ข่าว

 เงินเฟ้อ : เรื่องสำคัญ
 ที่ต้องทำความเข้าใจ

เงินเฟ้อ : เรื่องสำคัญ ที่ต้องทำความเข้าใจ

07 มี.ค. 2552

ถ้าย้อนกลับไป 70-80 ปีที่แล้ว เราอาจจะซื้ออาหารเที่ยงได้ในราคาไม่กี่สตางค์ เงินหลักไม่กี่ร้อยบาทอาจจะหมายถึงเงินเดือนทั้งเดือนของหลายๆ คน หรือการสร้างบ้านหลังหนึ่ง อาจจะใช้เงินไม่กี่พันบาทก็ทำได้แล้ว ถ้าหากเรามีรายได้เท่ากับที่ได้รับในปัจจุบัน และของมีราค

อย่างไรก็ตาม เราสังเกตได้ง่ายๆ ว่า ข้าวของเครื่องใช้หรือแม้แต่อาหารที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวัน ถ้าเทียบราคาสมัยก่อนกับปัจจุบันแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด การที่ราคาของอย่างเดียวกัน เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเป็นพันเท่าภายในเวลาไม่กี่สิบปีนั้น สาเหตุสำคัญคือ อัตราเงินเฟ้อ การเพิ่มขึ้นของระดับราคาโดยเฉลี่ยของสินค้าและบริการเมื่อเวลาผ่านไป มักจะแสดงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต พูดง่ายๆ คือ ถ้าเงินเฟ้อสูงขึ้นเรื่อยๆ เงินของเราจำนวนหนึ่งจะซื้อของได้ในปริมาณที่น้อยลงเรื่อยๆ เช่น 100 บาทเคยซื้อก๋วยเตี๋ยวชามละ 20 บาท ได้ 5 ชาม แต่พอราคาก๋วยเตี๋ยวสูงขึ้นกลายเป็น 25 บาท เงินจำนวนเท่ากันกลับซื้อได้เพียง 4 ชาม แสดงให้เห็นว่าข้าวปลาอาหารและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่จำเป็น จะมีราคาสูงขึ้นทุกขณะ
เมื่อทราบสภาพความเป็นจริงเรื่องของอัตราเงินเฟ้อแล้ว ในฐานะผู้บริโภคที่ถือเป็นหน่วยเล็กในระบบเศรษฐกิจ แน่นอนว่าย่อมไม่สามารถหลีกหนีเรื่องของเงินเฟ้อซึ่งเป็นปัจจัยที่เหนือการควบคุมได้  ดังนั้นการทำความเข้าใจและวางแผนรับมือกับอัตราเงินเฟ้อจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ฉบับนี้ผมจะนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ 2 ประเด็น ที่เราควรทำความเข้าใจ ได้แก่
1.เงินเฟ้อเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของการออม ลองนึกภาพตามง่ายๆ ว่า คนที่มีรายได้ประจำเมื่อ 70-80 ปีที่แล้ว และยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้ พวกเขาเหล่านั้นจะสามารถใช้เงินออมหรือเงินบำนาญรายเดือนที่มีในการยังชีพได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่ หากไม่ได้ออมเงินเพิ่มเติมหรือหาผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ เช่น ถ้าเงินก้อนที่เก็บสะสมไว้ตั้งแต่ยังทำงานถูกนำไปฝากบัญชีออมทรัพย์ที่ได้ดอกเบี้ย 1-2% ต่อปี ในขณะที่เงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3% ต่อปี คงไม่ต้องบอกนะครับว่า เมื่อ 10-20 ปีผ่านไป ชีวิตหลังเกษียณคงจะลำบากไม่น้อย เนื่องจากข้าวของแพงขึ้น ขณะที่เงินออมของเราไม่ได้เพิ่มมูลค่าไปตามอัตราเงินเฟ้อ
2.การนำเงินออมที่มีไปหาผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินเฟ้อ เราจำเป็นต้องศึกษาขวนขวายหาความรู้เรื่องการออมการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ถึงแม้ว่าจะมีหน่วยงานหลายแห่งที่จัดหามืออาชีพมารับบริหารเงินให้เรา แต่ความสามารถในการรับความเสี่ยง รวมถึงความชอบและไม่ชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราจำเป็นต้องหาความรู้เพิ่มเติมให้ตนเองก่อน เพื่อเลือกลงทุนในช่องทางการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเอง รวมถึงป้องกันการถูกหลอกลวงหรือถูกชักจูงไปในทางที่ผิดด้วยครับ

 

ดร.กิรณ ลิมปพยอม
ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารยุทธศาสตร์องค์กร กบข.