ข่าว

พท.อัดกษิต-กต.ไม่เป็นกลางชี้นำขรก.

พท.อัดกษิต-กต.ไม่เป็นกลางชี้นำขรก.

20 ธ.ค. 2552

“สุเทพ”ยันรบ.ไม่มีจิตคิดร้ายไล่ล่าสังหาร"ทักษิณ" “เพื่อไทย” จวก “ กษิต – บัวแก้ว” ออกเอกสารลับชี้นำข้าราชการไม่เป็นกลาง เป็นเครื่องมือ ทำลายล้าง "ทักษิณ" พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม เตือนข้าราชการประจำ อย่าทำตามอาจถูกดำเนินคดี เพราะผิดกฎหมาย – รธน. - ระเบียบ

ที่พรรคเพื่อไทย วันที่ 20 ธ.ค.52 เวลา 10.00 น.  นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวน้าพรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค และนายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ อดีตปลัดแรงงาน ร่วมแถลงข่าวกรณีที่มีการระบุถึงเอกสารลับของกระทรวงต่างประเทศ เสนอข้อหารือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่มีการเปิดเผยเกี่ยวกับมาตรการจัดการ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นภัยคุกคามหลักของชาติ

 นายยงยุทธ กล่าวว่า การออกมาแถลงครั้งนี้ ก็เป็นการใช้ประสบการณ์การดำรงตำแหน่งข้าราชการระจำ ที่ตนเคยเป็นอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นายปลอดประสพ เคยดำรงตำแหน่งอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และนายจารุพงษ์ เคยดำรงอดีตปลัดแรงงาน มาวิเคราะห์เอกสารลับกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นการทำข้อหารือถึงนายอภิสิทธิ์ว่าทำขึ้นโดยถูกต้อง มีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่ เพราะเนื้อหาหนังสือระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ  เป็นภัยหลักคุกคามชาติ และประชาชนนั้น ข้อเท็จจริงไม่ใช่ แต่ภัยหลักที่กำลังคุกคามประชาชน คือ ความยากจน รวมทั้งปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีรายงานข่าวผู้เสียชีวิต และทรัพย์สิน ต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นภัยหลักและเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลควรลงพื้นที่แก้ปัญหา เกี่ยวกับการออกเอกสารลับดังกล่าว ขณะนี้ยังไม่พบว่านายอภิสิทธิ์ ได้เซนต์ลงนาม ดังนั้นยังจะไม่มีการยื่นฟ้องดำเนินคดีใด ๆ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แต่หากภายหลังพบว่ามีการปฏิบัติตามหนังสือที่ออกโดยไม่ถูกต้อง พรรคเพื่อไทยจะดำเนินต่อไป

 ขณะที่นายปลอดประสพ  ได้วิเคราะห์รายละเอียดในหนังสือแล้ว ตั้งข้อสังเกต 5 ข้อ 1.เห็นว่าเอกสารดังกล่าว เป็นการออกคำสั่งที่ผิดกฎหมาย และขัดรัฐธรรมนูญ ผิดระเบียบบริหาราชการแผ่นดิน รวมทั้งระเบียบข้าราชการพลเรือน ( ก.พ.) เพราะเป็นคำสั่งที่ให้ข้าราชการประจำ ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีความเป็นกลาง 2.การออกคำสั่งในหนังสือสะท้อนให้เห็นว่า ขาดด้อยเรื่องคุณธรรม และจริยธรรม

 3.สิ่งที่เสนอให้ปฏิบัติตามหนังสือ เป็นการสร้างความแตกแยกในสังคม ปฏิเสธความปรองดองสมานฉันท์ โดยความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ไม่ได้พูดถึงฟื้นฟูสัมพันธ์ที่ดีกับกัมพูชา ไม่พูดว่าจะส่งทูต เลขานุการทูต กลับไปสร้างความสัมพันธ์อย่างไร มีแต่พูดถึงการตอบโต้ 4.นายกรัฐมนตรีไม่รู้ว่าจะสั่งการอย่างไร แต่ขอเตือนข้าราชการประจำว่าหากมีการสั่งการให้ปฏิบัติตามหนังสือ ก็ขออย่าปฏิบัติตาม เพราะหนังสือดังกล่าวออกมาโดยขัดต่อรัฐธรรมนูญ และผิดกฎหมาย หากข้าราชการปฏิบัติก็จะมีความผิด ส่วนข้าราชการฝ่ายการเมือง ขอให้หยุดการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย

 นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้พรรคเพื่อไทย ยังมีข้อเสนอแนะ 8 ข้อต่อรัฐบาล 1.การออกหนังสือนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ และผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการให้ข้าราชการ ช่วยเหลือรัฐบาลอยู่รอดทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของข้าราชการ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวเป็นการบั่นทอน ทำลายล้างการเมืองฝ่ายตรงข้าม คือ พรรคเพื่อไทย ทั้งที่พรรคเพื่อไทย ตั้งขึ้นมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย

 2.การกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และขัดรัฐธรรมนูญ รวมทั้งระเบียบบริหารราชกาแผ่นดิน ที่ทำให้ข้าราชการไม่มีความเป็นกลาง 3.ชัดเจนว่าต้องการจัดการ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรับมนตรี โดยใช้อำนาจบริหาร เข้าไปเร่งรัดการดำเนินคดี พ.ต.ท.ทักษิณ 4.สิ่งที่ในหนังสือระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นภัยหลักคุกคามชาติ พรรคเพื่อไทยขอประณามวิธีคิดดังกล่าว ซึ่งการพูดอย่างนี้ มุ่งที่จะใส่ร้าย ทำลายล้าง พ.ต.ท.ทักษิณ 5.ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลยอมรับ แนวคิดการสร้างให้ผู้ที่สนับสนุนรัฐบาลเกิดความสะใจ แล้วหลังจากนี้จะมีกระบวนการสร้างความเข้าใจ โดยใช้งบประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

 6.หนังสือดังกล่าวเป็นการสร้างภาพทำให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการกลับมาเป็นผู้นำทางการเมือง ทั้งที่การที่บุคคลใดจะเป็นผู้นำ ประชาชนเป็นผู้เลือกตั้งเข้ามา แต่การกระทำของกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาล เป็นการชี้นำ 7.เป็นเรื่องน่าตกใจอย่างยิ่งที่รัฐบาลกระบวนการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศกัมพูชา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นการก้าวล่วงกัมพูชา

 และ 8.การที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เสนอมาตรการใช้กำลังทหารเกี่ยวกับข้อพิพาทกัมพูชา นั้น เป็นข้อเสนอที่ย้อนยุค และอันตรายอย่างยิ่ง ซึ่งถ้ารู้ถึงประเทศกัมพูชาก็ยิ่งทำให้ความเสื่อมทรามที่มีอยู่ระหว่างประเทศแย่ลงไปอีก จึงขอให้กระทรวงกลาโหม และฝ่ายความมั่นคง ตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ปฏิเสธว่าไม่เคยเห็นหนังสือดังกล่าว ซึ่งนายกษิต รมว.ต่างประเทศ กำลังทำให้กระทรวงการต่างประเทศ เป็นเหมือนกระทรวงสงครามในยุคสงครามโลก ดังนั้นพรรคเพื่อไทย เห็นว่า รัฐบาลควรพิจารณาเรื่องนี้ให้ดีและทำให้ถูกต้อง

 “เนื่องในวันปีใหม่ที่จะถึงนี้ ผมขอให้เรียกร้องรัฐบาล ทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ และให้หยุดการทำลายล้างกันในสังคม หากจะสู้กันก็ให้สู้กันในทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย” นายปลอดประสพ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวและว่า เรื่องนี้รัฐบาลอย่ามาใช้มุขเดิม อ้างว่า เป็นเอกสารลับใครมาวิจารณ์ นำมาเปิดเผย ไม่ได้มีความผิด ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ ดังนั้นในฐานะฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ย่อมมีสิทธิรับรู้ข้อมูลได้เท่าๆ กับประชาชน และหากเรื่องจะจริง ไม่จริงอย่างไรรัฐบาลก็ต้องออกมาอธิบาย

