
คัดกรอง..."ค้ามนุษย์"กับนาย ตร.จิตอาสา
กระบวนการส่งกลับคนไทยเกือบ 500 คน ตามโครงการพัฒนาความร่วมมือช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และคนไทยตกทุกข์ได้ยากระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซียตลอดปี 2552 มีนายตำรวจหนุ่มใหญ่ใจทุ่มเทคนหนึ่งที่มากด้วยประสบการณ์ ทั้งความสามารถด้านงานสืบสวน การใช้ภาษา ท
สบายๆ สไตล์สีกากีฉบับนี้ มารู้จักกับ พ.ต.อ.สุวัตต์ วงศ์ไพบูลย์ ผู้กำกับการงานสืบสวน ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) ที่เข้ามารับหน้าที่หัวหน้าชุดคัดแยกคนไทยตามโครงการนี้ นายตำรวจเลือดสะตอทุ่มเทเวลาส่วนตัวด้วยจิตอาสา หวังช่วยให้คนไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก หรือถูกแก๊งค้ามนุษย์ล่อลวงไปใช้แรงงานและค้าประเวณีอย่างผิดกฎหมายในประเทศมาเลเซีย ได้รับการช่วยเหลือกลับสู่มาตุภูมิ...อีกครั้ง
พ.ต.อ.สุวัตต์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการช่วยเหลือเหยื่อคนไทยในมาเลเซีย เกิดจากมูลนิธิเพื่อนหญิงทราบว่ามีหญิงไทยจำนวนมากตกเป็นทาสค้าประเวณี มีชีวิตความเป็นอยู่ลำเค็ญ จึงประสานขอความช่วยเหลือมาตั้งแต่สมัย พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ เป็น รอง ผบช.ภ.9 หน่วยงานตำรวจก็ติดขัดเรื่องงบประมาณ เอ็นจีโอก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน จึงขอเงินสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สนับสนุนงบประมาณมาให้ดำเนินการประสานงานหน่วยงานต่างๆ ในประเทศมาเลเซียให้ช่วยเหลือเหยื่อคนไทย
"เริ่มทำงานครั้งแรกงบประมาณยังไม่ลงมา ต้องทำงานด้วยจิตอาสาเป็นหลัก ด้วยความอยากจะช่วยเหลือ อยากจะทำ ก็ขับรถยนต์ส่วนตัวข้ามไปฝั่งมาเลเซีย ไปประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ บุกไปถึงสำนักนายกรัฐมนตรี ดักรอพบรัฐมนตรีที่บ้านพัก มีอยู่วันหนึ่งกลายเป็นแขกรับเชิญในงานวันเกิดสุลต่านรัฐเกดะห์โดยไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน พวกเรานุ่งกางเกงยีน แต่เขาก็ต้อนรับจัดเตรียมโต๊ะเสมือนเป็นแขกคนหนึ่ง" พ.ต.อ.สุวัตต์ บอกด้วยรอยยิ้มประทับใจไม่รู้ลืม และวันนั้นก็ได้แจ้งความประสงค์ของการเดินทางไป และทางการรัฐเกดะห์ก็รับปากว่าจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่
การเดินทางเข้าไปประสานงานกับทางการมาเลเซียของทีมงาน พ.ต.อ.สุวัตต์ จะเป็นลักษณะไปเช้ากลับเย็น เพราะสู้ค่าโรงแรมในมาเลเซีย ซึ่งแพงระยิบตกคืนละ 2,500 บาท ไม่ไหว สู้กลับมานอนฝั่งไทยดีกว่า แต่การประสานงานขอความช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก และตกเป็นเหยื่อของแก๊งค้ามนุษย์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี พ.ต.อ.สุวัตต์ มองว่า อาจเป็นผลพวงจากประสบการณ์ที่เคยไปอบรมเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในมาเลเซียเมื่อปี 2550 ทำให้รู้ขั้นตอนและกระบวนการด้านกฎหมายของมาเลเซีย จนพอจะช่วยเหลือคนไทยที่อยู่ตามเรือนจำต่างๆ ได้ แถมยังได้ตำรวจมาเลเซียเป็นพันธมิตรคอยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกอีกด้วย
จากประสบการณ์ช่วยเหลือคนไทยกลับแผ่นดินเกิดทั้ง 3 ครั้ง หัวหน้าชุดคัดกรองคนไทยฯ ประทับใจกรณีช่วยเหลือหญิงไทยรายหนึ่ง ซึ่งถูกหลอกไปค้าประเวณีที่รัฐซาราวัก บนเกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย มากที่สุด
