ข่าว

 ข้าวก้นบาตร ช่วยชาติได้

ข้าวก้นบาตร ช่วยชาติได้

22 ธ.ค. 2552

โบราณมีคำกล่าวเอาไว้ว่า “ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์” อันมีความหมายคล้ายกับว่าเรื่องราวใดๆ ก็ดี หากเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเราก็อย่าไปทำปากมากวิจารณ์ หรืออย่าเข้าไปสอดออกความเห็นในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตนเองเป็นอันขาด โดยเฉพาะเรื่องของพระสงฆ์องค์เจ

 แต่อุบาสกอุบาสิกาประชาชีสมัยนี้มิได้กลัวเกรงนรก เพราะหลายเรื่องหลายครั้งที่มีการดาหน้าออกมาวิจารณ์เรื่องพระเรื่องเจ้ากันออกขรม โดยไม่ได้คำนึงถึงว่าต้นสายปลายเหตุของเรื่องนั้นมีที่มาที่ใดจากใครกันบ้าง

 วันชื่นคืนดีหัวหงอกหัวดำทั้งหลายก็เกิดคิดกันขึ้นมาได้ว่า ในวันพระใหญ่หรือวันเทศกาลทั้งหลาย ผู้คนพากันหลั่งไหลไปทำทานด้วยการใส่บาตรให้พระจนล้นหลาม ข้าวปลาอาหารสดที่บรรจงตักกันลงไปในบาตรจึงเหลือเฟือฟายจนต้องเททิ้ง เมื่อเป็นอย่างนั้นสู้หันมาใช้ข้าวสารอาหารแห้งเป็นเครื่องใส่บาตรเห็นทีจะดีกว่า เพราะเหลือจากพระฉันลูกศิษย์กินก็เก็บเอาไว้ได้เป็นเวลานาน

 โดยลืมนึกไปว่าเมื่อเหลือเป็นข้าวสารอาหารแห้งแล้ว จะให้พระท่านเอาไปเททิ้งที่ไหนอย่างไร นอกจากให้ลูกศิษย์เอาไปขายเพื่อเอาปัจจัยมาใช้ในกิจต่างๆ หรือแม้แต่เอามาเลี้ยงดูลูกศิษย์และทำนุบำรุงศาสนสถานทั้งหลาย ซึ่งแน่นอนว่าย่อมต้องมีพระสงฆ์นอกกรอบขายเพื่อเอาปัจจัยมาเก็บไว้เป็นส่วนตัวบ้าง เพราะเก็บงำเอาไว้นานก็หมดอายุหรือบูดเสียเน่าเปื่อยไปเปล่าๆ

 ในขณะที่การใส่บาตรด้วยข้าวสุกอาหารเสร็จเช่นครั้งเก่าก่อน แม้ว่าพระจะฉันจนเหลือกระทั่งส่งต่อไปถึงบรรดาลูกศิษย์แล้วก็ยังไม่หมด แต่หมูหมากาไก่และปลาหน้าวัด ก็ยังได้พึ่งใบบุญจากข้าวสุกอาหารเสร็จเหล่านั้น เพื่อการยังชีพอันตรงกับหลักการของการให้ทานตามหลักศาสนา

 และผลพวงข้อดีที่ได้ในเชิงเศรษฐกิจ จากการหันไปใช้วิธีการใส่บาตรด้วยข้าวสวยอาหารสุกก็คือ การหมุนเวียนของวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหาร จะเป็นวงจรที่ใหญ่โตมากขึ้น ไม่กระจุกตัวหมุนเวียนวัตถุดิบอยู่เพียงแค่วงแคบๆ จากบาตรพระไปสู่ร้านค้าใกล้วัด   แล้วก็หมุนกลับมาถึงมือคนที่ต้องการทำบุญทำทานด้วยการใส่บาตร เสร็จแล้วลูกศิษย์วัดก็หิ้วเครื่องกระป๋อง ข้าวสารอาหารแห้งกลับไปขายให้ร้านค้า วนไปเวียนมาไม่เกิดประโยชน์ต่อภาคการผลิตแม้แต่น้อย

 เทศกาลใหญ่อย่างปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ หากเราทั้งหลายหันมาหาข้าวสุกอาหารสดเป็นเครื่องใส่บาตร แน่นอนว่าแม้จะล้นหลามจนพระฉันเหลือ แต่นอกจากลูกศิษย์วัดจะได้อิ่มหนำสำราญแล้ว หมูหมากาไก่ที่ถูกคนนำมาปล่อยไว้ในวัด ตลอดจนปลาตามเขตอภัยทานหน้าวัดก็จะได้อิ่มหนำสำราญตามไปด้วย

 ชาวไร่ชาวนาและพ่อค้าที่ขายสินค้าบริโภค ก็จะได้ระบายสินค้าในสต็อกออกไป ผู้ผลิตก็มีโอกาสผลิตสินค้าชุดใหม่ออกมาแทนที่ ก่อให้เกิดวงจรชีวิตของการผลิตที่เป็นวงใหญ่มากขึ้น มีเงินหมุนเวียนเคลื่อนย้ายถ่ายมือมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการส่งผลดีต่อภาคธุรกิจและภาคผลิตโดยรวม ข้าวก้นบาตรที่เหลือจากการฉันของพระเจ้าทั้งหลาย ก็สามารถช่วยเศรษฐกิจของชาติให้มีการหมุนเวียนมากขึ้นด้วยประการฉะนี้แล...สาธุ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