 ด้านนายจารุพงษ์ กล่าวว่า การเอกสารดังกล่าว ต้องย้อนถามว่ากระทรวงการต่างประเทศ มีอำนาจจะออกหรือไม่ เพราะอำนาจกระทรวงการต่างประเทศ คือ การสร้างสัมพันธไมตรีกับนานาชาติ ขณะที่เนื้อหาในเอกสารดังกล่าวไม่น่าจะสอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เคยแถลงไว้ ขณะที่กรณีดังกล่าว หากเป็นตนถ้ามีผู้ใต้บังคับบัญชาทำเรื่องเสนอชงขึ้นมา ก็จะไม่ยอมเซนต์และไม่สั่งให้ปฏิบัติ เพราะเป็นเรื่องที่ฝ่าฝืนกฎหมาย รัฐธรรมนูญ โดยเรื่องนี้หากมีการออกหนังสือนั้นโดยไม่มีอำนาจ ไม่ถูกต้องและมีการปฏิบัติที่ขัดกฎหมาย ผู้ที่ออกหนังสือต้องรับผิดชอบ

"นพดล"แนะ“กษิต”หยุดพฤติกรรมทำลายเกียรติยศบัวแก้ว

 ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 10.30 น. นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ ยังกล่าวถึงการทำงานของนายกษิตว่า แรก ๆ ก็ไม่รู้สึกอะไรแต่การที่นายกษิตส่งหนังสือลับถึงนายอภิสิทธิ์ นั้นตนในฐานะอดีต รมว.ต่างประเทศ เห็นว่า ไม่ใช่งานของ รมว.ต่างประเทศที่จะใช้กระทรวงการต่างประเทศ ไปเป็นเครื่องมือขจัดคู่แข่งการเมือง ซึ่งตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กระทรวงการต่างประเทศ มีหน้าที่สร้างสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ และรักษาผลประโยชน์ของชาติ แต่การกระทำของนายกษิต กลับเป็นการทำตัวคล้ายกับเป็นกระทรวงไล่ล่าศัตรูทางการเมืองในต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะไม่เคยมี รมว.ต่างประเทศคนใด ที่ทำลายศักด์ของกระทรวง และข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ
 
“เทพไท”อัดเพื่อไทยกลับเปิดประตูบ้านเผาเมือง

 นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เรื่องนี้ไม่ได้เหนือความคาดหมายขอพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งวอร์รูมของพรรคประชาธิปัตย์ได้วิเคราะห์หลายครั้งแล้วว่า ทุกครั้งที่เสื้อแดงจะชุมนุม ต้องการสร้างประเด็นเพื่อให้มวลชนมาร่วมชุมนุมมากขึ้น ทั้งนี้ วอร์รูมของพรรคได้ติดตามการชุมนุมของคนเสื้อแดง มา 5 ครั้ง เช่น การชุมนุม วันที่ 24 มิ.ย. ที่จะเปลี่ยนวันชาติ จากวันที่ 5 ธ.ค. มาเป็นวันที่ 24 มิ.ย. และการปูดกรณีนายกฯไม่ได้อยู่ในรถที่กระทรวงมหาดไทย เรื่องนี้กลุ่มเสื้อแดง ส่งเรื่องไปพิสูจน์ที่ประเทศอเมริกา จนมาถึงขณะนี้ยังไม่เปิดเผยข้อมูลเลย   การชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. มีการพูดเรื่องคลิปเสียงนายกฯสั่งฆ่าคนเสื้อแดง คดีนี้อยู่ในศาล และมีการพิสูจน์ชัดว่าเป็นคลิปที่มีการตัดต่อ จนเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ก็มีการพูดคนน่าหล่อ ที่พัทยา ที่ระบุว่าหากเปิดเผยจะทำให้ใครต้องหลุดออกจากตำแหน่ง เรื่องนี้ สังคมกำลังรออยู่ว่าเป็นใคร แต่ไม่มีการเปิดเผย

