
อ้างเป็นตร.ลวงปู่วัย90สบโอกาสเชิดเงินหนี
คนร้ายอ้างเป็นตำรวจ ได้รับแจ้งว่า มีของผิดกฎหมายซ่อนอยู่ที่บ้านปู่วัย 90 ปี จับนั่งซ้อนท้ายรถไปค้นที่บ้าน แต่ไม่พบอะไร ก่อนกลับขอตรวจกระเป๋า โดยมีเงินอยู่ 1.3 หมื่น ได้กระเป๋าสตาร์ทรถหนี ปู่วิ่งแจ้งลูกหลาน เผยไม่เสียดายเงิน แต่เสียรู้ ยอมไม่ได้
เหตุแก๊งมิจฉาชีพ หลอกเอาเงินคุณปู่วัย 90 ปี ชาว จ.เลย ครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 19 ธ.ค.52 ร.ต.ท.บัญชา ศรีสร้อย ร้อยเวร สภ.วังสะพุง อ.วังสะพุง จ.เลย ได้รับแจ้งว่า มีคนร้าย แอบอ้างเป็นตำรวจ ขอตรวจค้น พอสบโอกาส เชิดเงินหมื่นหลบหนีไป โดยเหตุเกิดที่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 6 บ้านแก่งสาคร ต.ผาบิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย หลังได้รับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ
พบว่าบ้านที่เกิดเหตุ เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ปลูกอยู่กลางสวนมะขามหวานและนาข้าว บนพื้นที่ 11 ไร่ มี นายเรียน อุทธตรี อายุ 90 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 6 บ้านแก่งสาคร ต.ผาบิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย กำลังรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่พร้อมญาติพี่น้องลูกหลานชายหญิงหลายคน
นายเรียน ให้การว่า ออกไปถวายอาหารพระ ที่วัดธรรมประดิษฐ์ หรือ วัดป่าศรีสาคร ตั้งแต่เช้ามืด ขณะพูดอยู่คุยกับเจ้าอาวาสวัดภายในกฏิชั้นล่าง มีชายไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 30 ปี ผิวคล้ำ สูงประมาณ 30 ซ.ม. ตัดผมเกรียน ใส่เสื้อยืดสีขาว สวมทับด้วยเชื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีกรมท่า นุ่งกางเกงสีกากีขายาว ใส่เข็มขัดแบบตำรวจ พร้อมกุญแจมือ คาดทับด้วยกระเป๋า มีซิปด้านหน้าใต้หน้าท้อง ที่หัวไหล่มีวิทยุสื่อสารเหน็บอยู่ สวมหมวกกันน๊อคสีดำ ได้ขี่จักรยานยนต์สีดำไม่ติดป้ายทะเบียน มาที่วัดจากนั้นได้จอดรถแล้วเปลี่ยนมาสวมหมวกแก็ปสีดำแทน
โดยเขาได้ เดินตรงรี่เข้ามาแจ้งว่า เป็นสายสืบแต่ไม่บอกสังกัด สืบทราบมาว่า ตนได้ซ่อนอาวุธปืน ยาบ้า และสิ่งผิดกฏหมายไว้ที่บ้าน ถ้าบริสุทธิ์ใจต้องพาไปตรวจค้นที่บ้านภายในสวนมะขาม ที่ตนพักอาศัย เพื่อความรวดเร็วให้ซ้อนท้ายจักรยานยนต์ไปด้วยกันเลย
พอไปถึงบ้านซึ่งห่างจากวัด ราว 100 เมตร ตนจึงถามว่า มีหมายค้นหรือเปล่า ชายดังกล่าวบ่ายเบี่ยงว่า อยู่ที่รถเดี๋ยวค่อยเอามาให้ จากนั้นจึงเข้าไปรื้อค้นข้าวของจนกระจุยกระจายหมด แต่ไม่พบสิ่งของดังกล่าว ไม่นานเขาจึงออกมาขอค้นที่ตัว และบอกว่า เอากระเป๋าตังค์ออกมาดู ซึ่งภายในมีเงิน 13,320 บาท จากนั้นเขาได้ทำทีว่า จะไปเอาหมายค้นมาให้ดู แต่ไม่ทันไร ก็สตาร์ทจักรยานยนต์หนีไป โดยมุ่งหน้าไปทางตัวอำเภอวังสะพุง ตนจึงได้เอะใจและไปแจ้งให้หลานโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
" ตอนเขามาค้นตัว ผมไม่รู้สึกกลัว และไม่เสียดายเงินหมื่น ไม่ตายยังหาได้ แต่เสียรู้สิ ยังเจ็บใจไม่หาย ถ้าจับได้ขอซักหมัดเถอะ "นายเรียน กล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะเป็นคนละแวกเดียวกัน เพราะจากคำให้การของผู้เสียหาย คนร้ายมีสำเนียงพูดแบบคนจังหวัดเลย และทราบความเคลื่อนไหวตลอดจนทราบว่า ผู้เสียหายพักอยู่คนเดียวและมีเงินติดตัวเป็นหมื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป



