ข่าว

โรงเรียนร็อกมาแล้ว

โรงเรียนร็อกมาแล้ว

20 ธ.ค. 2552

เป็นเวลาถึง 5 ปีที่ คริส สแคฟเฟอร์ ทำงานเป็นดีเจ และเขาได้ศึกษาชีวิตราตรีมามากพอจนรู้ว่าตัวเองต้องการทำงานในอุตสาหกรรมดนตรีของสหรัฐ

 หนุ่มชาวเมืองโอคลาโฮมาวัย 25 ปี คิดแผนการในอนาคตว่าจะย้ายไปอยู่อังกฤษ และเข้าเรียนที่ อะคาเดมี ออฟ คอนเทมโพรารี มิวสิก (เอซีเอ็ม) สถาบันดนตรีชื่อดังที่การันตีฝีมือด้วยรางวัลดังมากมาย ผลิตคนดนตรีระดับคุณภาพ ก่อนจะนำสิ่งที่เรียนมาใช้เป็นฐานให้ตัวเองได้งานเกี่ยวกับดนตรี

 แต่กลับกลายเป็นว่า คริสพบว่าสามารถทำสิ่งนั้นได้ใกล้ๆ บ้านของตัวเอง

 ปีที่แล้ว เอซีเอ็มร่วมหุ้นกับ มหาวิทยาลัยเซ็นทรัล โอคลาโฮมา (ยูซีโอ) ในเมืองเอ็ดมอนด์ เพื่อเปิดสาขาแห่งแรกในสหรัฐที่ยูซีโอ ซึ่งได้รับการขนานนามอย่างไม่เป็นทางการว่า "สคูล ออฟ ร็อก" หรือ "โรงเรียนร็อก" ที่นี่เสนอปริญญาที่ใช้เวลาเรียน 2 ปีให้แก่นักศึกษาที่ต้องการเข้าสู่วงการดนตรี และล่าสุดได้เปิดประตูรับเด็กนักเรียนเข้าศึกษา 160 คนเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่สแคฟเฟอร์สุดแสนจะตื่นเต้นที่มีโอกาสได้ช่วยเจ้าหน้าที่โรงเรียนจัดการเรียนการสอนในภาคการศึกษาแรก

 "นี่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์บังเอิญแสนประหลาดที่สุด เพราะนี่เป็นโรงเรียนมีชื่อในอังกฤษ และพวกเขานำมาตั้งที่เมืองโอคลาโฮมา ไม่มีอะไรต้องสงสัยอีกต่อไปแล้วว่านี่คือหนทางชีวิตผมหรือเปล่า" สแคฟเฟอร์กล่าวอย่างดีใจ

 ฟิล บรูคส์ ผู้อำนวยการเอซีเอ็ม เป็นผู้ก่อตั้งสถาบันแห่งนี้เมื่อ 12 ปีก่อนในเมืองกิลด์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ทุกวันนี้มีนักศึกษาราว 1,200 คน และเป็นพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั้งในอิตาลี และแอฟริกาใต้

 ด้วยเส้นสายในวงการดนตรีทำให้บรรดาผู้บริหารเอซีเอ็มได้รู้จักกับ สกอต บุคเคอร์ ผู้ทุ่มเทเวลากว่า 2 ทศวรรษไปกับวงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อกของโอคลาโฮมาอย่าง เดอะ เฟลมมิง ลิบส์ และเขารู้ว่าเอซีเอ็มกำลังสนใจขยายสาขามายังสหรัฐ จึงแนะนำอธิการบดีของยูซีโอ ผู้สนใจหลักสูตรของเอซีเอ็ม ทำให้เกิดโรงเรียนนี้ขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมขอให้บุคเคอร์เป็นซีอีโอโรงเรียนร็อกแห่งนี้ ทำให้ความฝันของเขาที่จะได้กลับไปสอนหนังสืออีกครั้งเป็นจริงขึ้นมา หลังจากที่เคยหันหลังให้การเป็นครูสอนประวัติศาสตร์ในโรงเรียนมัธยมปลายมาแล้ว เพราะได้พบกับวงเดอะ เฟลมมิง ลิบส์ 

 "ผมคิดมาเสมอว่าจะได้กลับไปสอนอีกครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้" บุคเคอร์กล่าวอย่างอารมณ์ดี โดยเขาจะเป็นซีอีโอควบคู่ไปกับการเป็นผู้จัดการวงต่อไป

 ส่วนหลักสูตรของโรงเรียนได้ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวงการเพลงแบบอเมริกัน ซึ่งนักเรียนจะไม่เพียงเรียนเรื่องเพลงหรือการทำเพลงเท่านั้น แต่จะได้เรียนรู้จริงจังเกี่ยวกับเรื่องการทำสัญญา ภาษี และกฎหมายลิขสิทธิ์ ตลอดจนเรื่องง่าย ๆ อย่างการขึ้นลงเวทีอย่างรวดเร็ว

 ค่าเรียนตกอยู่ที่ปีละ 6,800 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 238,000 บาท) เท่ากับค่าเรียนของนักศึกษามหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา

 สแคฟเฟอร์ และเพื่อนๆ ของเขาจะได้เรียนกับเครื่องไม้เครื่องมืออันทันสมัยที่ส่วนใหญ่ผู้ผลิตเครื่องดนตรีขายให้โรงเรียนในราคาลดพิเศษ บางแห่งก็ถึงกับออกค่าห้องเรียนให้เลยทีเดียว

 "นี่มันน่าทึ่งสุดๆ ผมดูอุปกรณ์แล้วแสนจะปลาบปลื้ม มันออกจะซับซ้อนหน่อย แต่ทั้งหมดเป็นของสุดยอดทั้งนั้น ของที่คุณจะได้เจอแต่ในสตูดิโอทำเพลง" สแคฟเฟอร์กล่าวอย่างดีใจ ซึ่งเป็นไปตามความคิดของบุคเคอร์ที่ต้องการให้เด็กๆ ได้เรียนรู้วงการนี้ทุกแง่ทุกมุม

 "เรากำลังสอนทางเลือกหลากหลายในวงการให้คุณ อย่างผมที่เคยอยากเป็นนักกีตาร์ แต่วันนี้กลับกลายมาเป็นผู้จัดการวงเดอะ เฟลมมิง ลิบส์" บุคเคอร์กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา : เอพี