
ธนาธรเลี้ยงขอบคุณ ฝ่ายค้านเดินเกม ซักฟอกนอกสภา
ธนาธรเลี้ยงขอบคุณ - ฝ่ายค้านเดินเกม ซักฟอกนอกสภา ม็อบ นร. ยกเลิกหวั่นผิด "มั่นคง" ส.ว.ชงเปิดสภาถกปม นศ.ชุมนุม
“ฝ่ายค้าน” เตรียมเดินสายเปิดอภิปรายนอกสภาทั่วประเทศ เดินเกม 4 ภาค ลั่นต้องตรวจสอบทั้งใน-นอกสภา ด้าน ‘สวนกุหลาบนนท์’ ยกเลิกม็อบเหตุผิด พ.ร.บ.ชุมนุม ส.ว.-3 พรรคเล็กเสนอขอเปิดประชุมวิสามัญถกปมม็อบนักศึกษาลุกฮือ ‘ธนาธร’ ปลุกอีกแฟลชม็อบแนะอ่านหนังสือต่อสู้เผด็จการ ใจป้ำ 4 มี.ค.เลี้ยงเองขอบคุณฝ่ายค้าน
อ่านข่าว ฮ่องกงโมเดล?
อ่านข่าว "สมคิด" เตือน "บิ๊กตู่" ระวังปาก อย่าขู่เด็กจัดแฟลชม็อบ
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 2 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานมอบนโยบายการบริหารจัดการภัยแล้งและเตรียม การเก็บน้ำฤดูฝนปี 2563 ว่า วันนี้เป็นการเปิดการประชุมเรื่องการบริหารจัดการน้ำและการแก้ปัญหาภัยแล้ง ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าคนไทยกำลังเผชิญปัญหาอะไรบ้างหลายๆ ด้าน
“ผมจะไม่พูดเรื่องการเมืองอะไรทั้งสิ้น จะพูดในส่วนของเรื่องสำคัญ คือไวรัสโควิด-19 ที่เรากำลังเผชิญขณะนี้ ก็อยากเรียนว่าสิ่งที่มีการพูดว่าผมจะพูดในวันจันทร์ วันอังคารก็เป็นเรื่องนี้ เรื่องโควิด-19 กำลังเตรียมการอยู่ รวมถึงมาตรการรับมือภัยแล้ง และมาตรการลดผลกระทบจากทั้งโควิด-19 และภัยแล้ง มันก็มาตามลำดับ ยังไม่มีประกาศเรื่องอื่น หรือแถลงการณ์อะไรทั้งสิ้น ขอให้เข้าใจด้วย เอาเรื่องที่เป็นสารประโยชน์ เป็นประเด็นที่ประชาชนเดือดร้อนดีกว่า” นายกรัฐมนตรี กล่าว
เช้าเครียด-บ่ายอารมณ์ดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการให้สัมภาษณ์ นายกฯ มีสีหน้าเคร่งเครียด และไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน จากนั้นเดินกลับไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล คาดเป็นการไปหารือกับ ผบ.เหล่าทัพ เพื่อถกโผทหารกลางปี เวลา 13.30 น. นายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเลิกประชุมเวลา 16.00 น. พล.อ.ประยุทธ์มีท่าทีที่ผ่อนคลายลง ซึ่งระหว่างเดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ได้โชว์ผลมะนาวที่ปลูกไว้ตั้งแต่รัฐบาล "ประยุทธ์ 1” ให้สื่อมวลชนดูอย่างอารมณ์ดีพร้อมบอกว่า ให้ช่วยกันดูแล รดน้ำด้วย
พรรคร่วมงดจัดงานเลี้ยง
วันเดียวกัน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวประเมินผลการทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาล ในช่วงสมัยประชุมที่ผ่านมาว่า การทำงานของรัฐบาลได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกพรรคร่วม ในช่วงแรกอาจมีขลุกขลักบ้าง แต่เมื่อประสานพูดคุยกันมากขึ้นโดยมีแกนนำแต่ละพรรคช่วยกันก็ผ่านปัญหาต่างๆ ไปได้
ขณะที่วิปรัฐบาลจะเพิ่มบทบาทการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและเชื่อว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ที่แต่ละคนรู้หน้าที่ของตัวเอง และได้ย้ำว่าเราต้องยืนบนขาของตัวเองให้ได้ ผนึกกันให้แน่น เพราะฝ่ายค้านเขาไม่ฟังเราอยู่แล้ว ดังนั้นการทำงานเมื่อเปิดสมัยประชุม พรรคร่วมรัฐบาลต้องช่วยกันอุดช่องว่างของปัญหาต่างๆ ที่เคยผ่านมาให้ได้
