
"ห้างฯ-ทัวร์"เร่งปรับตัวรับวิกฤติ"โควิด-19"
"ห้างฯ-ทัวร์"เร่งปรับตัวรับวิกฤติ"โควิด-19"
การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019หรือที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า“โควิด นายทีน(Covid-19)”วันนี้ได้กลายเป็นวิกฤตครั้งใหม่ของคนทั้งโลก กระทบในหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจโลก เช่นเดียวกับที่ส่งผลกระทบต่อประเทศ ทั้งภาคการท่องเที่ยว การผลิต ส่งออก ใช้จ่าย ไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวัน ส่งผลต่อผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อย
บรรยากาศเมืองสุขสยาม ที่ไอคอนสยาม ในวันที่ไร้นักท่องเที่ยวจีน
ห้างสรรพสินค้า เป็นอีกหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด ยักษ์ใหญ่อย่าง "ไอคอนสยาม"จำต้องรีบจัดแคมเปญใหญ่ หันมากระตุ้นไทยเที่ยวไทยด้วยกันเองเพื่อทดแทนกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป โดยได้จัดสรรงบประมาณกว่า 50 ล้านบาท นำร่องแคมเปญไทยเที่ยวไทย ไทยช้อปไทย ไทยให้ไทย และไทยชูไทย ตั้งแต่กุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม 2563 เพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
"หวังว่าแคมเปญไอคอนสยาม ไทยช่วยไทย จะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยว และการจับจ่ายใช้สอยให้กลับมาสู่สภาวะปกติในเร็ววัน เพื่อที่ผู้ประกอบการคนไทยผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้”
สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัดกล่าวยืนยัน โดยไอคอนสยามยินดีอย่างยิ่งเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองในการประสานพลังและสานประโยชน์ทุกภาคส่วนเพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ความซบเซาของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยวในเวลานี้
ไม่เพียงห้างสรรพสินค้า ที่ได้รับผลกระทบอย่างเด่นชัด บริษัทส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งและทูน่ากระป๋องรายใหญ่ อย่าง ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ก็ได้รับอานิสงค์จากมหันตภัยร้ายเช่นกัน แม้ว่าตลาดในประเทศจะมีแค่ 12 % แต่เมื่อคิดเป็นมูลค่าก็นับหลายพันล้านบาท บริษัทจึงได้มีการปรับแผนกลยุทธ์การตลาดใหม่โดยการเพิ่มช่องทางการขายให้มีความหลากหลายมากขึ้น
"เม่ื่อนักท่องเที่ยวลดลง การจับจ่ายใช้สอยก็ลดลง เมื่อโรงแรมไม่มีคนพัก คนไม่อยากออกมาเดินห้าง ตลาดในส่วนนี้ก็ลดลงไปด้วย จากนี้ไปเราก็หาทางเจาะกลุ่มผู้บริโภคโดยตรงมากขึ้น นี่เพิ่งเริ่มแค่เดือนกว่า ๆ ตัวเลขยังไม่ชัดนัก แต่ก็พอจะเห็นภาพลาง ๆ แล้ว ว่ายอดขายลดลงแน่นอน"
ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)เผยกับ“คมชัดลึก”อย่างกังวล พร้อมเดินหน้าปรับกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่จะไม่เน้นปริมาณ แต่จะใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่าสินค้าและผลิตภัณฑ์มากขึ้น และยอมรับว่าปัญหาไม่ได้มีแค่การระบาดของโรคโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัท อาทิ การแข็งค่าของเงินบาท ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยในยุโรป ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง เห็นได้จากการรายงานผลประกอบการประจำปี 2562 ที่ผ่านมาพบว่า มียอดขายโดยรวมของบริษัทลดลง 5.3% อยู่ที่ระดับ 127,270 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
“ถ้าพูดถึงสัดส่วนยอดขายตามภูมิภาค ทวีปอเมริกาเหนือมีสัดส่วน 41% ตลาดอียู 28% ตลาดในประเทศ 12% ส่วนตลาดอื่นได้แก่ เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกาและอเมริกาใต้อีก 18%”บอสใหญ่ไทยยูเนี่ยนเผย
