอง

 อ้างว่าเป็นเอกสารลับทางราชการที่ได้มาจากหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อเขย่ารัฐบาลต่อในช่วงครบรอบ 1 ปี

 โดยอาศัยช่วงจังหวะ "ตีเหล็กยามร้อน" ไม่ให้รัฐบาลได้ตั้งตัวทัน

 เพื่อต้องการ "เสี้ยม" ให้เห็นว่าสาเหตุของเอกสารลับที่หลุดออกมาส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่พอใจของข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาล

 จนทำให้การเมืองในรอบสัปดาห์นี้ สปอตไลท์ต่างจับจ้องไปที่เกมการเมืองระหว่างรัฐบาล กับ พลพรรคของ "ทักษิณ" ที่เล่นเกมขย่มรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

 และมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าต้องการโหมโรงให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงหลังจากผ่านเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองปีใหม่

 นั่นเป็นเพราะว่าหลังวันที่ 21 ธันวาคมนี้ จะได้รู้กันว่า "ทักษิณ" จะย้ายฐานบัญชาการจากดูไบ มาอยู่ที่กัมพูชา หรือไม่ ?
 เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการความไม่เป็นเอกภาพของลิ่วล้อไม่ว่าจะเป็นพลังเสื้อแดง และเพื่อไทย

 ยิ่งได้แรงหนุนจาก ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ประกาศอยู่คนละขั้วกับรัฐบาล "อภิสิทธิ์" ก็ยิ่งทำให้ "ทักษิณ" เหิมเกริมมากขึ้น

 ถึงขนาดว่ากันว่า "ฮุน เซน" ปลูกบ้านให้ "ทักษิณ" อยู่ในกัมพูชาอย่างเป็นทางการแล้ว ไม่ใกล้ไม่ไกลบริเวณตรงข้ามกับสถานทูตไทย นั่นเอง  

 เพราะนี่คือการประกาศเดินเกมประชิดตัว เพื่อให้การเดินทางเข้าออกของกลุ่มคนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทยง่ายขึ้น

 ดังนั้นความหวังล้มรัฐบาลนับจากนี้จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ป่วนทั้งในและนอกสภา เพื่อสร้างภาพซ้อนหวังเจรจา "ล้มคดียึดทรัพย์"

 โดยใช้กัมพูชา เป็นฐานในการถล่มรัฐบาลโดยการนำของพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่จะแปรสภาเป็นรัฐบาลพลัดถิ่น

 จึงอย่าได้แปลกใจที่ "จตุพร" ออกมาปูดเอกสารลับโดยพุ่งเป้าไปที่แผนลอบสังหาร "ทักษิณ"

 นั่นเพราะเรื่องนี้เป็นเกมที่อ่อนไหวต่อ "การแย่งชิงมวลชน" เพื่อเสริมฐานของกลุ่มคนเสื้อแดงให้แข็งแกร่งขึ้น หลังจากเกิดอาการเป๋

 โหมโรง ก่อนการชุมนุมใหญ่อีกครั้งหลังวันที่ 15 มกราคมปีหน้า !!!

 เพราะนี่คือเกมยาวที่ "ทักษิณ" วางไว้ตั้งแต่ต้น และตั้งใจจะเล่นเกมแรงในการถล่มรัฐบาลในช่องก่อนเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 เพราะเป้าหมายลึกๆ ของ "ทักษิณ" ต้องการล้มคดีความทั้งหมด

 ไม่เช่นนั้นคงไม่ส่งสัญญาณผ่าน นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายส่วนที่ออกมายืนยันชัดว่าพร้อมเจรจาหย่าศึก แต่เงื่อนไขทั้งหมดต้องย้อนกลับไปช่วงก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

 เงื่อนไขสูงขนาดนี้ต้องจับว่ารัฐบาลจะยอมรับได้หรือไม่ ???

 นั่นเพราะเกมของ "ทักษิณ" ครั้งนี้ไม่ธรรมดาแน่ หลังจากได้แรงสนับสนุนจากกลุ่มอดีตนายทหาร ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านจรยุทธ์เข้ามาร่วมขบวนการ รวมถึงพยายามปลุกระดมอดีตนายทหารพราน ให้เลือกข้าง "ทักษิณ"

 ท่ามกลางมรสุมที่พัดกระหน่ำพรรคประชาธิปัตย์ จากคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ที่เกิดจากการขาดความเป็นเอกภาพภายใน 5 เสื้อ กกต.

 จนทำให้ชะตากรรมของพรรคประชาธิปัตย์ถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย และรอการชี้ขาดจาก อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง

 หลังจากมี 3 เสียงจาก กกต. สดศรี สัตยธรรม สมชัย จึงประเสริฐ ประพันธ์ นัยโกวิท มีความเห็นให้เป็นอำนาจของนายทะเบียนในการตัดสินว่าจะยุบหรือไม่ยุบ

 ฉะนั้นจึงต้องจับตาดูการประชุม กกต.อีกครั้ง ในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ ว่าจะมีทางออกกับปมร้อนนี้อย่างไร

 นั่นเพราะเกมนี้จะเป็นตัวเร่งอุณหภูมิทางการเมืองให้ร้อนแรงขึ้น

 เพราะฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมจ้องนำมาโจมตีประชาธิปัตย์ และองค์กรอิสระอย่าง "กกต." ด้วยข้อหาสองมาตรฐานอยู่อย่างใจจดใจจ่อ

 ถึงขนาดออกมาขู่ฟ้องร้องดำเนินคดี "อภิชาต" หากละเว้นการยุบพรรคประชาธิปัตย์

 แถมยังออกมาแฉซ้ำว่าประธาน กกต.เป็นเพื่อนร่วมรุ่น กับ บัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค และอดีตหัวหน้าพรรคในช่วงของการรับบริจาคเงิน    

 เกมทั้งหมดจึงเข้าทาง "ทักษิณ" ก่อนจุดไฟเผาบ้านตัวเอง


 บัญชา แข็งขัน