ข่าว

ทางรอดธุรกิจ"ท่องเที่ยวไทย"ในวิกฤติโควิด-19

ทางรอดธุรกิจ"ท่องเที่ยวไทย"ในวิกฤติโควิด-19

26 ก.พ. 2563

ทางรอดธุรกิจ"ท่องเที่ยวไทย"ในวิกฤติโควิด-19 มองผ่าน"รศ.ดร.บัณฑิต ชัยวิชญชาติ"

            นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ถอดบทเรียนวิกฤติไวรัสโคดรน่าสายพันธุ์ใหม่หรือที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า"โควิด-19" ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่่ให้กับวงการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้เรียนรู้จากประสบการณ์การบริหารในช่วงสถานการณ์เลวรา้ยได้เป็นอย่างดี ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยว  ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรมที่พัก ตลอดจนมาตรฐานสินค้าและผลิตภัณฑ์   ชี้ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป แต่ควรแปลงวิกฤติเป็นโอกาสมากกว่าหันมารณรงค์"ไทยเที่ยวไทย"เงินทองไม่รั่วไหลและยังช่วยเพิ่มเศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจในประเทศด้วย

ทางรอดธุรกิจ"ท่องเที่ยวไทย"ในวิกฤติโควิด-19

                                       รศ.ดร.บัณฑิต ชัยวิชญชาติ 

        "ในทางเศรษฐศาสตร์จริง ๆ แล้วมันก็คือช๊อคเลย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเราไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจรับมือเอาไว้ เราไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งมันจะเกิดแบบนี้ขึ้นจริง ๆ ทางทฤษฎีคล้ายกับวิกฤติการเงินเมื่อปี 40 แต่อันนั้นเกิดจากเงินทุนต่างประเทศที่เคยไหลดเข้าแล้วอยู่วันหนึ่งซันเดทสต๊อบหายไปฉับพลัน เป็นสาเหตุทำให้เกิดวิกฤติปี40 ถ้าเรามองเปรียบเทียบในสถานการณ์วันนี้อธิบายด้วยหลักการทางเศรษฐศาสตร์ก็คือซันเดทสต๊อบหยุดโดยฉับพลันโดยไม่มีการคาดการณ์มาก่อน"

           รศ.ดร.บัณฑิต ชัยวิชญชาติ อาจารย์ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(ม.ก.)เปิดฉากวิพากษ์สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในวันที่เจอเหตุวิกฤติจากโควิด-19 เขาระบุว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นวันนี้จะแยกเป็น 2 กลุ่มคือตลาดต่างประเทศกับตลาดในประเทศ ซึ่งตลาดต่างประเทศนั้น นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ ๆ ที่เคยเข้ามาอย่างจีน เกาหลี ญี่ปุ่นวันนี้ก็ไม่มีแล้ว และหลายประเทศก็เริ่มควบคุมไม่ได้ ดังนั้นตลาดต่างประเทศค่อนข้างลำบากพอสมควร ในทางกลับกันถ้าเรามามองตลาดในประเทศ ส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้น จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้

ทางรอดธุรกิจ"ท่องเที่ยวไทย"ในวิกฤติโควิด-19

                         บรรยากาศนักท่องเที่ยวหาดป่าตอง จ.ภูเก็ตที่มีแต่นทท.ฝรั่ง

        "ตอนนี้เป็นสถานการณ์เชิงบวกของนักท่องเที่ยวไทย ผมเพิ่งกลับมาจากเชียงใหม่ ทำไมจองตั่วเครื่องบินราคาถูกจัง โรงแรมก็ถูกลง  ร้านอาหารในเชียงใหม่เมื่อก่อนมีคนจีนเยอะแยะเลย วันนี้มีคนจีนอยู่โต๊ะเดียว แต่ก็ไม่ได้ว่างมันก็เต็มไปด้วยคนไทย การที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ ๆ มันก็มีรายได้ ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน การที่เขาใช้เงินไป 1 บาท แต่ได้กลับมา 5 บาทหมุนเวียนทั้งประเทศ จึงอยากเรียกร้องให้คนไทยออกมาท่องเที่ยว ออกมาจับจ่ายใช้สอยกันเยอะ ๆ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศหมุนเวียน แต่การตื่นตระหนก เก็บเงินไว้ไม่ใช้จ่ายนี่ซิ น่ากลัวมากกว่า"

         รศ.ดร.บัณฑิตยอมรับว่าปัญหาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทรุดหนักแล้วลามไปสู่ธรกิจที่เกี่ยวเนื่อง จนเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาในวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายรัฐที่มุ่งเป้าเจาะตลาดนักท่องเที่ยวเพียงกลุ่มเดียว โดยไม่มีการกระจายความเสี่ยงไปยังกลุ่มอื่น ๆในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาทำให้ตั้งรับไม่ทัน

        "การมุ่งไปที่นักท่องเที่ยวกลุ่มเดียว มันเหมือนกับเราซื้อหุ้นตัวเดียวจบ ใช้พอร์ตตัวเดียว การลงทุนในหุ้นเราจะถือพอร์ตตัวไหน เท่าไหร่ ตัวนี้แอคทีพถือเยอะหน่อย ตัวนี้ไม่ค่อยแอคทีพถือน้อยหน่อย  คือตลาดใหญ่ของเราไปพึ่งจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้  เราก็ไปโทษรัฐบาลก็ไม่ได้ตอนที่นักท่องเที่ยวมาเยอะ ๆ รัฐบาลเองจะมาแบ่งพอร์ตแบ่งอะไรก็จะลำบากเหมือนกัน" 