 นายเทพไท กล่าวต่อว่า วันที่ 28 พ.ย. ที่มีการชุมนุมแต่มีการล้มเลิกไปเป็นวันที่ 10 ธ.ค. มีการพูดถึงเทปนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ที่มีคำสั่งจารกรรมข้อมูล จนวันนี้ก็ไม่มีการเปิดเผย และล่าสุดคนเสื้อแดงประกาศชุมนุมใหญ่ในช่วงเดือน ม.ค. เพื่อแตกหักกับรัฐบาลมีการเปิดเผยจดหมายลับของกระทรวงต่างประเทศ เมื่อดูเนื้อหาเป็นการเสนอแนวทางการแก้ปัญหาของ กระทรวงการต่างประเทศเป็นปกติ แต่คนของพรรคเพื่อไทยพยายามบิดเบือนตัดต่อ ตีความเพื่อเป็นไปตามที่ตัวเองจินตนาการ

 “เรื่องนี้แค่เด็กอนุบาลก็ยังอ่านเข้าใจ แต่การนายจตุพร นำไปบิดเบือน อยากถามว่าเคยเรียนภาษาไทยหรือเปล่า ร่วมทั้งเรียนการอ่านจับใจความในภาษาไทยบ้างหรือไม่ ถึงแปลความไปในทางที่ผิด ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงขอเรียนไปนายจตุพร อย่านำประโยชน์ของชาติมาเป็นเกมการเมือง พฤติกรรรมทั้งหมด คนไทยเขารู้ทัน ผมไม่อยากบอกว่าการกระทำของนายจตุพร ทำตัวคล้ายพระยาออกยาจักรี ที่เปิดประตูเมืองอยุธยาให้พม่าเข้ามาเผาเมือง” นายเทพไท กล่าวและว่า

 ส่วนที่นายจตุพร ออกมาระบุให้กระทรวงต่างประเทศฟ้องนั้น ขอยืนยันว่าหากผิดกฎหมายจริงก็จะดำเนินการ แต่คนที่เปิดเผยเรื่องนี้ต้องกล้ารับผิดชอบ อย่าปากกล้าขาสั่น เพราะที่ผ่านมา กรณีเรื่องการตัดต่อคลิปเสียงนายกฯก็โยนความผิดไปยังคนนิรนามที่ขี่มอเตอร์ไซค์ที่พรรคเพื่อไทย ร่วมถึงกรณีจดหมายลับก็เช่นกันที่นายจตุพร ระบุว่าได้มาจากนายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ซึ่งตนได้ฟังการให้สัมภาษณ์มาจากนายสงวนได้ตีกรรเชียงบอกว่ามีการส่งไปรษณีย์มาให้

 “ขณะนี้แน่ชัดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ นายจตุพร และคนในพรรคเพื่อไทย กำลังเกิดโรคจิตหวาดระแวง หรือโรคจิตเภท คิดว่าจะถูกคนลอบฆ่าดูได้จากพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทวิตเตอร์มาเป็นรายวันว่าจะถูกฆ่า ล่าสุดนายจตุพร ก็ออกมาระบุว่า ถูกไล่ล่าเอาชีวิต จึงขอแนะนำให้คนในพรรคเพื่อไทย ไปตรวจสุขภาพจิตบ้าง”

 นายเทพไท กล่าวถึงกรณี ส.ส.เพื่อไทย ออกมายอมรับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ประเทศกัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการทางการเมือง ยืนยันว่ามีความเป็นไปได้   ที่จะใช้กัมพูชาเป็นวอร์รูม ล้มล้างรัฐบาล เพราะยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศไทยไม่เป็นผล เพราะต่างประเทศไม่ให้ความร่วมมือ และ พ.ต.ท.ทักษิณ บอกโลกยังกว้าง แต่ตนบอกว่าทางเดินของ พ.ต.ท.ทักษิณ แคบขึ้นทุกวัน ดูอย่าง ดูไบ ก็ให้ทัณฑ์บนหากใช้ฐานประเทศดูไบเคลื่อนไหวทางการเมือง และในช่วงเดือน ม.ค.การเมืองในไทยจะร้อนแรง พ.ต.ท.ทักษิณ จึงหลีกเลี่ยงใช้ดูไบ และหันมาปักหลักที่ประเทศกัมพูชาแทน คงมีแต่ประเทศกัมพูชาที่ยอมรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้เป็นฐานโจมตีแผ่นดินเกิดของตนเอง

