
จังหวะยกเครื่องการบินไทยมาแล้ว
การประชุมคณะกรรมการ หรือบอร์ดการบินไทยวันนี้ หัวข้อสำคัญ คือ การตั้งกรรมการสอบสวนข้อกล่าวหาว่า ประธานกรรมการบริหาร คุณวัลลภ พุกกะณะสุต ใช้ตำแหน่งของตัวเองในการเอากระเป๋าเกินน้ำหนักมากมายก่ายกอง ขึ้นเที่ยวบินที่เป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างกว้างขวาง
คุณวัลลภมีคำอธิบาย ซึ่งคณะกรรมการก็ต้องรับฟัง
รวมไปถึงข้ออ้างที่ว่า "ใครๆ เขาก็ทำ ผู้ใหญ่ฝากมา จำเป็นต้องทำตาม เพราะนี่คือประเพณีที่ปฏิบัติกันมาช้านาน"
ขณะเดียวกัน ฝ่ายสหภาพแรงงานของการบินไทย ก็มีข้อเรียกร้องให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนจริงจัง
สำหรับประชาชนคนไทยทั่วไทย นี่คือ ข้อทดสอบของฝ่ายบริหารการบินไทยอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
รวมไปถึงข้อกล่าวหาคนอื่น ที่อยู่ในฐานะมีบารมี และ สามารถสั่งการ ได้นั้น ได้ใช้อภิสิทธิ์การบินไทยมากมาย จนกระทั่งเป็นเรื่องที่ผิดกติกา เป็นตัวอย่างที่ไม่สมควรอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหาร
ความขัดแย้งภายในระดับสูงของการบินไทยนั้น เป็นเรื่องที่ทราบกันมานานพอสมควร
แต่ว่าเรื่องนี้ ไม่ว่า ใครจะขัดแย้งกับใคร เป็นผลประโยชน์ของประชาชนผู้เสียภาษี เป็นผลประโยชน์ของบริษัทสายการบินแห่งชาติ เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี เป็นเรื่องของความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ
ฉะนั้น คณะกรรมการของการบินไทย ซึ่งไม่เพียงแต่จะต้องรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่ยังต้องรับผิดชอบต่อเจ้าของประเทศ เพราะนี่เป็นสัญลักษณ์ ศักดิ์ศรี และความเก่งกาจสามารถของประเทศไทย ในเวทีสากล
การสอบสวนเรื่องนี้ จึงต้องมีความโปร่งใส ชัดเจน และ คณะกรรมการชุดนี้ จะต้องมีความกล้าหาญในการตัดสินใจ เพื่อพิสูจน์ว่า ที่รับหน้าที่เพราะต้องการทำเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน มิใช่เป็นเพียงธุรกิจ หรือเป็นตรายางของนักการเมือง หรือข้าราชการประจำ
เรื่องนี้ เชื่อว่า คณะกรรมการทราบแล้วว่า มาถึงวันนี้ มีเสียงเรียกร้องทั้งจาก ผู้ถือหุ้นการบินไทย ทั้งจากประชาชนคนไทย ทั้งจากผู้โดยสารและลูกค้าการบินไทย ที่ต้องการเห็น การบินไทย กลับฟื้นขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่ง ของภูมิภาคนี้อีกครั้งหนึ่ง เป็นภารกิจที่ทุกคนเชียร์ให้เกิดขึ้น
และเป็นสิ่งที่ใครต่อใครต้องการให้กำลังใจกับคณะกรรมการที่มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา
ไม่มีจังหวะไหนเหมาะเท่ากับจังหวะนี้อีกแล้ว ที่จะยกเครื่องการบินไทยอย่างเป็นกิจจะลักษณะ เพราะจะได้เสียงเชียร์จากคนทั่วทั้งประเทศ แน่นอน...
สุทธิชัย หยุ่น