นอกเหนือจากห้างสรรพสินค้า บริษัทส่งออกอาหารรายใหญ่ ๆ ที่ได้รับผลกระทบ ยังมีธุรกิจบริการท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน เห็นได้จากข้อมูลที่นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา"นันทิดา อติเศรษฐ์" ระบุจากการสำรวจผลกระทบจากโรคโควิด-19 ในจ.พังงาล่าสุด แม้จะยังไม่สูงนัก เนื่องจากตลาดหลักของจังหวัดพังงาคือตลาดยุโรป แต่ผู้ประกอบการบริษัทเรือนำเที่ยวก็ต้องสูญเสียรายได้จากตลาดจีนโดยตรงถึง 63% รวมถึงการยกเลิกการจองจากตลาดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ตลาดจีน หลังนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เริ่มแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ระบาดของโรคในประเทศไทย
คมสัน ประสมศรี กรรมการผู้จัดการบริษัท เฟสติวัล ฮอลิเดย์ จำกัด
ใช่ว่าจะกระทบธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศเท่านั้น ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเส้นทางยุโรป หลังอิตาลีประกาศปิด 10 เมืองท่องเที่ยว เช่นเวนิสหลังพบมีการระบาดของโควิด-19 บริษัท เฟสติวัล ฮอลิเดย์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจนำเที่ยวในเส้นทางยุโรปเป็นหลัก โดย คมสัน ประสมศรี กรรมการผู้จัดการบริษัทฯได้ออกมาเผยกับ“คมชัดลึก”ว่าขณะนี้เริ่มได้รับผลกระทบเกิดขึ้นแล้ว หลังจากกรุ๊ปทัวร์ที่ทำการจองมาล่วงหน้าได้ทำการยกเลิกการเดินทางเกือบทั้งหมด
"ตอนนี้กรุ๊ปทัวร์เส้นทางยุโรปที่จองล่วงหน้าโทรมายกเลิกเกือบทั้งหมด จากเดิมที่เดินทางเดือนละกว่า 300 คน ตอนนี้เหลือไม่ถึง 30 คน ถ้าเป็นกรุ๊ปใหญ่ ๆ เราก็พยายามปรับเส้นทางให้เขามาเที่ยวในประเทศแทน แต่ก็ไม่ทั้งหมด" บอสใหญ่เฟสติวัล ฮอลิเดย์ เผยพร้อมเรียกร้องรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจนออกมาโดยเร็ว ก่อนที่ธุรกิจท่องเที่ยวไทยจะวิกฤติไปมากกว่านี้
ในวิกฤติก็ยังมีโอกาสสำหรับบางพื้นที่ บางจังหวัดที่ไม่มุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยเฉพาะจ.กาญจนบุรีกลับไม่มีผลกระทบจากวิกฤตินี้แต่อย่างใด เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาติยุโรปและรัสเซีย สุเทพ เดชอนันตชาติ กรรมการผู้จัดการโยโกะ ริเวอร์แคว รีสอร์ท ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรีกล่าวยอมรับกับ“คมชัดลึก”ว่า ธุรกิจโรงแรมที่พักในพื้นที่จ.กาญจนบุรีในวันนี้กลับได้รับอานิสงค์จากวิกฤตการณ์ดังกล่าวด้วยซ้ำ เนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเดิมต่างแห่กันเข้ามาพักเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจหนีแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนแออัดพลุกพล่าน อย่างพัทยา มาลงที่จ.กาญจนบุรีมากขึ้น
"ปกติกาญจนบุรีไม่มีนักท่องเที่ยวจีนอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นยุโรปและรัสเซีย คนจีนไม่ชอบการผจญภัย ชอบความสะดวกสบาย ชอบทะเลมากกว่า อย่างที่รีสอร์ทเราส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติ เป็นสวีเดน รัสเซียประมาณ 70-80 % และจะมาเป็นกรุ๊ปทัวร์ เที่ยวตามโปรแกรมพักที่นี่ 1 คืนแล้วไปต่อพัทยา แต่ตอนนี้ไม่ไปแล้วพัทยาเปลี่ยนมาพักเพิ่มกับเราแทน"บอสใหญ่โยโกะ ริเวอร์แคว รีสอร์ทให้ข้อมูล
อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์วิกฤติดังกล่าว สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ได้ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2563 จะเหลือ 37 ล้านคน จากก่อนหน้าที่อยู่ราว 40.8 ล้านคน ซึ่งจะทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 2.3 แสนล้านบาท ทว่าผลกระทบดังกล่าวจะยังคงอยู่ไปถึงปลายเดือนเมษายนหรือต้นเดือนพฤษภาคม 2563 ขณะที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ก็ได้คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ไปถึงกันยายน 2563 จะหดตัวประมาณ 8-10% โดยเฉพาะกุมภาพันธ์ 2563 เดือนเดียว คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลงถึง 30%
ทั้งนี้หากจีนและประเทศต่าง ๆ ควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ได้ในวันนี้ คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยกลับมาฟื้นคืนเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง หลังไตรมาสสองของปีนี้



