
ญาติหนูน้อย 6 ขวบ เข้าพบจนท. ขณะเด็กยังผวา ด้านชายรับ จริง
ญาติหนูน้อย 6 ขวบ เข้าพบจนท. ขณะเด็กยังผวา ด้านชายรับ อุ้มจริง
วันที่ 2 มี.ค.63 19.00 น. นางเวียง สงครินทร์ อายุ 62 ปี ยายเด็กหญิงวัย 6 ขวบ และ น.ส.ญาดา อินทวงศ์ อายุ 31 ชาวกาญจนบุรี ผู้เห็นเหตุการณ์ช่วงที่ ด.ญ.เอ.(นามสมมุติ)วิ่งออกจากป่าข้างหมู่บ้าน และระบุว่าถูกนายบุญชู หรือนาย ขะไหนรัมย์ อายุ 40 ปี อุ้มเข้าไปปิดปากพยายามจะล่วงละเมิด เมื่อเวลา 17.30 น.(1 มี.ค.)
ได้เข้าให้การกับ ร.ต.ท.หญิง พิชญานิน ปลั่งกลาง รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.เมือง บุรีรัมย์ โดยทั้งสองยืนยันว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นความจริง หลังเห็นภาพ ด.ญ.เอ.ขณะหนีออกจากป่าข้างบ้านออกมา โดยระหว่างญาติกำลังให้การกับตำรวจ ด.ญ.เอ มีอาการผวาและโหมกอดยายแน่นเป็นระยะ ช่วงที่พนักงานสอบสวนถามถึงเหตุการณ์
นางเวียง สงครินทร์ ยายเด็ก กล่าวย้ำว่า จากการสอบถาม หลานยังพูดคำเดิมว่า ช่วงที่กำลังเล่นข้างถนนหน้าบ้าน นายบุญชู หรือนาย ได้อุ้มหลานวิ่งเข้าป่า แล้วทำการปิดปาก และกำลังแก้กางเกง แล้วพูดกับหลานว่า”อยากไปบอกให้ยายนะ”แต่โชคดีที่หลานสามารถดิ้นหลุดออกมาได้ เมื่อตรวจสอบสภาพร่างกายหลานแล้วพบว่ามีรอยเล็บอยู่ที่แก้มหลาน ซึ่งคาดว่าเป็นรอยเล็บของนายบุญชู ระหว่างปิดปากหลานไม่ให้ส่งเสียงดัง
นางเวียง กล่าวด้วยว่า นายบุญชู อยู่บ้านเดียวกันแต่คนละหมู่ เป็นคนไม่มีญาติ พ่อแม่เสียชีวิตแล้ว เป็นคนชอบดื่มสุราและมักจะมาเดินเล่นแถวบ้านเป็นประจำ การกระทำดังกล่าวของนายบุญชู ชาวบ้านรับไม่ได้ และยืนยันจะเอาเรื่องจนถึงที่สุด
จากการสอบถามพนักงานสอบสวน ทราบว่า เบื้องต้นนายบุญชู ได้รับสารภาพว่า ได้อุ้มเด็กเข้าไปในป่าจริง แต่ไม่ได้มีการล่วงละเมิดเด็ก ทั้งนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหานายบุญชู ตามขั้นตอนจะต้องมีการตรวจร่างกายเด็ก และสอบสวนให้ครบทุกด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่เบื้องต้นน่าจะเข้าข่าย”พรากผู้เยาว์”ถึงแม้นายบุญชู จะยังไม่ได้ล่วงละเมิดเด็กก็ตาม
ภาพ/ข่าว อภิชาติ ศิริสุข ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์



