
"คำรบ"ยอมรับขอตารางบิน"แม้ว"จริง
"คำรบ"ยอมรับขอตารางบิน"ทักษิณ"จาก"ศิวรักษ์"จริง เพราะเป็นเรื่องปกติ พร้อมยืนยันไม่มีคำสั่งให้จารกรรมข้อมูลการบิน"แม้ว" ด้านวิศวกรไทย บวชพรุ่งนี้ (20ธ.ค.) ที่วัดป่าศรัทธารวม จ.นครราชสีมา
(19ธ.ค.) นายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกประจำสถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา กล่าวถึงการขอตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ว่า ได้ติดต่อไปยังหน่วยงานต่างๆรวมถึงติดต่อนายศิวรักษ์ เพื่อขอความอนุเคราะห์ตรวจสอบว่าพ.ต.ท.ทักษิณมาถึงกรุงพนมเปญแล้วจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติทั่วไปของนักการทูตทุกๆประเทศ
ส่วนเหตุที่ต้องรายงานการเดินทางถึงกัมพูชาของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น เนื่องจากทางราชการติดตามความเคลื่อนไหว ไม่ใช่เฉพาะกรณีนี้เท่านั้น หากได้ทราบว่ามีบุคคลสำคัญอื่นๆ ไม่ว่า ไทยและต่างประเทศไปกัมพูชา ต้องรายงานด้วยเช่นกัน ยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศ ไม่เคยมีนโยบายหรือคำสั่งให้ล้วงความลับ หรือทำจารกรรมใดๆ และไม่เคยได้รับอีเมล์ หรือ แฟ็กซ์ใดๆ ทั้งสิ้น
นายคำรบ กล่าวว่า รับแจ้งข้อมูลทางโทรศัพท์จากนายศิวรักษ์ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้น อยากแสดงความเสียใจต่อนายศิวรักษ์ที่ต้องรับผลกระ ทบจากการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยความบริสุทธิ์ใจซึ่งขอวิงวอนคนในสังคมมอง นายศิวรักษ์เป็นผู้ได้รับผลกระทบในเชิงลบ ทั้งๆ ที่เป็นผู้บริสุทธิ์
ผูสื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่วัดป่าศรัทธารวม ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา เช้าวันนี้ (19 ธ.ค.) ญาติพี่น้องและนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดานายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ช่วยกันเตรียมสถานที่และเครื่องอัฐบริขารที่จะใช้ในพิธีอุปสมบทให้นายศิวรักษ์วันพรุ่งนี้ (20ธ.ค.) หลังจากนายศิวรักษ์ ได้รับพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์กัมพูชา โดยจะบวชเป็นเวลา 9 วัน
ด้านนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดา นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทย กล่าวว่า หากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ หรือใครก็ตาม ที่ออกมาให้สัมภาษณ์กล่าวหาว่า ตนรู้เห็นเป็นใจกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี กัมพูชา ตนจะปรึกษาทนาย เพื่อดำเนินการฟ้องร้อง เพราะบุคคลทั้ง 2 ถือว่ามีบุญคุณกับตน และครอบครัวมาก ตนอยากถามกลับสื่อมวลชนว่า หากต้องประสบกับเหตุเลวร้ายเช่นนี้ จะดำเนินการอย่างไร
สำหรับนายศิวรักษ์หลังปีใหม่ต้องมีการพูดคุยเรื่องอนาคตการทำงาน ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะกลับไปทำงานต่อที่กัมพูชาหรือไม่ แต่บุตรชายไม่ได้รู้สึกเข็ดหลาบกับกัมพูชา เพราะตนและบุตรชายไม่ได้มีปัญหากับกัมพูชา ขณะที่สมเด็จฮุน เซน ก็บอกว่ายินดีต้อนรับหากบุตรชายจะกลับไปทำงานที่เดิม