 นายเทพไท กล่าวถึงกรณีนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทยที่ไปบวชหลังได้รับการอภัยโทษว่า ละครเรื่องนี้กำลังจะจบแล้ว เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายอนุโมทนา และอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน และจากนี้ไม่สงสัยความไม่มบริสุทธิ์ของนายศิวรักษ์ แต่คนที่เป็นตัวการต้องออกมารับผิดชอบ กรณีการดักฟังโทรศัพท์ในสถานฑูตไทยในกัมพูชา หากเป็นเรื่องจริงคงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นความมั่นคงของประเทศ   ที่ผู้นำกัมพูชาจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เหมือนกับกรณีการดักฟังโทรศัพท์ คดีวอเตอร์เกต สมัยประธานาธิบดี นิกสัน ที่ออกมาแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก จึงอยากให้ทุกฝ่ายพิสูจน์เรื่องนี้ หากเป็นความจริงผู้นำกัมพูชาต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ  

 พลตรีสนั่นระบุไม่มีมีใครคิดฆ่าพ.ต.ท.ทักษิณ

 เมื่อเวลา 10.00 น ที่จังหวัดพิจิตร   พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี   ได้เดินทางไปเป็นประธานพิธีประกวดพระเครื่องที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตรจัดขึ้น โดยภายหลังเปิดงานพลตรีสนั่นได้เปิดเผยถึงกรณีที่นายจตุพร ออกมาระบุว่ารัฐบาลคิดทำลายล้างพ.ต.ท.ทักษิณนั้น   พลตรีสนั่นเปิดเผยว่าคงไม่มีใครคิดอย่างนั้น โดยเฉพาะคนไทย คงไม่มีใครคิดฆ่ากันเพราะมันยากมาก และไม่คิดว่านักการเมืองจะไม่คิดฆ่าฟันกันเอง   เรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเพราะมีการเข้าใจผิดกันมากกว่า

 รองนายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่าสาเหตุที่ทำให้นายจตุพรเชื่อว่าจะมีคนฆ่าพ.ต.ท.ทักษิณก็อาจจะเป็นเพราะเขามีเหตุผลของเขา เขามีความเชื่อเป้นอย่างนั้น ส่วนตนเองคิดว่า ไม่มีใครคิดฆ่าทักษิณอย่างแน่นอน

“สุเทพ”ยันรบ.ไม่มีจิตคิดร้ายไล่ล่าสังหาร"ทักษิณ"

 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า นายจตุพรเอาเรื่องราวที่กระทบกับความรู้สึกของประชานคนไทยออกมาเขย่าอยู่เรื่อย ให้โอกาสพี่น้องประชาชนคนไทยเขาได้มีความสุขบ้างเถอะจะปีใหม่แล้ว สื่อมวลชนก็อย่าไปใส่ใจมากนัก ตนยืนยันว่ารัฐบาลนี้ไม่มีจิตคิดร้ายต่อใครเป็นการส่วนตัว ไม่ได้ตั้งเป้าหมายที่จะไล่ล่าหรือสังหารอดีตนายกฯ ทั้งหมดที่ทำก็ทำไปตามหน้าที่ ตามกฎหมาย เมื่อปรากฎชัดว่าพ.ต.ท.ทักษิณหนีคำพิพากษาของศาล และไปอยู่ในสถานที่ที่ รัฐบาลรู้เห็นชัดพร้อมกับคนทั้งประเทศก็ต้องตามตัวกลับมา เมื่อทำไม่ได้ก็ต้องหาช่องทางกฎหมายทางด้านอื่น แต่ไม่ทำอะไรนอกกฎหมายโดยเด็ดขาด  

 นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนการที่นายจตุพรไปแปลความคำว่า ” ขจัด ” ในเอกสารลับว่าเป็นการ “ กำจัด ” นั้น เชื่อว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศเข้าใจดีเรื่องนี้   เหมือนกับเรื่องก่อน ๆ ที่เขาพยายามทำมาแล้ว   เมื่อถามว่า จะมีการตรวจสอบหรือไม่ที่เอกสารลับหลุดไปสู่มือคนนอก นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ตนยังไม่ได้ไปดูว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ หรือว่าจริงแล้วไปใส่ไข่เพิ่ม หรือไม่จริงแต่ไปต่อเติมก็แล้วแต่ ก็เป็นหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศต้องทำให้กระจ่าง 