นายวิรัช กล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเตรียมจัดงานเลี้ยงเพื่อขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล และ ส.ส.รัฐบาล ในช่วงปิดสมัยประชุมกลางเดือนมีนาคมนี้ เพื่อขอบคุณที่ร่วมกันทำงานมาด้วยกันอย่างดีในการผ่านกฎหมายฉบับสำคัญทั้ง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ และ 5 รัฐมนตรี แต่ล่าสุดจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 และส.ส.ต่างต้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ยืนยันว่ายังไม่มีการจัดงานอะไรในขณะนี้ ส่วนจะจัดหรือไม่นั้นหลังเปิดสมัยประชุมค่อยว่ากัน
“จุรินทร์” ชี้ปรับครม.อยู่ที่นายกฯ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เรื่องการปรับครม.ต้องถามนายกรัฐมนตรี ไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบ ส่วนที่ถามว่า ภายในพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะปรับเปลี่ยนกันภายในหรือไม่นั้น การปรับครม.เป็นหน้าที่ของนายกฯ และเป็นอำนาจของนายกฯ ด้วย
‘วิษณุ’ ลั่นไม่มีลาออกรองนายกฯ
ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ว่า ไม่ทราบเรื่อง และไม่เคยได้ยิน เรารู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี ส่วนที่ถามว่ามีกระแสข่าวว่าจะยื่นหนังสือลาออกนั้น กระแสข่าวมาจากไหน ไม่จริง ส่วนถ้าปรับ ครม.ครั้งหน้าจะยังอยู่ใช่หรือไม่นั้น ใช่ สื่อถามจึงต้องตอบอย่างนั้น ถ้าถามจากจุดยืนจะไปตอบอย่างอื่นได้อย่างไร และยืนยันว่าไม่ได้ท้อ ไม่มีอะไร ทำไปตามหน้าที่ และถือว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ผู้อภิปรายก็ทำตามหน้าที่ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องตอบและอธิบาย ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง อย่างที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการตรวจสอบและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ถือว่าจบครบตามกระบวนการของสภา
‘วราวุธ’มั่นใจไม่กระเทือนโควตา ชทพ.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกระแสข่าวพล.อ.ประยุทธ์ส่งสัญญาณการปรับ ครม.ว่า จากข่าวปรับ ครม. และที่ระบุสัดส่วนรัฐมนตรีของพรรคใดก็ว่ากันไป ไม่ได้มีอะไร เราก็เชื่อตามข่าว โดยที่ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอย่างอื่นออกมา เราก็ทำงานต่อไป
‘ฝ่ายค้าน’จ่อเปิดอภิปรายนอกสภา
วันเดียวกัน เวลา 12.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุมแกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน (ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน) โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะโทษกันไปมา แต่เป็นเวลาที่จะต้องลุกขึ้นสู้เพื่อประชาชนร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพและเข้มแข็งดังเดิม
ทุกคนเห็นตรงกันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ควรหยุดเพียงแค่ในสภา จึงจะขอเปิดกิจกรรมอภิปรายนอกสภา โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.การรวบรวมคำถามทั้งหมดที่ ส.ส.ได้อภิปรายถามและรัฐมนตรีไม่ได้ตอบหรือตอบไม่ครบ โพสต์ลงในเพจพรรคฝ่ายค้านเพื่อประชาชน และ 2.การจัดอภิปรายนอกสภา โดยเราจะจัดทั่วประเทศ ซึ่งอาจจะแบ่งออกเป็น 4 ภาคอย่างที่เคยทำ
ลั่นต้องตรวจสอบทั้งในและนอก
ด้าน พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า การอภิปรายไม่เสร็จสมบูรณ์เป็นประเด็นที่ 6 พรรคฝ่ายค้านตั้งข้อสงสัย กฎหมายมีความยุติธรรมแล้วแต่คนบังคับใช้กฎหมายหรือผู้นำยังขาดความสัตย์ซื่อ ยุติธรรม จากนี้ 6 พรรคฝ่ายค้านจะร่วมมือกันทำงานให้เข้มแข็งขึ้น
ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ฝ่ายค้านเห็นว่าการอภิปรายครั้งนี้ยังไม่เสร็จสิ้นตามรัฐธรรมนูญ ภาระหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาลของฝ่ายค้านไม่ได้อยู่เพียงในสภา เราจะต้องเดินหน้าตรวจสอบทั้งในและนอกสภา โดยการร่วมมือกับประชาชน เพราะหากอาศัยเพียงมือในสภา เราไม่สามารถเอาชนะอำนาจของฝ่ายรัฐบาลได้ ทั้งนี้ ไม่มีอะไรที่จะมาทำลายความรัก ความสามัคคีในการทำงานร่วมกันของพรรคฝ่ายค้านได้
เหน็บข่าวใหญ่นายกฯควรลาออก
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า โพลล์หลายสำนัก สะท้อนความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศต่อรัฐบาล ว่า ประเทศไทยผ่านการเลือกตั้งมาเกือบ 1 ปี รัฐบาลสืบทอดอำนาจหลังการเลือกตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ ล้มเหลวในแทบทุกมิติ ทั้ง สังคม เศรษฐกิจ การเมือง แทนที่จะเตะถ่วง ยื้อเวลา พักหายใจหายคอ หลังรอดชีวิตจากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ กลับเคาะกะลาตั้งท่าจะปรับครม. ทางออกที่ดีที่สุดที่ควรจะประกาศเป็นข่าวใหญ่คือการประกาศลาออก
“ต่อให้ปรับ ครม.อีกสิบรอบ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังคงเป็นหัวหน้ารัฐบาล ผลงานก็จะไม่แตกต่างจาก 5-6 ปีที่ผ่านมา สารพัดกรรมการที่ พล.อ.ประยุทธ์ไปนั่งหัวโต๊ะ ก็พิสูจน์แล้วว่าไม่มีอะไรดีขึ้น ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือการประกาศลาออก” นายอนุสรณ์ กล่าว
‘อนค.’ยันเปิดตัวพรรคใหม่เดือนนี้
นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตรองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า ต้องเรียนก่อนว่าพรรคอนาคตใหม่ส่วนหนึ่งจะเดินต่อในนามของคณะอนาคตใหม่ อีกส่วนจะทำงานในสภา อดีต ส.ส.ของพรรคได้ไปสัมมนาสรุปบทเรียนร่วมกัน ทั้งการทำงานในพรรคของเราเอง และการทำงานร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งจะเดินหน้าทำงานร่วมกันต่อไป ทั้งนี้ แต่ละพรรคอาจจะมีบุคลิกที่ต่างกันออกไป แต่การผลักดันให้สังคมเดินหน้า น่าจะเป็นภารกิจร่วมกัน เพราะขณะนี้การเคลื่อนไหวของประชาชนเป็นสถานการณ์ที่แหลมคม เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและรัฐบาลที่ไม่มีศักยภาพในการแก้ปัญหา
เรื่องนี้ 6 พรรคฝ่ายค้านและภาคประชาสังคมจะต้องทำงานร่วมกันต่อไป ส่วนที่การจัดตั้งพรรคใหม่จะทันตามกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนดหรือไม่นั้น ทันแน่นอนภายในเดือนนี้จะประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง แต่ขณะนี้มีหลายเรื่องที่ต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้า ดังนั้นขอเวลาให้เรานิดหนึ่ง
ธนาธรเลี้ยงเองขอบคุณฝ่ายค้าน
นายชัยธวัช กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่า จะเปิดเผยชื่อพรรคในวันที่ 8 มีนาคมนั้น เป็นเพียงการคุยเบื้องต้น ในการสัมมนา ส.ส.ของเรา ทั้งนี้ ส.ส.ยืนยันจำนวน 55 คน ที่จะย้ายมาพรรคใหม่ สำหรับงานเลี้ยงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 4 มีนาคม เพื่อเลี้ยงขอบคุณพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเลี้ยงขอบคุณแกนนำพรรคฝ่ายค้านเป็นการส่วนตัว
นร.-ปชช.ยกเลิกชุมนุมไล่นายกฯ
ความคืบหน้าการจัดกิจกรรมชุมนุมของนักศึกษาและประชาชนตามสถานที่ต่างๆ นั้น ก่อนหน้านี้ นักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรี ได้แจ้งว่าจะมีการชุมนุมวันที่ 2 มีนาคม เวลา 17.00 น. สุดท้ายได้ยกเลิกการชุมนุมดังกล่าวแล้ว
