
หงส์แพ้บ๊วยเชลซีได้ดร็อกบาบุกยิงเวสต์แฮม
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ฟอร์มหลุดอีกครั้ง ไปแพ้ "ปอมปีย์" ปอร์ทสมัธ 0-2 ในศึกพรีเมียร์ชิพเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ได้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา คืนทัพบุก "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ที่แพ้มา 3 นัดรวด ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ ด้าน "ตราลูกโลก" เบอร์มิงแฮม
ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ออกไปเยือน "ปอมปีย์" ปอร์ทสมัธ ทีมบ๊วย โดยเกมนี้มี เฟอร์นันโด ตอร์เรส กลับมาเป็นหัวหอกตัวจริง ทำให้เริ่มเกมได้อย่างคึกคัก นาทีที่ 22 หวุดหวิดจะนำ เมื่อ สตีเวน เจอร์ราร์ด ผ่านบอลให้ ตอร์เรส เข้าชาร์จแต่เข้าไม่ถึง แต่นาทีที่ 33 เป็นเจ้าถิ่นที่ขึ้นนำ เมื่อ เควิน ปรินซ์ บัวเต็ง ยิงจากกรอบเขตโทษ โฆเซ่ เรนา ปัดมาเข้าทางให้ นาเดียร์ เบลฮัดจ์ ซ้ำเข้าไปเป็น 1-0
อีก 6 นาทีต่อมา ลิเวอร์พูล น่าจะตีเสมอได้ เมื่อ เจอร์ราร์ด เปิดฟรีคิกให้ ดาเนียล แอ็กเกอร์ โขกจาก 6 หลา แต่ข้ามคานอย่างเหลือเชื่อ จนนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ทีมเยือนต้องเสียเปรียบหนัก เมื่อ ฮาเบียร์ มาสเชราโน ไปเสียบน่าเกลียดใส่ ทัล เบน ฮาอิม ทำให้โดนใบแดง จบครึ่งแรก ปอร์ทสมัธ นำ 1-0
เข้าครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ที่เหลือ 10 คน เกือบตีเสมอได้ นาทีที่ 67 เจอร์ราร์ด ยิงวอลเลย์จากหน้าเขตโทษบอลแฉลบจะเข้าประตู แต่ อัสเมียร์ เบโกวิช ปัดไว้หวุดหวิด แต่นาทีที่ 82 ปอร์ทสมัธ มาได้ประตูย้ำชัยชนะจาก เฟรเดริก ปิกียอนน์ ทำให้ ปอร์ทสมัธ ชนะไป 2-0
ขณะที่เกมคืนวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม มีเตะกันรวม 3 คู่ โดยเวลา 23.00 น. "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมจ่าฝูงของตาราง จะยกพลทำศึกลอนดอนดาร์บี้แมทช์ ด้วยการออกไปเยือนถิ่นอัพตัน ปาร์ค ของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ทีมรองบ๊วย จิอันฟรังโก้ โซลา กุนซือเจ้าถิ่นจะได้ตัว แมทธิว อัพสัน กองหลังตัวแกร่งกลับมา รวมทั้งยังได้ หลุยส์ ฆิมิเนซ กองหน้าลงเล่นได้อีกคน แต่ยังมีปัญหาเรื่องนักเตะบาดเจ็บต่อไป ไม่ว่าจะเป็น คาร์ลตัน โคล, วารอน เบห์รามี, ซาวอน ไฮน์ส, คัลลัม ดาเวนพอร์ต และคีรอน ดายเออร์ ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บ ไม่สามารถลงช่วยทีมได้แน่นอน
ขณะที่ทีมเยือนของกุนซือ คาร์โล อันเชล็อตติ มีข่าวดีเมื่อจะได้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา กองหน้าตัวเก่งเรียกความฟิตกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง หลังจากพลาดการลงสนามเมื่อกลางสัปดาห์ที่ชนะปอร์ทสมัธ 1-0 แต่ยังไม่มี มิกกาแอล เอสเซียง กองกลาง และ ชูเซ่ โบซิงวา กองหลังที่ยังบาดเจ็บ นอกจากนั้นอาจจะปรับส่ง ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ มายืนคู่กับ จอห์น เทอร์รี แทนที่ อเลกซ์ และโจ โคล ลงแทน เดโก้ ในแดนกลาง
สำหรับสถิติการเจอกันในลีกถือว่าสูสี เวสต์แฮม ชนะ 34 เสมอ 16 เชลซี ชนะ 36 นัด แต่เวสต์แฮม ไม่เคยชนะเชลซี นานถึง 6 ปี หนล่าสุดทำได้ในฤดูกาล 2002-03 ที่ชนะได้ทั้งสองนัด ด้วยสกอร์ 3-2 และ 1-0 ตามลำดับ ส่วนฤดูกาลที่แล้ว เสมอกัน 1-1 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก่อนเชลซี ชนะ 1-0 ที่อัพตัน ปาร์ค
ส่วนการเตะเวลา 22.00 น. "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 15 ได้เล่นในกูดิสัน ปาร์ค ของตัวเอง ต้อนรับการมาเยือนของ "ตราลูกโลก" เบอร์มิงแฮม ทีมอันดับ 7 ทรูวิชั่นส์ 61 ถ่ายทอดสด นัดนี้ฝั่งเจ้าถิ่นของกุนซือ เดวิด มอยส์ ที่ชนะแค่นัดเดียวจากการลงเตะ 10 เกมหลังสุด ยังคงต้องผจญกับปัญหาเดิมๆ คือ อาการบาดเจ็บของนักเตะตัวหลักๆ โดยมี แจ็ค ร็อดเวลล์ กับ ลีออน ออสแมน ไปอีก ขณะที่ โจ กองหน้าต้องลุ้นความฟิต แต่ได้ ทิม เคฮิลล์ ที่พ้นโทษแบน กลับมาเล่นได้
ขณะที่ทีมเยือนของ อเลกซ์ แม็คลิช ที่ 8 นัดหลังไม่แพ้ใคร แถมยังชนะรวดใน 5 นัดหลังสุด หากเกมนี้สามารถเก็บ 3 แต้มได้สำเร็จ ก็จะทำสถิติเท่ากับสถิติเดิมของสโมสรที่เคยชนะรวดสูงสุด 6 นัดติดต่อกันในปี 1959 ทันที จะยังคงไม่มีตัวหลักอย่าง สจ๊วร์ต พาร์นาบี้, แกรี โอคอนเนอร์ และทีมู ไตนิโอ โดยที่ แม็คลิช จะใช้นักเตะชุดหลักที่บุกชนะ แบล็คเบิร์น 2-1 ลงสนามทั้งชุด ทำให้ คริสเตียน เบนิเตซ, ลี โบว์เยอร์ และ คาเมรอน เฌอโรม จะเป็นแกนหลักต่อไป
โปรแกรมอีกคู่ "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมอันดับ 3 จากบ๊วย เปิดถิ่นโมลินิวซ์รับมือ "คลาเรต" เบิร์นลีย์ ทีมอันดับ 13 เวลา 20.30 น.



