ข่าว

สาวใหญ่ร่างช้ำดับปริศนา

สาวใหญ่ร่างช้ำดับปริศนา

02 มี.ค. 2563

พิรุธสาวใหญ่ดับ ผัวอ้างเมาล้ม ตร.ไม่เชื่อพบรอยช้ำทั้งตัว

 

               สาวใหญ่ดับปริศนา ด้านผัวอ้างเมาล้มลงหัวฟาดพื้นเสียชีวิต ลูกสาวข้องใจอ้างพ่อเลี้ยงกับแม่เมาแล้วชอบทะเลาะตบตี ด้านตำรวจไม่เชื่อเค้นสอบผัวเหตุตามร่างกายมีรอยช้ำไปทั้งตัว

 

อ่านข่าว สาวใหญ่ดับคาบ้าน ผัวใหม่มีพิรุธ อ้างเมาแล้วล้ม

 

               เหตุการณ์สาวใหญ่ดับปริศนาถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ร.ต.อ.วรวิทย์ ซุยลา รองสารวัตร สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่ามีคนล้มศีรษะฟาดพื้นทำให้เสียชีวิตในบ้านพักเลขที่ 288 หมู่ 17 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ 

 

               ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ที่บริเวณหลังบ้านพบศพนางลำไพร โฆวัฒนะกุล อายุ 41 ปี สภาพนอนหงาย ที่ศีรษะมีเลือดไหลจำนวนมาก ชุดชั้นในสีดำที่ผู้ตายใส่ถูกดึงขาดหลุดออกมา ใกล้ศพพบท่อนไม้แต่ไม่มีคราบเลือดวางอยู่ตรงเหนือศีรษะ ตรวจสอบบริเวณในบ้านมีรอยหยดเลือดใกล้ประตูหน้าและพบสร้อยพระที่ผู้ตายใส่อยู่ประจำขาดตกอยู่ที่พื้น

 

               จากการสอบสวน นายสมเดช ยันพิมาย อายุ 45 ปี สามีของผู้ตายและเป็นเจ้าของบ้านให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขี่รถจักรยานยนต์ไปดื่มเหล้าที่บ้านเพื่อนกับภรรยาได้ตั้งแต่ช่วงบ่าย โดยในช่วงเย็นชวนภรรยากลับบ้านแต่ภรรยาบอกว่าอยากดื่มต่อ จึงซื้อเบียร์ที่ร้านค้า 3 ขวด

 

               กระทั่งกลับถึงบ้าน ภรรยาเดินเข้าไปในบ้าน ล้มลงฟาดฟื้นทำให้ศีรษะแตก ก่อนจะขึ้นมานอนบนเตียงและลุกขึ้นไปปัสสาวะที่หลังบ้าน และบอกว่าอยากกินมะม่วง จึงเปิดประตูหลังบ้านเพื่อจะไปเอาถ้วย แต่ภรรยาล้มหัวฟาดพื้นอีกครั้งทำให้เสียชีวิต จึงได้บอกแม่และแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

 

               ด้านลูกสาวของผู้ตายอายุ 19 ปี กล่าวว่า สงสัยการเสียชีวิตของแม่ที่พ่อเลี้ยงอ้างว่าล้มศีรษะฟาดพื้น เนื่องจากที่ผ่านมาทั้งสองคนทะเลาะกันบ่อยมาก เวลาเมาเหล้าก็ทำร้ายร่างกายกัน

 

               และจากการชันสูตรพลิกศพของเจ้าหน้าที่พบว่าตามร่างกายและใบหน้ามีรอยช้ำเขียวทั้งตัว ด้านหลังศีรษะมีบาดแผลแตก 2 แผล ยังระบุไม่ได้ว่าถูกของแข็งหรือของมีคมหรือไม่ทำให้เลือดออกจำนวนมากเป็นเหตุทำให้เสียชีวิต

 

               ขณะที่ตำรวจได้นำตัวพ่อเลี้ยงไปสอบปากคำ เนื่องจากไม่ปักใจเชื่อว่าผู้เสียชีวิตล้มหัวฟาดพื้นเอง