ข่าว

แม่ร่ำไห้ตำส้มตำให้ลูกชายกินมื้อสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ

แม่ร่ำไห้ตำส้มตำให้ลูกชายกินมื้อสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ

27 ก.พ. 2563

แม่เฒ่าร่ำไห้ได้ตำส้มตำให้ลูกชายกินมื้อสุดท้าย ก่อนซิ่งจยย.พ่วงข้างพลิกคว่ำดับอนาถ

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 16.00 น. พ.ต.ท.ศิริชัย โพธิจักร สว.สอบสวน สภ.ห้วยหลวง อ.เมือง จ.อุดรธานี  ได้รับแจ้งเกิดอุบัติมีรถจยย. พ่วงข้าง เสียหลักพลิกคว่ำ ตกลงไปข้างทาง อยู่ในพงหญ้าริมถนนเลียบคลองส่งน้ำชลประทาน ม.5 บ้านหนองตอ-นาทราย ต.เชียงยืน มีผู้เสียชีวิต   จึงพร้อมด้วย ร.ต.ต.ประภาส แรงน้อย หน.ตชต.เชียงยืน , แพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี และ อาสากู้ภัยมูลนิธิเมธาธรรมสถาน รุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุ พบศพนายสมภาร ชมภูพื้น อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 390 ม.1 ต.เชียงยืน อ.เมืองอุดรธานี นอนคว่ำหน้าอยู่ในพงหญ้าข้างถนน โดยช่วงเอวและลำตัวถูกทับด้วยรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110 สีดำ-แดง ทะเบียน 1กณ-8065 อุดรธานี โดยรถอยู่ในลักษณะล้อหน้าตั้งชี้ฟ้า ซึ่งเหล็กกระบะพ่วง ทับบริเวณคอผู้ตาย โดยข้างในกระบะพ่วงข้างมีเคียวเกี่ยวหญ้าและหญ้าอยู่เต็ม ซึ่งมีชาวบ้านที่ผ่านไปมายืนดูจำนวนมาก 

แม่ร่ำไห้ตำส้มตำให้ลูกชายกินมื้อสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ

 

แม่ร่ำไห้ตำส้มตำให้ลูกชายกินมื้อสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ

 

แม่ร่ำไห้ตำส้มตำให้ลูกชายกินมื้อสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ

 

แม่ร่ำไห้ตำส้มตำให้ลูกชายกินมื้อสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ

 

ตำรวจตรวจสอบตามร่างกายพบว่าคอหัก และรถจักรยานยนต์พ่วงข้างไม่พบร่องรอยการเฉี่ยวชน สันนิฐานว่าผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาด้วยความเร็ว แล้วเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้เสียชีวิตคาที่มาประมาณ 2 ชั่วโมง

จากสอบสวน นายสำราญ ล่ำสัน อายุ 44 ปี ชาว ต.เชียงยืน เพื่อนร่วมงานผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายทำงานก่อสร้างกับตนเอง โดยนายจ้างให้ค่าแรงวันละ 350 บาท  โดยในช่วงเช้าก็ยังทำงานด้วยกัน จนกระทั่งเที่ยงวันได้แยกย้ายกันกลับไปกินข้าวที่บ้าน โดยผู้ตายนำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของนายจ้างขี่กลับบ้าน ก่อนออกไปเกี่ยวหญ้า  เพื่อนำมาให้วัวควายกินของนายจ้าง แล้วมีชาวบ้านที่รู้จักกัน ได้โทรศัพท์มาบอกตนว่าผู้ตายเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำเสียชีวิต ซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้ตายมักจะมาเกี่ยวหญ้าอยู่แถวนี้เป็นประจำ

แม่ร่ำไห้ตำส้มตำให้ลูกชายกินมื้อสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ

 

 

 

แม่ร่ำไห้ตำส้มตำให้ลูกชายกินมื้อสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ

 

แม่ร่ำไห้ตำส้มตำให้ลูกชายกินมื้อสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ

ส่วนนางแพง ชมพูพื้น อายุ 76 ปี แม่ผู้ตาย ร้องไห้ด้วยความเสียใจเป็นอย่างมาก  หลังอาสากู้ภัยนำร่างไร้วิญญาณของลูกชายมาส่งเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านว่า  ได้บอกว่า ผู้ตายเป็นลูกชายคนโต และแยกทางกับภรรยาได้ประมาณ 1 ปีเศษ เป็นคนดีพูดจาสุภาพอ่อมน้อมถ่อมตน ใครใช้ทำงานอะไรก็ทำให้หมด เป็นคนขยัน แม้แต่เสื้อผ้า และผ้าถุงของแม่ ก็ยังเก็บไปซักให้ และไม่เคยทำให้แม่ลำบากใจเลย หรือเสียใจเลย  ลูกชายมาด่วนจากไปโดยไม่ได้ร่ำลากัน หรือจะมีรางสังหรณ์บอกเหตุร่วงหน้า แต่อย่างใด

โดยลูกชายชอบกินส้มตำฝีมือของแม่มาก และมื้อเที่ยงวันนี้ลูกชายบอกว่าให้แม่ตำส้มตำให้กิน และให้ไปส่งให้ที่กระท่อมนา พร้อมกับต้มเนื้อเปื่อย ซึ่งส้มตำเป็นอาหารจานโปรดของลูกชาย ต้องกินทุกวัน  แต่แม่ไม่ได้กินข้าวกับลูกชายในวันนี้  เพราะไม่คิดว่าส้มตำครกนี้จะเป็นครกสุดท้าย ที่ตำด้วยฝีมือแม่ที่ ลูกชายชอบกินไม่เคยบ่นเบื่อเลยแม้แต่น้อย

 

แม่ร่ำไห้ตำส้มตำให้ลูกชายกินมื้อสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ

 

แม่ร่ำไห้ตำส้มตำให้ลูกชายกินมื้อสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ

 

แม่ร่ำไห้ตำส้มตำให้ลูกชายกินมื้อสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ

 

แม่ร่ำไห้ตำส้มตำให้ลูกชายกินมื้อสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ

นายกฤษดา  จันทร์ดวง  ผู้สื่อข่าว ภูมิภาคจ.อุดรธานี