 เมื่อถามว่า ติดใจหรือไม่ว่าอาจมีข้าราชการฝ่ายขั้วอำนาจเก่าทำตัวเข้าข่ายเกลือเป็นหนอน นายุสเทพ กล่าวว่า  ตนมองคนในแง่ดีเสมอ ตนถือว่าพี่น้องข้าราชการทั้งหลายเป็นข้าราชการของรัฐ ของประชาชน และเป็นข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  จะทำอะไรต้องคิดถึงประเทศชาติ แม้เอกสารดังกล่าวจะถูกส่งสำเนาไปถึงข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องไม่กี่คนก็ให้ทางกต.ในฐานะเจ้าของต้นตอขอเรื่องตรวจสอบไปก่อน ในส่วนของฝ่ายความมั่นคง ตนยังไม่ทราบว่าเอกสารนั้นจริงหรือไม่ด้วยซ้ำ

 เมื่อถามว่ามองเบื้องหลังการโหมเรื่องนี้เกี่ยวโยงกับความพยามโหมกระแสการ ปลุกคนเสื้อแดงให้รุนแรงมากขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนก็คาดการณ์อยู่ว่าเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณย้ายฐานจากดูไบ ไปตั้งฐานบัญชาการอยู่ที่เขมร คงพยายามเร่งเกมทางการเมืองให้รุนแรงขึ้น วิธีการใดที่จะใช้ได้ เขาคงระดมมาใช้ เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงจะปรับกลยุทธรับมือการที่พ.ต.ท.ทักษิณจะมาปักหลักบัญชาการเกม ป่วนอยู่ที่บ้านพักในกัมพูชาอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า เข้าใจได้อยู่แล้วตั้งแต่ต้นว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องทำทุกอย่างเพื่อที่ไม่ให้ตัวเองติดคุก ได้เงินกลับมา ได้อำนาจคืนมาทุกอย่าง   แต่มันไม่ใช่วิถีทางในระบอบประชาธิปไตย   ต้องเคารพกฎหมายกติกาของบ้านเมือง จะเอาแค่อำนาจ หรืออิทธิพล และเงินมาใช้แบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่คนไทยจะรับได้

 เมื่อถามต่อว่า เนื้อหาในเอกสารลับบางส่วนมีบางตอนที่อาจทำให้สมเด็จฮุน เซนมองว่าไทยไปก้าวล่วงกิจการภายในของกัมพูชา ยิ่งทำให้การแก้ปัญหาฟื้นฟูความสัมพันธ์สองประเทศเหมือนปิดทางไปเลย นายสุเทพ กล่าวว่า “ ปัญหาความสัมพันธ์ไทย - กัมพูชา มันยากอยู่แล้ว เพราะเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณซึ่งเป็นนักโทษหนีคดีแล้วไปปักหลักอยู่ที่กัมพูชา ใช้เป็นฐานบัญชาการเพื่อทำร้ายประเทศไทย ที่จริงเราต้องต่อว่ากัมพูชาว่าจริง ๆไม่ควรให้คนอย่างคุณทักษิณไปตั้งหลักตั้งฐานบัญชาการมาทำร้ายประเทศไทยด้วย ซ้ำไป ”  เมื่อถามว่า เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ มีบ้านพักถาวรในกัมพูชา รัฐบาลจะพยายามขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนอีกหรือไม่แม้จะถูกปฏิเสธมาตลอด   นายุสเทพ กล่าวว่า   กัมพูชาปฏิเสธไม่ให้ตลอด   ส่วนจะมีวีธีการอื่นหรือไม่ต้องคิดกันต่อไป “

 ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่นาจตุพร ออกมาโวยวายว่าถูกรุปริศนาทะเบียน จ.บุรีรัมย์ ตามประกบเพื่อลอบทำร้ายระหว่างการไปปราศรัยที่อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น นายสุเทพ กล่าวว่า “ คุณจตุพรสำคัญตัวเองผิดไป ตามความคาดหมายของตัวเอง ผมไม่เชื่อ และผมไม่ทำ ไม่ใช่นิสัยผม ผมเล่นการเมืองมา 30 กว่าปีไม่เคยทำร้ายใคร ”