ข่าว

 กระหึ่มงาน"ซับคอนไทยแลนด์2020" 

 กระหึ่มงาน"ซับคอนไทยแลนด์2020" 

02 มี.ค. 2563

 กระหึ่มงาน"ซับคอนไทยแลนด์2020" สู่การจับคู่ธุรกิจชิ้นส่วนอุตสาหกรรม 

       งานใหญ่แห่งปีที่คนในวงการอุตสาหกรรมต้องห้ามพลาดสำหรับงาน“ซับคอนไทยแลนด์ 2020”ระหว่างวันที่ 13-16 พฤษภาคม 2563 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์และสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เพื่อโชว์ความยิ่งใหญ่งานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตเพื่อการจัดซื้อสินชิ้นส่วนและจับคู่ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

 กระหึ่มงาน"ซับคอนไทยแลนด์2020" 

      ซ่อนกลิ่น พลอยมี ผู้อำนวยการกองพัฒนาและเชื่อมโยงการลงทุน(กพช.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)

     ซับคอน ไทยแลนด์ 2020 เป็นงานงานเดียวที่นำเสมอโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้พบและเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ระดับเทียร์ 1 และ 2 ในอุตสาหกรรมปัจจุบันเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจรับนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ของรัฐบาลยุคนี้

       "บีโอไอมีหน้าที่ให้การส่งเสริมการลงทุนและให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยแต่เรามองในมุมหนึ่งว่าการที่เขามาลงทุน เราจะช่วยเสริมให้เขาแข็งแกร่งไปด้วยในขณะเดียวกันเขาแข็งแกร่งอย่างเดียวไม่ได้ต้องให้ผู้ประกอบการไทยแข็งแกร่งด้วย แต่การที่จะให้ผู้ประกอบการไทยเข้ามามีบทบาทในการผลิตอุตสาหกรรมของเรามันต้องมีการเชื่อมโยงกับผู้ผลิตต่าชาติ ถ้าไทยด้วยกันเองเขาได้ทำกันมานานแล้ว" 

      ซ่อนกลิ่น พลอยมี ผู้อำนวยการกองพัฒนาและเชื่อมโยงการลงทุน(กพช.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)เผยกับ"คมชัดลึก"ถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน"ซับคอนไทยแลนด์ 2020" ซึ่งเป็นงานที่บีโอไอร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจและอุตสาหกรรมได้ดำเนินการมาเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 14 ทั้งนี้เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสนับสนุนในประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมทั้งจัดกิจกรรมเชื่อมโยงและจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้าระดับโลก เพื่อให้เกิดการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย

      โดยในปีนี้งานซับคอนไทยแลนด์ได้มีพันธมิตรใหม่ ได้แก่ กลุ่ม FACTORY NETWORK ASIA ซึ่งได้เชิญบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนชาวญี่ปุ่นทั้งบริษัทผู้ซื้อและผู้ขายเข้าร่วมงานกว่า 150 ราย จากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายในการพัฒนาของไทย(New S-Curve) อาทิ อุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมยานยนต์เพื่ออนาคต อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ เป็นต้นเพื่อเข้ามาร่วมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการจับคู่ทางธุรกิจเป็นปีแรก

    “ทุกปีเราตั้งเป้าไว้ 5% แต่พอเจองานจริงเพิ่มขึ้นมากกว่า 5%  เฉลี่ยแต่ละปีอยู่ที่ 10-15% ปีนี้เศรษฐดิโลกก็ไม่ดี เกิดวิกฤติไวรัสโคโรน่าอีก แต่ก็ยังมั่นใจว่ามีผู้ประกอบจากต่างประเทศเข้าร่วมไม่น่าจะต่ำกว่า 10% เพราะหลายครั้งที่เราเจอเหตุการณ์วิกฤติร้าย ๆ ก็ไม่เคยต่ำกว่านี้" 

     เธอเผยต่อว่าจากตัวเลขการจัดงานซับคอนไทยแลนด์ในปี 2019 ที่ผ่านมา  มียอดการจัดคู่ธุรกิจทั้งสิ้น 8,029 คู่ คิดเป็นมูลค่ากว่า 14,098 ล้านบาท และมั่นใจว่าการจัดงานในปีนี้คาดว่าจะเกิดการจับคู่ธุรกิจภายในงานไม่ต่ำกว่า 9,000 คู่ มีมูลค่าการเชื่อมโยงมากกว่า 16,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ FACTORY NETWORK ASIA ได้พบปะกับผู้ประกอบการชาวไทย และได้มีโอกาสจับคู่ธุรกิจกันเองภายในงานอีกด้วย 

 กระหึ่มงาน"ซับคอนไทยแลนด์2020" 

