
เร่งศึกษาเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดารับมาเลย์ปั้นนิคมบูกิตฮิตัม
สภาพัฒน์เร่งศึกษาตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา รองรับมาเลเซียเดินหน้าพัฒนานิคมบูกิตฮิตัมเป็นเมืองอุตสาหกรรมยานยนต์ หวังเอกชนไทยพัฒนาศักยภาพเชื่อมโยงฐานผลิตต่อยอดทั้งชิ้นส่วนยานยนต์ ยางรถยนต์ พร้อมใช้ท่าเรือปีนังมาเลเซียเป็นประตูสู่การค้ากับโลกกว้าง
นายภวัต ตั้งตรงจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัทโซซิโอ-เอคโคโนมิค คอนซัลแตนส์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้รับการว่าจ้างจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จำนวน 2 ล้านบาทในการศึกษาโครงการความเป็นไปได้ในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน บริเวณจังหวัดสงขลา ประเทศไทย-รัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย โดยโครงการนี้ต่อเนื่องมาจากกรอบแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย และกรอบคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์ร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย หรือเจดีเอส ที่ประเทศไทยและมาเลเซียเห็นชอบร่วมกันให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนสะเดา จังหวัดสงขลา และเมืองบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะห์ มาเลเซีย
สำหรับการศึกษาของฝ่ายไทยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.ศึกษาออกแบบรายละเอียดด้านการใช้ที่ดินบริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในพื้นที่อ.สะเดา อ.หาดใหญ่ อ.เมืองสงขลา โดยพิจารณาความต่อเนื่องทางกิจกรรมทางเศรษฐกิจกับพื้นที่การศึกษาของมาเลเซีย 2.ศึกษาการออกแบบรายละเอียดด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อรองรับกิจกรรมทางเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 3.กำหนดรายละเอียดด้านกฎระเบียบ รูปแบบสิทธิประโยชน์ กลไกการบริหารจัดการที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ 4.เสนอแผนการดำเนินการ และประมาณการด้านงบประมาณ พร้อมทั้งข้อเสนอด้านแหล่งเงินทุนในการพัฒนาโครงการ
นายภิวัต กล่าวอีกว่า ในเขตเศรษฐกิจพิเศษบูกิตฮิตัม มาเลเซียกำหนดให้อุตสาหกรรมหลักเป็นยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 2 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ตรงข้ามด่านประกอบยังมีโครงการพัฒนาให้เมืองโกตา ปุตราเป็นเมืองอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งมีพื้นที่พัฒนาถึง 2,000 เอเคอร์ ในความร่วมมือครั้งนี้ประเทศไทยหวังที่จะใช้ประเทศมาเลเซีย เป็นประตูการค้าผ่านทางท่าเรือปีนัง และเป็นศูนย์กลางการคมนาคมในประเทศและระหว่างประเทศทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ และกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะรองรับโครงการที่เกิดขึ้นคืออุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบหลัก อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล หรือแช่แข็ง และอุตสาหกรรมฮาลาล



