
เฒ่าเมืองคอนฉุดหมาเห่าดังมีดฟันหัวเจ้าของดับ
พ่อเฒ่าวัย 60 ฟันยับสาวใหญ่หัวเละนิ้วขาดเกลื่อนดับสยองกลางถนน ฉุนสาวเลี้ยงหมาเห่าหอนเสียงดังรำคาญ แจ้ง ตร.เคลียร์รอบเช้าจบ-ตกเย็นถึงตาย
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 20 ธ.ค. 2552 พ.ต.ท.อดุลย์ ใจแข็ง สว.เวร สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่า มีเหตุฆ่ากันตายบนถนนทางเข้าโรงเรียนเทคนิคธุรกิจบัญฑิต ท้องที่หมู่ 3 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.วินัย คงประพันธ์ พ.ต.ท.สมใจ บุญมรกต สว.สส.(ทั้งสองคน) ด.ต.โสภา พันธโชติ หัวหน้าสายตรวจป้อมยามสี่แยกเบญจมราชูทิศ เจ้าหน้าที่มูลนิธิไต้เต็กตึ้ง และแพทย์เวร รพ.มหาราช รีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
บริเวณกลางถนนคอนกรีตทางเข้าโรงเรียน พบศพนางดรุณี ศรีสุขแก้ว อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/13 ถนนกะโรม หมู่ 3 ต.โพธิ์เสด็จ ใกล้กับจุดเกิดเหตุ นอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือด โดยสวมเสื้อยืดสีขาวแขนสั้น มีเสื้อแจ๊กเกตสีครีมทับอีกชั้นหนึ่ง นุ่งกางเกงขายาวสีเขียวแบบของทหาร มีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคม เข้าที่ศีรษะด้านขวาเป็นแผลฉกรรจ์ 3 แผล และบริเวณมือขวาถูกฟันเป็นแผลเหวอะหวะจนนิ้วขาด 3 นิ้ว ซึ่งนิ้วที่ขาดตกกระจายเกลื่อนบริเวณ ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร บริเวณหน้าห้องแถวให้เช่า พบมีดพร้าเปื้อนเลือด ซึ่งเป็นอาวุธที่ฆาตกรใช้ก่อเหตุตกอยู่ในพงหญ้า สำหรับมีดพร้าที่เป็นอาวุธก่อเหตุนั้น มีพยานแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า นายประกอบ ได้นั่งลับไว้จนคมกริบ และเมื่อผู้ตายมาถึงบ้าน ก็เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น
ส่วนบริเวณหน้าห้องแถวเลขที่ 50/13 ซึ่งนางดรุณี ผู้ตายเช่าอยู่อาศัย พบสุนัข สีน้ำตาลของนางดรุณี ผู้ตาย ถูกล่ามโซ่ไว้กับขาเก้าม้าหินอ่อน โดยคนร้ายรายนี้ ทราบชื่อนายประกอบ หนูเมือง อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/14 ติดกับห้องของนางดรุณี ผู้ตายนั้นเอง หลังก่อเหตุได้ขับรถ จยย.หลบหนีไป
ด.ต.โสภา พันธโชติ หัวหน้าป้อมยามสี่แยกเบญจมราชูทิศ ให้รายละเอียดกับพนักงานสอบสวนว่า นายประกอบ คนร้าย กับนางดรุณี ผู้ตาย มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช มาเช่าบ้านในที่เกิดเหตุเพื่อประกอบอาชีพค้าขาย โดยสามีของนางดรุณี มีอาชีพขับรถไถนารับจ้างอยู่ในพื้นที่ อ.หัวไทร ลุพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง แต่จะมาหานางดรุณี เป็นประจำ ต่อมาทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะวิวาทโต้เถียงกันในเรื่องที่นางดรุณี เลี้ยงสนัขไว้จำนวน 1 ตัว โดยล่ามไว้หน้าบ้าน แต่ในตอนกลางคืนสุนัขของนางดรุณี จะส่งเสียงเห่าหอนดังลั่นสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ครอบครัวของนายประกอบ และเพื่อนบ้านข้างเคียงเป็นอย่างมาก
“ในตอนเที่ยงของวันเดียวกันนี้ทั้งสองมีเรื่องโต้เถียงทะเลาะวิวาทจนเกือบจะลงไม้ลงมือกัน เพื่อนบ้านจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาไกล่เกลี่ยยุติปัญหา ซึ่งตนได้เข้ามาเจรจากับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย และขอให้นางดรุณี นำสุนัขไปเลี้ยงที่อื่นแต่นางดรุณี ขอเวลา 3 เดือน ในขณะที่นายประกอบ ไม่ยินยอมโดยยื่นคำขาดว่านางดรุณี จะต้องนำสุนัขไปเลี้ยงที่อื่นภายในวันนี้ ไม่เช่นนั้นจะไม่รับรอความปลอดภัยทั้งคนและสุนัข นางดรุณี จึงเดินทางเข้าไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมือง ไว้เป็นหลักฐานแล้ว”
ด.ต.โสภา กล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุนางดรุณี ขับรถ จยย.กลับมาจากนอกบ้านเมื่อมาถึงไม่ทันจะเข้าบ้านนายประกอบก็ออกมาแจ้งให้รีบนำสุนัข ออกไปเลี้ยงที่อื่นโดยเร็ว จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้นอย่างรุนแรง จนนายประกอบบันดาลโทสะ คว้ามีดพร้าคมกริบไล่ฟันนางดรุณี ที่พยายามวิ่งหนีออกมาบนถนน แต่ยังไม่วายส่งเสียงด่าทอนายประกอบอย่างสาดเสียเทเสีย นายประกอบไล่ตามไปจนทันก่อนใช้มีดพร้ากระหน่ำฟันนางดรุณี อย่างโหดเหี้ยม นางดรุณีพยายามยกมือขึ้นรับและปัดป้องจนนิ้วมือขาดกระเด็นเกลื่อนบริเวณ ศีรษะเละมันสมองกระจายล้มลงเสียชีวิตคาที่ หลังก่อเหตุนายประกอบได้หลบหนีไป
ขณะที่ พ.ต.ท.สมใจ บุญมรกต สว.สส. ระบุว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้พยายามเจรจาไกล่เกลี่ยให้เลิกแล้วต่อกัน และให้ผู้ตายนำสุนัขไปเลี้ยงที่อื่น ทั้งสองฝ่ายรับปากว่า จะเลิกแล้วต่อกัน เพื่อยุติความบาดหมาง แต่ปรากฏว่า ตกเย็นจึงกลายเป็นเรื่องสยองขึ้น ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไปแล้ว