    "จุดประสงค์หลักอันหนึ่งก็คือต้องการที่จะสรา้งจุดเชื่อมโยงให้มีการซื้อขายชิ้นส่วนในประเทศไทยจะเห้นว่าในช่วงแรก ๆ ของงานซับคอน ผู้ที่ออกงานทั้งหมดเป็นผู้ประกอบการไทยแล้วเราก็มีเพิ่มพันธมิตรเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ มีทั้งยุโรป เอเชีย แล้วก็มีไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่นเข้ามาเสริม แต่การที่จัดให้ใครเข้ามาร่วมงานก็ต้องเป็นพันธมิตรไม่ใช่คู่แข่งกับเรา"

    ผอ.กพช.ยังกล่าวถึงชิ้นส่วนเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่จะนำมาเชื่อมโยงในประเทศไทยที่ผ่านมาจะเน้นพวกอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ เป็นหลัก เนื่องจากชิ้นส่วนเหล่านี้มีซัพพลายเชนค่อนข้างยาว ในการรองรับอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ จะเห็นได้ว่าก่อนที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกหรือWTO ในปี 2543 นั้น ประเทศไทยสามารถผลิตชิ้นส่วนเหล่านี้เพื่อป้อนอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเลคทรอนิกส์ได้มากถึง 70-80 % แต่หลังจากนั้นก็ลดลงมา เพราะรัฐบาลไปบังคับผู้ประกอบการต่างชาติให้เขาซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศไม่ได้ เพราะขัดกับหลักข้อบัญญัติองค์การการค้าโลกหรือWTO จึงทำได้แค่เพียงขอความร่วมมือเท่านั้น 

    "ในเมื่อเราบังคับเขาให้ซื้อไม่ได้ เพราะเราสมาชิก WTO หา้มรัฐบาลใช้มาตรการที่เป็นการบังคับ ถือว่าผิดหลักทางด้านการค้า ตั้งแต่ปี 2543 เราเข้าเป็นสมาชิก WTO เราไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ในอดีตเราบังคับใช้ชิ้นส่วน ผู้ประกอบการรถยนต์ เขาก็ช่วยพัฒนาผู้ประกอบการไทยทำให้เราพัฒนาผู่้ประกอบการไทยได้ระดับหนึ่ง  ตอนนั้นไทยสามารถใช้ชิ้นส่วนผลิตรถปิคอัพได้ภึง 70% เราสร้างสายป่านซัพพลายเชนของยานยนต์มาก่อนแล้วก็มาเริ่มอิเลคทรอนิคเพื่อจะเอาค่าแรงที่ถูก ทำให้ไทยเป็นฐานผลิตชิ้นส่วนทางด้านนี้ในภูมิภาค"

 กระหึ่มงาน"ซับคอนไทยแลนด์2020" 

     ซ่อนกลิ่นยอมรับว่าหลังจากประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และอิเลคทรอนิกส์ จากนั้นประเทศไทยก็ก้าวมาสู่อุตสาหกรรมการผลิตหุ่นยนต์หริอเอไอเพื่อในกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ขณะเดัียวกันค่าแรงงานในประเทศก็เพิ่มสุงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานคนจะย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีค่าแรงที่ถูกกว่าอย่างเช่นเวียดนาม ขณะที่ประเทศไทยเริ่มหันมาใช้หุ่นยนต์แทนในภาคการผลิตอุตสาหกรรม

 

       "พอเราปรับนโยบายครั้งใหญ่กระตุ้นออโตเมชั่นทดแทนแรงงานก็จะมีเรื่องของเครื่องจักรเข้ามา เพราะนั้นเมนของผู้ประกอบการเราส่วนใหญ่จะอยู่ตรงนี้ มันค่อย ๆ ขยับขึ้น พอค่าแรงบ้านเราแพงขึ้น ปริมาณแรงงานไม่พอเขาก็ขยับไปต่างประเทศ  ทำให้เราต้องปรับตัวไปสู่อุตสาหกรรมอื่นแล้วก็มันการมูฟไปออโตเมชั่น เมดิคอล ทางการแพทย์ อากาศยาน ซึงบางอันก็มีอุปสรรค กฎระเบียบเยอะ  หรืออย่างระบบรางถ้าเราดูโรดแมพจะเห็นว่ามีศักยภาพ ผู้ประกอบการจะเริ่มมูฟจากโนเมทีพไปสู่เอสเคิบที่ใช้ฐานเทคโนโลยีเดียวกัน"ผอ.กพช.กล่าว พร้อมย้ำว่าวิกฤติไวรัสโควิด-19 ไม่น่าจะมีผลกระทบการจัดงาน เนื่องจากยงัมีเวลาอีกหลายเดือน ขณะเดียวกันก็มีการเตรียมมาตรการป้องกันไว้เป็นอย่างดีเช่นกัน จึงไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด

 กระหึ่มงาน"ซับคอนไทยแลนด์2020" 

จับคู่ทางธุรกิจ

     อย่างไรก็ตามสำหรับงานซับคอนไทยแลนด์ 2020 งานแสดงอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตเพื่อการจัดซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและงานจับคู่ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เป็นการร่วมจัดโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เป็นงานจัดคู่ขนานไปกับ งานอินเตอร์แมค-เอ็มทีเอ 2020 โดยจัดขึ้นในวันพุธที่ 13 ถึงเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา