ข่าว

 ก.ก.ม.ขวางเจรจาทักษิณลั่นรับโทษก่อนสงบศึก

ก.ก.ม.ขวางเจรจาทักษิณลั่นรับโทษก่อนสงบศึก

20 ธ.ค. 2552

“ นพดล” รับลูก "สุรยุทธ์” เสนอตัวเป็นคนกลางแก้ปัญหา พร้อมยื่นเงื่อนไขทางออกยุติปัญหา 3 ข้อ "ใช้ รธน. ปี 40 - ยุบสภา - เลือกตั้งใหม่" พร้อมพิจารณายุติคดีความ

 (20ธ.ค.) ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 10.30 น. นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีรมว.ต่างประเทศ แถลงข่าวกรณีที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี เสนอจะเป็นคนกลางเจรจา พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า หลังจากการรัฐประหาร พ.ต.ท.ทักษิณ เคยโทรหา พล.อ.สุรยุทธ์ 2 ครั้ง หลังรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการรัฐประหาร ประเด็นที่สำคัญ คือ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมการพูดคุยกับฝ่ายต่างๆ ในสังคมที่ร่วมมือกันยึดอำนาจ แต่ต้องไม่มีการกลั่นแกล้งการเมือง ซึ่งการปรบมือก็ต้องตบทั้งสองข้าง ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง ดังนั้นการพูดคุยจึงต้องเต็มใจทำทั้งสองฝ่ายด้วยความจริงใจ ซึ่งตนต้องการย้ำความจำพล.อ.สุรยุทธ์ ดังกล่าว

 ส่วนแนวทางการเจรจา นายนพดล กล่าวว่า การเสนอตัวว่าพร้อมเป็นคนกลางในการเจรจานั้น พ.ต.ท.ทักษิณ เห็นอย่างไรนั้น ขอตอบว่าพ.ต.ท.ทักษิณยินดีที่จะพูดคุย แม้ว่าครอบครัวจะถูกกระทำ มีความทุกข์อย่างแสนสาหัส แม้ทรัพยสินถูกอายัดทั้งหมด ซึ่งได้มาก่อนเป็นนายกฯ หรือแม้จะโดนคดีความต่างๆ ท่านก็พร้อมหากการพูดคุย ถ้าจะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ แต่มีข้อแม้ว่าการพูดคุยต้องจริงจังและจริงใจ เพราะว่าคนที่รักประชาธิปไตยที่ไม่ชอบการยึดอำนาจ ไม่ชอบกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน ไม่ชอบการเล่นพรรคเล่นพวก และประชาชนที่สงสาร พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี เขาไปไกลเกินกว่าที่จะมาหลอกยื่นไมตรีอย่างไม่จริงใจแล้ว

 “ดังนั้นหากเราไม่รีบพูดคุย มีสุภาษิตคำพูดสองคำ ที่อยากจะฝากไปยังฝ่ายอำมาตย์ว่า ถ้าไม่มีความยุติธรรม ความสามัคคีไม่เกิด และถ้าตราบใดที่เรายังใช้สองมาตรฐานบ้านเมืองก็จะแตกแยก สำหรับปีใหม่นี้สโลแกนทั้งสองยังต้องใช้ได้อยู่” นายนพดล กล่าวและว่า

 พ.ต.ท.ทักษิณ ก็อยากให้บ้านเมืองสงบสุข ทุกคนเดินหน้าต่อไปได้ ตอนนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ ก็พูดชัดเจนว่าบ้านเมืองเราแตกแยก มีปัญหาทางการเมือง เราต้องหาทางออก การพูดคุยกันเท่านั้นจึงจะหาทางออกได้ ถ้าพล.อสุรยุทธ์จะติดต่อมาหาตน หรือติดต่อไปยัง พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯก็ได้พร้อมพูดคุย แต่หลักการการพูดคุย เราจะต้องให้บ้านเมืองย้อนกลับไปก่อนวันที่ 19 ก.ย.2549 เราต้องมีรัฐธรรมนูญที่เป็นธรรม เราต้องเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเอาข้อกล่าวหาไปถาโถมให้ท่านโดยไม่เป็นธรรม การตั้งคตส.ที่เอาคนซึ่งเป็นศัตรูทางการเมืองท่าน มาสอบสวนเรื่องราวของท่าน เราต้องทำให้ทุกส่วนมีความมั่นใจว่าพร้อมเจราจากันอย่างจริงจัง ” นายนพดลกล่าวย้ำ และว่า

 พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯ ได้ฝากขอบคุณ พล.อ.สุรยุทธ์ ที่ได้ให้สัมภาษณ์ทำนองว่าพร้อมเจราจา ดีใจที่รู้ว่าบ้านเมืองมีปัญหา และพ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมคุยเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ลืมตาอ้างปากได้ หลังมีการยึดอำนาจ 3 ปี แต่การพูดคุจะต้องจริงจังและจิรงใจและบรรลุถึงความป็นธรรมอย่างแท้จริง

 เมื่อถามว่าหมายความว่าคดีต่างๆ จะต้องล้มเลิก ใช่หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขตอนนี้ เพราะถ้ากำหนดเงื่อนไขไปก็อาจจะไม่มีการพูดคุยกัน แต่ก็ต้องคำนึงถึงด้วย ต้องยอมรับว่า รธน. ปี 50 ไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าอีกฝ่ายที่อยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจ ยังคิดว่าอำนาจตัวเองยิ่งใหญ่กว่าอำนาจประชาชน แล้วยังคิดว่ายึด รธน. ปี 50 ยังดีอยู่ก็เสียเวลาที่จะมาพูดคุยกัน ตนคิดว่าประชาชนต้องการ ความเป็นธรรม และรธน.ปี 40 มากกว่า เพราะร่างมาจากประชาชน
 ส่วนคดีความต่างๆ เช่น คดีการซื้อขายดินรัชดา ฯ ที่พยามบอกว่าอดีตนายกฯเป็นนักโทษชาย (นช.) หนีคดี ต้องเข้าใจว่าคดีนี้ผู้พิพากษองค์คณะ 5 ต่อ 4 เสียงที่เห็นว่าผิด ส่วนที่มองว่าไม่ผิดมี 4 เสียงซึ่งก้ำกึ่งกันมาก และคดีนี้จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องคอรัปชั่น แต่เป็นการประมูลที่ดินของคุณหญิงพจมาน ที่ชนะประมูลราคาสูงสุด โดยที่อดีตนายก ฯ ไม่ได้ใช้อำนาจช่วยเหลือ ซึ่งถ้าทุจริตก็ต้องตั้งบริษัทนอมินี เข้าประมูล ขณะที่การประมูลกองทุนฟื้นฟู ฯ บอกว่าประมูลได้ โดยเรื่องแบบนี้ ไม่มีที่ใด เอาคนที่เป็นปรปักษ์กันมาไต่สวนคดีอีกฝ่ายหนึ่งเพราะมันไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งมันไม่มีความเป็นธรรม ขณะที่การมองความผิดของคนอื่น เราจะเห็นเท่าภูเขา แต่ความผิดของตัวเองเห็นเท่ารูเข็ม

 เมื่อถามว่าต้องไม่มีเรื่องคดีความหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมต่อกัน เพราะไม่มีที่ไหนในโลก เอาคนที่เป็นปรปักษ์กันมาไต่สวนคดีอีกฝ่ายหนึ่งเพราะไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่มีความเป็นธรรม ขณะที่การมองความผิดของคนอื่น เราจะเห็นเท่าภูเขา แต่ความผิดของตัวเองเห็นเท่ารูเข็ม ขณะที่คดีนี้เกิดขึ้นหลังยึดอำนาจที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตย

 เมื่อถามต่อว่า ถ้าเกิดการเจรจามีผล ยืนยันได้หรือไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะสั่งให้เสื้อแดงหยุดเคลื่อนไหวได้ นายนภดล กล่าวว่า ถ้าเจรจาพูดคุยกันได้ มีทางออกทุกฝ่ายยอมรับ มี 3 ข้อที่จำเป็นต้องอยู่ในการจรจาด้วย คือ 1. มีรัฐธรรมนูญ 2540 หรือมีเนื้อหาใกล้เคียงมาประกาศใช้ 2.ยุบสภา และ 3.มีการเลือกตั้งใหม่ อีกทั้งทุกฝ่ายทุกสีต้องให้สัตยบรรณร่วมกันว่า ต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง และไม่ไปดำเนินการใดๆนอกสภาที่จะทำให้การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการบริหารประเทศเดินไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นมันก็วนกลับมาเหมือนเดิมใช่หรือไม่ ตนไม่สามารถพูดแทนคนเสื้อแดงได้ แต่คิดว่าถ้ามีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย มีความเป็นธรรมให้ฝ่ายเสื้อแดง และพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อมีการยุบสภา เลือกตั้งใหม่วิธีเดียวที่จะให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ คือทุกคนต้องยอมรับผลการเลือกตั้งนั้น เพราะถ้าไม่มีความมั่นคงทางประชาธิปไตย จะไม่มีความมั่นทางการเมือง เมื่อไม่มีความมั่นคงทางการเมืองจะไม่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ตอนนี้ไม่ใช่สูญญากาศทางการเมืองนะ แต่เป็นคุกรุ่นทางการเมือง มันเหมือนภูเขาไฟที่รอวันระเบิด เหมือนระเบิดเวลาที่รอระเบิด ขอเตือนรัฐบาลอีกนิดว่า อย่าประเมินศักยภาพของฝ่ายที่รักประชาธิปไตยต่ำเกินไป เพราะการกดขี่ขมเหงที่รัฐบาลทำทุกวี่ทุกวัน มันเป็นการเพิ่มกระแสพลังของฝ่ายที่เรียกร้องประชาธิปไตย ให้มีมากขึ้น

 เมื่อถามว่า แนวทาง 3 ข้อที่เป็นเงื่อนไขการเจรจา มากเกินไปหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า การเจรจาต้องกลับคืนสู่สถานะเดิม เพราะฝ่ายยึดอำนาจเป็นคนกระทำ บ้านเมืองจึงไม่สงบมาถึงทุกวันนี้ การไล่ล่า การล้างแค้นกันไม่ควรมี เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ถ้าเราบรรลุความปรองดอง สมานฉันท์ ทุกฝ่ายยอมรับได้ก็ควรยุติเพียงแค่นั้น แล้วทุกอย่างให้ว่ากันตามกฎหมาย โดยมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย มีองค์กรที่ตัดสินชี้ขาดตัดสินคดีตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย

 เมื่อถามว่าผลการเจรจาสำเร็จ พ.ต.ท.ทักษิณก็ยุตบทบาททางการเมือง นายนพดลตอบว่า อย่าลืมท่านบอกว่าไม่ประสงค์จะกลับมาเป็นนายกฯ ท่านไม่ใช่เด็กดื้อ เป็นผู้ใหญ่ที่รับฟัง พร้อมที่จะคุยกับทุกฝ่ายหาทางออกให้บ้านเมือง เมื่อถามว่าท่านจะยุติบทบาททางการเมืองโดยสิ้นเชิงหลังเจรจา นายนพดลตอบว่า ไปพูดคุยในช่วงเจรจาก็แล้วกัน จะพูดตอนนี้แทนท่านเลยก็กะไรอยู่ แต่ท่านไม่ใช่คนดื้อที่จะดันทุรัง ท่านคิดว่าถ้าได้ข้อยุติความปรองดองในชาติทุกเรื่องแล้ว คิดว่าคุยกับท่านได้ ท่านพร้อมรับฟัง

 "สุเทพ"ปัดเจรจา“ทักษิณ”ชี้ตั้งเงื่อนไขสุดโต่ง

  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า การเจรจาเป็นลู่ทางหนึ่งในทุกเรื่อง แต่สำคัญว่าจะเจรจาอย่างไร    อย่างที่เคยบอกแล้วว่าถ้าจะให้ตนไปเจรจาแล้ว ฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ มีข้อแม้ว่า 1 .ต้องไม่ติดคุก 2 .ต้องไม่ดำเนินคดีความใด ๆ ทั้งสิ้น และ 3 .ต้องคือนเงินทั้หมดให้ แม้ว่าเงินนั้สนจะได้มาโดยไม่ถูกกฎหมาย แบบนี้ก็เจรจาด้วยไม่ได้   แต่ถ้าคนอื่นมีเงื่อนไขดีกว่านี้ไปเจรจาก็ลองดู    
 
 เมื่อถามว่า   หากเงื่อนไขเป็นเพียงให้แก้รัฐธรรมนูญ และให้มีการเลือกตั้งใหม่เพื่อให้ประชาชนตัดสิน จะยอมรับกันได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า   ตนว่าอย่าเพิ่งไปคาดการณ์เลย   เพราะตนและประชาชนก็คาดได้ว่าอีกฝ่ายเขาต้องการอะไร   ประเมินจากการเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วงของพ.ต.ท.ทักษิณ เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ พยายามหาทางต่อรอง หาทางเจรจา เพียงแต่ถ้าเงื่อนไขมันเป็นอย่างนั้นอย่างที่ตนบอกไปแล้วเราก็ทำยาก   แต่ถ้าไม่ใช่เงื่อนไขที่เป็นอย่างนั้นก็ค่อยมาว่ากัน

 ก.ก.ม.ขวางเจรจาทักษิณลั่นต้องรับโทษก่อนสงบศึก

 ที่พรรคการเมืองใหม่ ( ก.ก.ม.) - นายสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรค กมม. กล่าวถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ระบุเห็นด้วยให้มีการเจรจากับพ..ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อสร้างความสมานฉันท์ให้บ้านเมือง ว่า การจะดำเนินการเรื่องนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานกระบวนการยุติธรรม เคารพกฎหมาย ซึ่งจุดยืนของพรรค ก.ก.ม.ต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องมาขึ้นศาลรับโทษตามกฎหมายก่อน หากว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่มารับโทษทัฑณ์ ก็ยากที่จะเกิดจุดเริ่มต้นของการสมานฉันท์อย่างแท้จริง ทั้งนี้คำพูดของ พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นการพูดในหลักการกว้างๆเท่านั้น เพราะ พล.อ.สุรยุทธ์ อยู่ในสถานะองคมนตรี

แฉแผน"ทักษิณ" เปิด 2 แนวรบป่วนเมืองหลังปีใหม่

 นายสำราญกล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมยของคนเสื้อแดงหลังปีใหม่ ว่า ก.ก.ม.ได้วิเคราะห์และประเมินว่าช่วง ม.ค.-ก.พ. 2553 มีแนวโน้มสูง ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้กัมพูชาเป็นฐานบัญชาการใหญ่ทำสงครามแตกหักกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เนื่องจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่สะดวกที่จะให้ใช้นครดูไบ เป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งนี้ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเปิด 2 แนวรบ เพื่อทำสงครามแตกหักทั้งในสภาและนอกสภา โดยมีเป้าหมายหลักให้รัฐบาลเลือกตั้งใหม่ มุ่งหวังให้เกิดการจราจล เพื่อเปลี่ยนแปลงการเมือง โดยแนวรบในสภาจากการพูดคุยกับกลุ่ม ส.ส.และกลุ่มเสื้อแดงบางคน ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะมีการเปลี่ยนแผน ไม่ให้พรรคเพื่อไทยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่จะให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย 100 คน หรือมากกว่านั้น ลาออก เพื่อกดดันให้มีการยุบสภา เพราะมองกันว่าหากยื่นญัตติอภิปรายตามกระบวนการรัฐสภา ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาจจะโดนเอาคืนมากกว่า

 นายสำราญ กล่าวอีกว่า ส่วนแนวรบนอกสภาเปิดทางให้คนเสื้อแดงชุมนุมเป็นเรือนแสน โดยรูปแบบการชุมนุมจะพลิกแพลงไปตามสถานการณ์ ซึ่งจะใช้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นแรงกดดันอีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตามการเปิด 2 แนวรบ หากยังมองไม่เห็นหนทางชนะ ทางเลือกสุดท้ายจะมีการป่วนบ้านเมืองโดยหวังให้เกิดการจราจล

 “รัฐบาลพ่ายแพ้ในเชิงข้อมูลข่าวสารต่อระบอบทักษิณ เชื่อว่ารัฐบาลคงไม่ยอมให้พลพรรคคนเสื้อแดงบีบให้มีการเปลี่ยนแปลง เพราะการต่อสู้ของคนเสื้อแดงไม่มีความชอบธรรม เป้าหมายการต่อสู้เพียงต้องการให้ทักษิณพ้นผิด หวนกลับมามีอำนาจ หากไม่สามารถเอาชนะได้ ทักษิณอาจต้องประกาศตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในกัมพูชา เพราะมีฮุนเซนคนเดียวที่ยอมให้ทำเช่นนั้นได้”นายสำราญ กล่าว