ข่าว

ชายอิตาลีผู้ติดเชื้อคนแรกในไนจีเรียท่องเมือง 2 วันก่อนแยกกัก

ชายอิตาลีผู้ติดเชื้อคนแรกในไนจีเรียท่องเมือง 2 วันก่อนแยกกัก

01 มี.ค. 2563

ทางการไนจีเรียเร่งติดตามผู้สัมผัสโรคโควิด-19 ที่ชายอิตาลีนำเข้าไปรายแรก จากมิลาน เข้าเมืองลากอสและข้ามไปอีกรัฐ 2 วันเต็มก่อนเข้ารพ.

 

 

                          การพบเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่รายแรก ในประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในแอฟริกาอย่างไนจีเรีย เมื่อวันที่ 27 ก.พ. เป็นกรณีที่สร้างความวิตก เนื่องจากผู้ป่วยซึ่งเป็นชายชาวอิตาลี เมื่อเดินทางเข้าประเทศแล้ว ก็เดินทางไปที่ต่างๆ 2 วันเต็มก่อนแยกกัก 

 

                         อาคิน อาบาโยมิ ประธานคณะกรรมการสาธารณสุข รัฐลากอส กล่าวว่า ชายชาวอิตาลี เดินทางออกจากเมืองมิลาน เมื่อ 24 ก.พ. ด้วยเที่ยวบิน เตอร์กิช แอร์ไลนส์ โดยแวะที่นครอิสตันบูล  ถึงสนามบินนานาชาติมูร์ตาลา มูฮัมเหม็ด ในเมืองลากอส เมื่อค่ำวันอังคาร ( 25 ก.พ.) ไม่มีอาการป่วย  เข้าพักที่รร.แห่งหนึ่งใกล้กับสนามบิน ก่อนเดินทางไปทำงานที่รัฐโอกุน ที่อยู่ติดกับลากอส ในวันเดียวกัน 

 

                          จากนั้น เริ่มมีไข้ ปวดตามเนื้อตัว วันที่ 26 ก.พ. แพทย์ที่บริษัทแยกกักผู้ป่วยไว้ 1 คืน ก่อนติดต่อไปยังศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ ให้ไปรับและส่งเข้ารพ.โรคติดต่อเมืองยาบา รัฐลากอส ผลแลบจากห้องแลบไวรัสวิทยา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยลากอส ในเครือข่ายห้องปฏิบัติการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของไนจีเรีย เมื่อ 27 ก.พ. ยืนยันว่า ชายชาวอิตาลีรายนี้ติดเชื้อ ขณะนี้อาการดีขึ้น


                         นายโอซากี เอฮานีเร รัฐมนตรีสาธารณสุขไนจีเรีย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เร่งติดตามผู้สัมผัสโรคทุกคนที่เดินทางมาด้วยเที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วย  และสถานที่ใดบ้างที่เขาไปก่อนเข้ารพ. 

 

                        1 มี.ค. อิตาลี แจ้งผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 1,128 ราย จำนวนนี้เสียชีวิต 29 ราย 

 

                         ทางการไนจีเรียย้ำกับประชาชนอย่าตื่นตกใจ เพราะรัฐบาลได้เตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว ประเทศมีห้องแลบ 4 แห่ง ที่สามารถตรวจยืนยันไวรัสได้  ทางการประจำหมอ 60 คนที่สนามบินลากอส เพื่อคัดกรองโรค และไม่มีแผนระงับเที่ยวบินจากประเทศที่พบการติดเชื้อ ตลอดจนไม่มีแผนกักผู้เดินทางเข้าประเทศ ทางการขอให้ประชาชนล้างมือเป็นประจำด้วยน้ำและสบู่  ใช้น้ำยาล้างมือผสมแอลกอฮอล์ เพื่อเลี่ยงติดเชื้อ 

 

           

                         นอกจากเป็นผู้ติดเชื้อรายแรกในไนจีเรีย ประเทศที่มีประชากรมากสุดในแอฟริกาตะวันตก 200 ล้านคน ยังเป็นเคสแรกในภูมิภาคที่เรียกว่าซับ-ซาฮารา กลุ่มประเทศแอฟริกาที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ซึ่งองค์การอนามัยโลกเป็นห่วงเรื่องการเตรียมพร้อม  และระบบสาธารณสุขในภาวะปกติ ก็ล้นมือจากผู้ป่วยมาลาเรีย อีโบลา หัดและโรคติดต่ออื่นๆ  แต่ประเทศไนจีเรีย ได้ชื่อว่ายกระดับความสามารถในการจัดการกับโรคระบาดขึ้นมาก นับตั้งแต่เผชิญกับโรคอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2557