ก่อนหน้านี้ทางเพจ “suannon debate” แจ้งว่า มีเหตุให้เราต้องย้ายมาจัดด้านหน้าโรงเรียนกะทันหัน วันนี้พวกเราจึงเดินทางมาดำเนินการเรื่องแจ้งการชุมนุมในที่สาธารณะ ที่สำนักงานตำรวจภูธรปากเกร็ด เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย และรอทางสถานีตำรวจติดต่อกลับมาก็เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกันการจัดการชุมนุมของชาวบ้านที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เพื่อต่อต้านเผด็จการ ล่าสุดนายอานนท์ นำภา ทนายความชื่อดังเปิดเผยว่า มีการยกเลิกกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเตรียมจัดชุมนุมรวมกัน 3 เขต ได้แก่ ลาดกระบัง หนองจอก ประเวศ เดิมทีในวันที่ 2 มีนาคม ชาวบ้านที่เคหะนัดชุมนุม แต่เมื่อวานไปคุยปรากฏว่าชาวบ้านจะรวมกัน 3 เขตเป็นอย่างต่ำแล้วชุมนุมใหญ่ คือ ลาดกระบัง หนองจอก ประเวศ เข้าใจว่าในการชุมนุมจะไล่อดีต ส.ส.งูเห่าของพรรคอนาคตใหม่ด้วย จึงเลื่อนการชุมนุมออกไป ส่วนจะเป็นวันไหนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
‘ธนาธร’ไม่หยุดปลุกม็อบนศ.ต่อ
ด้านนายธนาธร โพสต์รูปภาพประชาชนและระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า จากเผด็จการสู่ประชาธิปไตย : แผนการสู่อิสรภาพ ไม่เคยมีใครคิด ไม่เคยมีใครคาดหวัง ไม่เคยมีใครรู้ล่วงหน้า ว่าเหตุการณ์การยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จะเป็นตัวจุดชนวนความไม่พอใจของคนจำนวนมากในสังคมให้ระเบิดออกมา เป็นการแสดงออกซึ่งความไม่พอใจ และไม่กังขาในความสามารถของพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนในการโค่นล้มเผด็จการ
โดยเฉพาะศักยภาพของคนรุ่นใหม่ที่ออกมาชุมนุมกันอย่างเป็นจริงเป็นจังในช่วงนี้ แต่การโค่นล้มเผด็จการที่ฝังรากในสังคมไทยมายาวนานไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น ผมจึงเห็นว่าช่วงนี้สำคัญที่สุดที่เราจะมาร่วมกันศึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เครื่องมือ เทคนิควิธีการ ในการต่อกรกับเผด็จการและเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย
วันนี้ผมจึงขอแนะนำหนังสือชื่อ “From Dictatorship to Democracy” หรือที่แปลเป็นไทยในชื่อ “จากเผด็จการสู่ประชาธิปไตย” ของ ยีน ชาร์ป (Gene Sharp) นักวิชาการผู้ที่ศึกษาและเขียนงานจำนวนมากเกี่ยวกับการต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรง โดยผมถือว่าหากเราอยากอ่านหนังสือสักเล่ม หนังสือเล่มนี้ก็คงเป็นหนังสือเล่มแรกในรายการหนังสือบังคับอ่านของวิชา “ต่อสู้เผด็จการ101” สำหรับผู้คนนับพันล้านคนทั่วโลกที่ยังใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการและอยากเปลี่ยนแปลงสังคมตนเอง
พท.ซัดอย่าเอากฎหมายไปขู่เด็ก
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกลุ่มนักศึกษาที่จัดแฟลชม็อบตามสถานศึกษาทั่วประเทศว่าระวังจะมีคดีอาญาติดตัวว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรใช้อำนาจไปข่มขู่นิสิตนักศึกษาที่กำลังจัดกิจกรรมอยู่
กิจกรรมดังกล่าวเป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตยที่หลายประเทศทั่วโลกก็ทำรูปแบบเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ต้องมองอย่างนานาอารยประเทศมอง ไม่มองอย่างดูถูกเหยียดหยาม พล.อ.ประยุทธ์ทราบหรือไม่ว่าเด็กทุกวันนี้เข้าสู่โลกข้อมูลข่าวสารทุกชนิดในทุกมุมของโลก ต่างจากยุคที่ พล.อ.ประยุทธ์ศึกษามา ซึ่งการเข้าถึงข้อมูลต่างกันมาก และสามารถสื่อสารได้หลายภาษา เด็กในโลกยุคใหม่ต้องปล่อยให้เขาคิดให้เขาทำ
ส.ว.เสนอเปิดสภาถกข้อเรียกร้องนศ.
