
กองปราบตามรวบผู้รับเหมาพยายามขืนใจลูกน้องในแคมป์
กองปราบตามรวบผู้รับเหมาพยายามขืนใจลูกน้องในแคมป์
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.๕ บก.ป.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย ร.ต.อ.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม
ร่วมกันจับกุม นายสายชล (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.287 / 2549 ลงวันที่ 24 เดือนมีนาคม พ.ศ.2549 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “บุกรุกเคหสถานผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรในเวลากลางคืนโดยใช้กำลังประทุษร้ายและกระทำอนาจาร แก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย”
สถานที่จับกุม ริมถนนในหมู่บ้าน ม.11 ต.ทับรั้ง อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อปี 2549 นายสายชลฯ ผู้ต้องหา ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ต.ลำพยา อ.เมืองจ.นครปฐม ซึ่งในแคมป์คนงานก่อสร้างของนายสายชลฯ จะมีที่พักของนายสายชลฯ และลูกน้องปลูกอยู่ติดๆกัน ซึ่งตามปกติหลังเลิกงานนายสายชลฯ มักจะพาลูกน้องไปดื่มกินที่ร้านอาหารอยู่ประจำ ต่อมาได้มี น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหายมารับจ้างทำงานเป็นคนงานก่อสร้างที่แคมป์ดังกล่าว โดยพักอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ซึ่งห้องพักของผู้เสียหายติดอยู่กับห้องพักของนายสายชลฯ โดยนายสายชลฯได้แอบชอบผู้เสียหาย แต่เนื่องจากผู้เสียหายทราบว่านายสายชลฯมีครอบครัวอยู่แล้วจึงไม่สนใจ
ต่อมาวันที่ 17 มี.ค.49 ขณะที่ น.ส.เอ อยู่บ้านเพียงลำพัง เนื่องจากพ่อแม่ น.ส.เอ ไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด นายสายชลฯ ซึ่งเดินทางกลับมาจากดื่มกินที่ร้านคาราโอเกะ ได้มาเคาะประตูเรียก น.ส.เอ บอกว่ามีธุระจะคุยด้วย เมื่อ น.ส.เอเปิดประตู นายสายชลฯ จึงใช้กำลังผลักประตูเข้าไปปลุกปล้ำ น.ส.เอ ในห้องพัก แต่น.ส.เอ ได้ตะโกนร้องให้คนช่วยนายสายชลฯจึงได้วิ่งหนีออกจากแคมป์คนงานไป ต่อมาเมื่อพ่อแม่ น.ส.เอ กลับมาและทราบเรื่องดังกล่าว จึงได้พาน.ส.เอ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เมื่อนายสายชลฯ ทราบว่าถูกน.ส.เอ แจ้งความดำเนินคดี จึงพยายามขอไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหาย แต่น.ส.เอ และครอบครัวยืนยันจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด นายสายชลฯจึงหลบหนีมาโดยตลอด
จนกระทั่งวันที่ 25 ก.พ.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้สืบสวนทราบว่านายสายชลฯ หลบหนีมาเป็นผู้รับเหมาในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และพักอาศัยบริเวณ ม.11 ต.ทับรั้ง อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายสายชลฯขับรถออกมาจากบ้านพักพอดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวและแสดงหมายจับให้นายสายชลฯ ดูและให้อ่านจนเข้าใจดี และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
........ ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่เผยแพร่ข่าวสาร เตือนภัยให้กับสังคม.........
ภาพ/ข่าว. นิศานาถ สมัครไทย ทีมข่าวเฉพาะกิจคมชัดลึก