"ผู้หญิงคนนี้เกือบไม่รอดชีวิตกลับมา ผมเห็นสภาพครั้งแรกน่าสงสารมาก ร่างกายทรุดโทรมมาก เนื่องจากถูกบังคับให้นอนกับผู้ชายวันละหลายๆ คน ไม่ได้หยุดได้หย่อน ผมเจอเธอในเรือนจำหลังจากตำรวจมาเลเซียไปช่วยเหลือมา" พ.ต.อ.สุวัตต์ บอกอีกว่า มาเลเซียเป็นประเทศที่ถูกมองว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรง หรือ Tier ระดับ 3 เป็นพวกกระทำผิดในด้านการลอบค้ามนุษย์อย่างเลวร้าย ประเทศใดที่ตกอยู่ในบัญชีดำนี้อาจเผชิญกับการถูกคว่ำบาตร รวมทั้งอาจถูกระงับความช่วยเหลือที่ไม่ใช่ด้านมนุษยธรรมจากสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ หลังจากทางการมาเลเซียช่วยเหลือ และจับกุมคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งค้ามนุษย์ได้แล้ว จะควบคุมตัวไว้ตามเรือนจำมลรัฐต่างๆ และยินดีส่งคนไทยกลับประเทศโดยไม่คิดค่าปรับ ซึ่งตกรายละ 3 หมื่นบาท ที่เหลือเป็นหน้าที่ของทางการไทยที่จะไปคัดกรองนำคนไทยจากเรือนจำต่างๆ กลับบ้านเกิด ผ่านกระบวนการต่างๆ ตามมาตรฐานสากล อาทิ การกรอกแบบสอบถาม การซักประวัติแบบใช้สหวิชาชีพเข้าร่วม ส่วนเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้รู้ว่าเป็นคนไทยหรือเปล่าได้รวดเร็วขึ้น นั่นคือการให้เขียนชื่อเป็นภาษาไทย เขียนอักษรไทยตั่งแต่ "ก-ฮ" รวมถึงการให้ร้องเพลงชาติไทย !?!
"ที่เคยคัดกรองมาคนไทยบางคนก็เขียนภาษาไทยไม่ได้ เพราะไม่ได้รับการศึกษา บางคนเป็นพม่า กัมพูชาก็เคยแอบอ้างเป็นคนไทยก็มี เกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ได้ แต่เงินของคนไทยเราก็ต้องช่วยคนไทยก่อน มีอยู่เคสหนึ่งผู้ชายอายุ 27 ปี เกิดที่กาญจนบุรี เราเกือบตัดเขาทิ้ง เพราะทำแบบคัดกรองไม่ได้เลย ตอบโต้อะไรก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้เรียนหนังสือ แต่เราได้ข้อมูลจากพี่ชายของเขา หน้าตาคล้ายกันและถูกจับมาด้วยกัน สามารถตอบโต้ได้จึงได้รับการช่วยเหลือกลับมา บางครั้งก็เจอเหยื่อคนไทยที่ถูกหลอกทำงานในเรือประมง ถูกทุบตีทำร้ายจนสมองเบลอไปเลยก็มี" พ.ต.อ.สุวัตต์ เล่าประสบการณ์คัดกรองคนไทย
เมื่อวิเคราะห์ถึงปัญหาที่แท้จริงของการตกเป็นเหยื่อแก๊งค้ามนุษย์ของแรงงานไทยในมาเลเซีย พ.ต.อ.สุวัตต์ มองว่า ใครๆ ก็ต้องการแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า แต่ด้วยความไม่รู้จึงถูกหลอก ดังนั้น จึงควรให้การศึกษาแก่พวกเขา ภาครัฐควรอบรมผู้ที่ทำพาสปอร์ตก่อนได้รับสัก 1 วัน เพื่อให้รู้เท่าทันแก๊งค้ามนุษย์ จะได้ไม่ถูกหลอกไปค้าประเวณีหรือถูกจับลงเรือประมง ที่สำคัญต้องแก้ปัญหาความยากจนให้ได้เสียก่อน
"โครงการนี้เราช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากจริงๆ ช่วยคนไทยได้กลับบ้าน คนไทยไม่มีความรู้ ไม่ได้เรียนหนังสือ ยากจน จึงต้องไปแสวงหาชีวิตใหม่ ไปตายเอาดาบหน้า เขาทุกข์เราช่วยได้ก็มีความสุขไปด้วย" พ.ต.อ.สุวัตต์ บอกด้วยรอยยิ้ม
หลังจากเสร็จสิ้นโครงการครั้งที่ 3 นี้ หัวหน้าชุดคัดแยกคนไทย ยังต้องสวมวิญญาณตำรวจนักสืบ ติดตามเหยื่อแก๊งค้ามนุษย์ลูกสาวของหญิงมุสลิมคนหนึ่ง ซึ่งเข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก "ถาวร เสนเนียม" รมช.มหาดไทย อีกไม่นานคงรู้ชะตากรรมว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร และตำรวจแดนสะตอผู้นี้จะสามารถช่วยเหลือกลับคืนสู่อ้อมอกของแม่และอ้อมกอดของแผ่นดินเกิดได้หรือไม่
ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง/ภาพ