วันเดียวกัน นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา(วิปวุฒิฯ) โพสต์เฟซบุ๊ก “Kamnoon Sidhisaman” ถึงข้อเสนอให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 122 หรือมาตรา 123 เพื่อรับฟังแนวทางการแก้ปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินจากสมาชิกของทั้ง 2 สภา ว่า แม้แนวทางนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันทีและเร็วทันใจทั้งหมด เพราะต้องลงเอยจนถึงขั้นตั้งกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภาที่เปิดให้มีบุคคลภายนอกเข้าร่วมด้วยได้ ก็ยังต้องปรับจูนเข้าหากันอีกพอสมควร
เบื้องต้นอาจจะไล่ไม่ทันความขัดแย้งข้างนอกระบบด้วยซ้ำ แต่ที่ได้ผลทันทีคือได้แสดงความจริงใจและตั้งใจจริงของรัฐบาล ที่เห็นว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดิน จำเป็นต้องแสวงหาทางออกร่วมกันของทุกรุ่นทุกฝ่ายทุกสถานะ โดยรับฟังซึ่งกันและกัน เคารพซึ่งกันและกัน พร้อมจะอยู่ร่วมกันอย่างแตกต่างไม่แตกแยก โดยรับฟังจากสภาชิกรัฐสภาที่เป็นตัวแทนความคิดของประชาชนทุกรุ่น ทุกฝ่าย ทุกสถานะระดับหนึ่ง และอีกทางหนึ่งความจริงใจและความตั้งใจจริงที่เห็นว่ารัฐสภาคือเวทีแห่งการประนอมอำนาจ ไม่ใช่เวทีแห่งการใช้เสียงข้างมากสร้างความชอบธรรมในการใช้อำนาจรัฐของรัฐบาลเท่านั้น ดังนั้น มุมมองของรัฐบาลถือป็นกุญแจเบื้องต้นของเรื่องนี้
พรรคเล็กเอาด้วยยื่นชวนเปิดสภาถก
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธรรมไทย พร้อมด้วยและนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักธรรม ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอเสนอเปิดประชุมสมัยวิสามัญประจำปี 2563 โดยมีนายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา รับเรื่องไว้
นายพิเชษฐ กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มมีความเคลื่อนไหวของนักเรียนนักศึกษาจัดชุมนุมทางการเมืองกว่า 20 มหาวิทยาลัยของรัฐ และโรงเรียนกว่า 10 แห่งเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกยุบสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 และให้ยกเลิกองค์กรอิสระ จึงมีความกังวลว่าเหตุการณ์จะบานปลาย อาจนำไปสู่ความรุนแรงหรือความไม่มั่นคงแห่งรัฐ ดังนั้นควรหาทางออก และเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรเป็นศูนย์รวม จึงอยากให้นักการเมืองนำความคิดของทุกฝ่ายหาแนวทางแก้ไขปัญหาข้อเรียกร้องของนักศึกษา
ยังไม่คิดเปิดสภาแก้แฟลชม็อบ
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ วิปรัฐบาลไม่ได้มีการนัดประชุมเป็นกรณีพิเศษแต่อย่างใด เนื่องจากเพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมสภาเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อเสนอให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อให้ตัวแทนจากทุกฝ่ายมาร่วมแสดงความคิดเห็นนั้น ส่วนตัวคิดว่าการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะตราพระราชกฤษฎีกาต่อไป โดยในส่วนของวิปรัฐบาลเองยังไม่มีความคิดเห็นที่จะเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญแต่ประการใด
ด้าน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภา กล่าวว่า เรื่องของการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เวลานี้ยังไม่มีแนวความคิดในเรื่องดังกล่าว และนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ก็ยังไม่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ เพราะการจะเปิดประชุมวิสามัญได้นั้นจะต้องเป็นเฉพาะกรณีสำคัญอย่างแท้จริง เช่น การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี เป็นต้น และหากจะเปิดประชุมวิสามัญฯ ส.ส.จะต้องเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้เปิดประชุมวิสามัญตามรัฐธรรมนูญ
“เทพไท” ค้านเปิดสภาแก้แฟลชม็อบ
เวลา 11.55 น. ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงข้อเสนอของส.ส.หลายคนเรียกร้องให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อนำปัญหาการชุมนุมของนักศึกษามาพูดคุยในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญโดยให้นักศึกษาเข้าร่วม ว่า การที่จะมาเปิดวิสามัญและตั้งกรรมาธิการ เกรงว่ากว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้เสียก่อน
จึงขอเสนอให้รัฐบาลไปฟังความเห็นข้อเรียกร้อง ข้อเสนอ ของกลุ่มนักศึกษาที่ชุมนุมว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นให้นำมาพิจารณาโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอที่เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้เป็นประชาธิปไตย คิดว่าเรื่องนี้สามารถรับได้ทันที และน่าจะเป็นการปลดล็อกชนวนได้ในระดับหนึ่ง เพราะ 1.เรามีคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์แนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว จึงคิดว่าใช้ช่องทางนี้นำข้อเสนอของนักศึกษามาเข้าในชุดนี้ได้เลย



