ข่าว

กรมชลฯวางแนวบริหารน้ำฤดูแล้ง 63 เข้ม

กรมชลฯวางแนวบริหารน้ำฤดูแล้ง 63 เข้ม

01 มี.ค. 2563

กรมชลฯวางแนวบริหารน้ำฤดูแล้ง 63 เข้ม

       กรมชลฯวางแนวบริหารน้ำฤดูแล้ง 63 เข้ม  ย้ำทั่วประเทศไม่ขาดน้ำกิน น้ำใช้  ด้านแนวตะวันออก ใช้โครงการข่ายน้ำป้อนพื้นที่

กรมชลฯวางแนวบริหารน้ำฤดูแล้ง 63 เข้ม    นายทองเปลว กองจันทร์  อธิบดีกรมชลประทาน

             นายทองเปลว กองจันทร์  อธิบดีกรมชลประทาน  เปิดเผยว่า   กรมชลประทานได้มีการบริหารจัดการน้ำเพื่อดูแลประชาชนป้องกันการขาดแคลนน้ำในภูมิภาคช่วงฤดูแล้งทั่วประเทศตามข้อห่วงใยของพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์    โดยในส่วนภาคตะวันออกและพื้นที่โครงการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)ที่มีความกังวลนั้นในฤดูแล้งของพื้นที่อีอีซี  3  จังหวัดคือชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จะใช้น้ำประมาณ  540 ล้านบาศก์เมตร(ลบ.ม.)   โดยเฉพาะจังหวัดระยอง และ ชลบุรี ซึ่งเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และสวนผลไม้ จะใช้น้ำประมาณ 430 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) แต่ปีนี้มีน้ำในอ่างเก็บน้ำในทั้ง 2 จังหวัด ประมาณ 390 ล้านลบ.ม.  ยังขาดอีกประมาณ 40 ล้านลบ.ม. เนื่องจากปริมาณฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จึงต้องจัดหาปริมาณน้ำส่วนที่ขาดและสำรองเพื่อกรณีฝนทิ้งช่วงถึง ก.ค. กรมจึงได้บริหารน้ำผ่านโครงข่ายน้ำภาคตะวันออก  ซึ่งยืนยันว่าจะมีน้ำอุปโภค- บริโภคเพียงพออย่างแน่นอน

กรมชลฯวางแนวบริหารน้ำฤดูแล้ง 63 เข้ม
                 “ ขอเรียนว่าน้ำในภาคตะวันออกไม่ได้เหลือใช้ 80 กว่าวันอย่างที่มีการนำตัวเลขมาหารกัน  กรมคงไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้น  ทั้งหมดมีการบริหารจัดการ เช่น จะผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองประแกด   จ.จันทบุรี ระหว่างวันที่ 1-25  มี.ค. 2563  มาเติมอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง  ซึ่งเป็นอ่างหลักที่ใช้ในพื้นที่อีอีซี  และได้มีการทำข้อตกลงระหว่างกรมกับกลุ่มผู้ใช้น้ำลุ่มน้ำคลองวังโตนดแล้ว  เนื่องจากเป็นการผันน้ำข้ามลุ่มตามกฎหมายใหม่ เป้าหมาย  10 ล้าน ลบ.ม.  โดยอ่างคลองประแกดมีปริมาณน้ำ   40 ล้านลบ.ม. แต่มีความต้องการใช้ในพื้นที่ประมาณ 15 ล้านลบ.ม. จึงไม่กระทบต่อพื้นที่ อย่างไรก็ตามหากมีผลกระทบจะหยุดผันน้ำทันที และผันจากอ่างคลองหลวงรัชชโลธร 10   ล้านลบ.ม.มาเติมอ่างเก็บน้ำบางพระ “ ดร.ทองเปลวกล่าว

                    นอกจากนั้นที่ประชุมคีย์แมนวอร์รูมซึ่งมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารน้ำภาคตะวันออก ได้ขอความร่วมมือให้ภาคอุตสาหกรรม และการประปาทุกสาขา ลดการใช้น้ำลงกว่า  10 %   และในส่วนของบริษัท อีสวอเตอร์ ซึ่งเป็นเอกชนที่ผลิตน้ำป้อนภาคอุตสาหกรรมให้ปรับปรุงระบบจ่ายน้ำ และจัดหาแหล่งน้ำดิบสำรองประมาณ  20 ล้านลบ.ม. ปัจจุบันทุกภาคส่วนยังบริหารน้ำได้ตามแผน
             

       สำหรับน้ำในระบบประปา ได้มีการวางแผนขอจัดสรรน้ำในฤดูแล้ง  6 เดือน ไว้ 900  ล้านลบ.ม. สำหรับการประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาค   โดยเฉพาะประปาภูมิภาคทั้งหมด  234 สาขา  62 % จะใช้น้ำจากกรมชลประทาน  จึงต้องมีการบริหารจัดการอย่างเข้มงวด และ ได้ให้สำนักชลประทานทุกโครงการหารือกับกปภ.อย่างใกล้ชิดเพื่อให้มีน้ำดิบเพียงพอ และสำรองน้ำในขุมเหมืองต่างๆไว้ด้วย
                    ด้านการจัดสรรน้ำตามแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง 2562/63    มีแผนการจัดสรรน้ำทั่วประเทศ  17,699 ล้านลบ.ม. (1 พ.ย.62-30 เม.ย.  63)  จัดสรรแล้ว 10,996  ล้านลบ.ม.หรือ  62%  ในลุ่มเจ้าพระยาแผนจัดสรร 4,500 ล้านลบ.ม.  ปัจจุบันจัดสรรแล้ว 3,043   ล้านลบ.ม.หรือ  68%  ณ  ปัจจุบัน การบริหารจัดการยังเป็นไปตามแผน และกรมยังได้สำรองน้ำกรณีฝนทิ้งช่วงไว้  ถึงเดือน ก.ค.  63 เพื่อเป็นหลักประกันว่าคนไทยจะไม่ขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภคอย่างแน่นอน