       นอกจากรายจ่ายของนักท่องเที่ยวแล้ว ตัวสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายก็เป็นอีกปัจจัยที่สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการและชุมชน โดยนักวิชาการคนเดิมมองว่าที่ผ่านมาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้มาตรฐานและจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติในราคาที่สูงกว่าคนไทย ขณะที่ต้นทุนการผลิตเดียวกัน จึงทำให้เจ้าของสินค้ารู้สึกว่าขาดทุน(กำไร)เมื่อจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย

        "ผมมองว่าสินค้าที่ขายตามแหล่งท่องเที่ยวบ้านเรายังไม่มีมาตรฐานพอ เพราะเมื่อเวลาเราไปท่องเที่ยวที่ไหนสักแห่งก็อยากจะซื้อสินค้าเด่นของที่นั่นกลับมา แล้วอยากได้สินค้าที่เป็นมาตรฐานสากล ยกตัวอย่างสุราษฎร์ธานีมีสินค้าที่ขึ้นชื่อคือไข่เค็ม ไม่ใช่ว่าซื้อไข่เค็มกลับมาแล้ว ต้องวัดดวงนะ ซื้อมาครั้งนี้อร่อย ครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร จะเหม็นคาวอยู่ไม๊  เรื่องมาตรฐานสินค้าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว"  

         รศ.ดร.บัณฑิตยอมรับว่าช่วงหนึ่งเราพึ่งตลาดยุโรปสินค้าทุกอย่างที่ผลิตออกมาเพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวยุโรป พอมายุคที่นักท่องเที่ยวจีนเฟื่องฟู เราก็ผลิตสินค้าในแบบที่คนจีนชอบ เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ สินค้าหรือผลิตภัณฑ์เหล่านั้นก็จะเป็นปัญหา ดังนั้นจะทำอย่างไรให้สินค้าและผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานเดียวกัน สามารถรองรับได้ในทุกกลุ่ม ขณะเดียวกันเรียกร้องให้คนไทยหันมาเที่ยวไทยมากขึ้น ใช้บริการร้านอาหาร โรงแรมที่พักมากขึ้นเพื่อทดแทนกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขาดหายไป เพราะจากข้อมูลงานวิจัยพบว่าเม็ดเงินการใช้จ่ายของคนไทยก็ไม่ได้ต่างไปจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และที่สำคัญการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยวันนี้ไม่ได้มีเฉพาะในโอกาสพิเศษเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตประจำวันไปแล้ว

          "การเกิดโรคระบาดเป็นไปไม่ได้ที่เราไม่ได้รับผลกระทบ ทางรอดหนึ่งคือการพึ่งคนไทยด้วยกัน ถ้าดูเรื่องการใช้จ่ายคนไทยจริง ๆ ค่าใช้จ่ายต่อทริปก็ไม่น้อยไปกว่าชาวต่างชาติแล้วการท่องเทีี่ยวของคนไทยวันนี้ ตัวเลขยืนยันว่าการท่องเที่ยวไม่ใช่สำหรับโอกาสพิเศษ แต่ท่องเที่ยวคือหนึ่งในไอเท็มรายจ่ายในชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว สามารถเที่ยวได้ตลอดเวลา ผิดกับสมัยก่อนกว่าจะได้ไปเที่ยวต้องเป็นเทศกาลหรือเป็นโอกาสพิเศษในชีวิต"

        นักวิชาการคนเดิมย้ำว่าการเกิดวิกฤติครั้งนี้จะทำให้ผู้ประกอบการเริ่มกลับมาทบทวนตัวเองมากขึ้น โดยพยายามหาจัดแข็งที่ตัวเองมีในธุรกิจเพื่อจะก้าวไปสู่เป้าหมายที่วางไว้หากจะอยู่ในวงการท่องเที่ยวต่อไปเท่ากับเป็นการสกรีนผู้ประกอบการไปในตัวด้วยว่าใครของจริงหรือใครที่เข้ามากอบโกยในช่วงขาขึ้น ส่วนในระยะยาวจะต้องมุ่งเน้นมาที่คนในประเทศมากขึ้นและยังเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมท่องไทยจะอยู่รอดได้จะต้องเริ่มจากไทยเที่ยวไทย คนไทยจะต้องช่วยคนไทยด้วยกันเองก่อน

   

          "เท่าที่ไปเก็บข้อมูลในแหล่งท่องเที่ยวลูกค้าไทยไม่น้อยเลยนะแล้วเราไปไล่ตามเขาทำไม  มันไม่ใช่แค่ชลบุรี พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ การที่เราไปพึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งเหมือนพอร์ตเราไปตกที่กลุ่มเดียวทำให้มีความเสี่ยงสูง มันเลยทำให้เปราะบาง บางแห่งเริ่มลดลง บางแห่งถอดใจปิดกิจการ  จึงเป็นโอกาสให้เรากลับทบทวนตัวเองในตัวผู้ประกอบการมีจุดแข็งอะไรในธุรกิจหรือไม่ ถ้าเราอยากอยู่ต่อ เราจะอยู่ในจุดไหนที่เป็นท่องเที่ยว ผมว่างานบริการเราที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวติดระดับโลกนะ ถ้ามั่นใจว่าเรามีดี อยู่รอดได้ก็ต้องสู้ต่อไป วิกฤติครั้งนี้มันวัดอะไรได้หลาย ๆ อย่างในภาคการท่องเที่ยว"รศ.ดร.บัณฑิตกล่าว พร้อมย้ำว่า

          สำหรับมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลออกมาน่าจะช่วยบรรเทาได้ระดับหนึ่งและส่วนตัวคิดว่าโควิด-19 คงจะอยู่ได้ไม่นาน เมื่อถึงวันนั้นเราคงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ๆ กับวงการท่องเที่ยวไทยอีกครั้ง