ข่าว

รายการคม ชัด ลึก ตอน : “พรรคพันธมิตร ต่อสู้ในระบบ”

รายการคม ชัด ลึก ตอน : “พรรคพันธมิตร ต่อสู้ในระบบ”

07 มี.ค. 2552

หลังกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ต่อสู้ด้วยการชุมนุมประท้วงกับรัฐบาลตั้งแต่ปี 2548 จนพรรคประชาธิปัตย์สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ในที่สุดพันธมิตรมีแนวคิดจะจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา

รายการคม ชัด ลึก วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2552  เสนอตอน : “พรรคพันธมิตร ต่อสู้ในระบบ” เพื่อสะท้อนถึงแนวความคิดดังกล่าวว่าสามารถเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมสนทนา

ไทกร พลสุวรรณ
แนวร่วมกลุ่มพันธมิตร
 เห็นด้วยกับการตั้งพรรค แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการ คำว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คือ สถาบันของแนวร่วมขนาดใหญ่ที่เห็นระบบการเมืองที่จะกลืนกินประเทศ และบางคนอาจจะเป็นแฟนประชาธิปัตย์ เมื่อมารวมกันจึงเกิดการต่อสู้เป็นภารกิจ พี่น้องที่เข้ามาร่วมเชิดชูแกนนำว่าต้องเคารพศรัทธา มากกว่าที่จะลงมาสู่การเมือง เพราะเชื่อในการต่อสู้อันเด็ดเดี่ยว ขณะนี้พันธมิตรเป็นองค์กรภาคประชาชนที่ยิ่งใหญ่ หากองค์กรนี้ล้มเหลวทุกอย่างก็จบ
 "ขณะนี้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ไม่แสดงท่าทีจะมาเป็นหัวหน้าพรรค แต่หากเป็นก็จะต้องเตรียมคำตอบอธิบายมากมาย เหมือนกับกรณี พล.อ.สุจินดา คราประยูร ในอดีต ที่เสียสัตย์ เราเป็นหงส์อยู่แล้ว จะลงมาเล่นน้ำครำทำไม แล้วคนที่มีจิตใจศรัทธาจริงๆ ก็จะเริ่มถอยห่าง เพราะเห็นว่าพันธมิตรเริ่มแปรสภาพ การวางหมากครั้งนี้ไม่ถูกตา ไม่ถูกเวลา และไม่ใช่การโยนหินถามทาง เพราะไม่ได้โยนลงไปในดิน แต่เป็นการทุ่มลงไปในน้ำที่เกิดแรงกระเพื่อมมากมาย นอกจากนี้ หากพรรคพันธมิตรตั้งสำนักงานที่เอเอสทีวี ก็จะถูกกฎหมายเล่นงาน เพราะห้ามสื่อสารมวลชนยุ่งเกี่ยวกับการเมือง"
 
ผศ.ทวี สุรฤทธิกุล
คณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช

 พันธมิตรหมดอนาคตตั้งแต่คิดตั้งพรรคการเมืองแล้ว และไม่เคยคิดว่าพันธมิตรจะมีแนวคิดจัดตั้งพรรคการเมือง เพราะขณะนั้นเชื่อว่า พันธมิตรต้องการจะกำจัดอำนาจชั่วช้าออกไปจากระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าชั่วหนึ่งพันธมิตรมีแนวคิดจัดตั้งพรรคการเมืองจริงภายหลังวันที่ 7 ตุลาคม แต่แนวคิดนี้ฝ่อไป ไม่รู้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร แต่หากมีการจัดตั้งพรรคการเมืองตอนนั้นจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะทั้งแกนนำและแนวร่วมทุกคนจะสามารถลงมาจากเวทีด้วยความสง่าผ่าเผย ด้วยเหตุผลที่ว่าจะออกมาต่อสู้อยู่ในระบบการเมือง
 "ผมอยากให้พันธมิตรเป็นกลุ่มการเมืองภาคประชาชน แต่ถึงขณะนี้มีความผิดพลาดและผิดหวัง น่าจะมีอะไรที่ดีกว่านี้ แต่หากมีการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาจริง ผมเชื่อว่าพันธมิตรเห็นว่าตนเองมีฐานเสียงของผู้ชมเอเอสทีวีมีเครือข่ายที่ประมาณ 4-5 ล้านคน เขาก็มั่นใจในเสียงที่มี และที่มีมากคือชนชั้นกลาง ส่วนรากหญ้านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นของเพื่อไทยและภูมิใจไทย ส่วนกลางๆ จะยังไม่ตัดสินใจ ซึ่งยังพลิกและเปลี่ยนแปลงได้ และเชื่อว่าพันธมิตรจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะหลังจากเสร็จสิ้นการชุมนุมแล้วก็ไม่มีกิจกรรมอะไร จะมารวมกันก็ต่อเมื่อมีคอนเสิร์ตของ 5 แกนนำ และไม่มั่นใจว่าเงินทุนที่จะนำมาใช้เพื่อเคลื่อนไหวพรรคใหม่จะมีหรือไม่ คิดว่าพรรคพันธมิตรจะหมดอนาคตตั้งแต่วันที่ตั้งขึ้น และหากพันธมิตรตั้งพรรคขึ้นได้ ก็จะได้คะแนนจากแม่ยก กลุ่มที่เบื่อการเมืองแบบเก่า และกลุ่มฉาบฉวยอีกไม่เกิน 50% คิดว่าอย่ามองว่าจะแข่งกับประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ แม้แต่พรรคประชาราชซึ่งเป็นพรรคเล็กยังยาก แม้พันธมิตรจะคิดว่ามีอมาตยาธิปไตยช่วย แต่แท้จริงแล้วเป็นมายาหลอกหลอน จะกลายเป็นการต่อสู้แบบโดดเดี่ยว มืดมน ควรจะเป็นการต่อสู้ภาคประชาชนดีกว่า"

เก่งกิจ กิติเรียงลาภ
โครงการปริญญาเอกคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
 ไม่เป็นเรื่องที่เกินคาด ที่พันธมิตรจะจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา แต่มั่นใจมากขึ้นเมื่อมีกระแสข่าวออกมา แต่สำหรับความคิดเห็นส่วนตัวนั้นมองว่า พันธมิตรคงจะไม่จัดตั้งพรรคการเมืองที่อยู่ในระบบแบบยั่งยืน แต่จะตั้งพรรคการเมืองแบบเฉพาะกิจ เพื่อจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่ง อาจจะเป็นภารกิจเพื่อการเมืองแบบอมาตยาธิปไตย เนื่องจากการที่กลุ่มการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะขึ้นมาบริหารบ้านเมืองจะต้องมีส่วนอื่นๆ พลังอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มาเป็นตัวแปร และเชื่อว่า พันธมิตรจะไม่สามารถตั้งพรรคการเมืองได้ แต่ถึงจะตั้งได้ก็จะไม่ได้รับแรงสนับสนุน
 พรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยมี 2 แบบ มีการจัดตั้งแบบบนลงล่าง จากกลุ่มคน 1-2 คน ที่มีเงินจัดตั้งรัฐพรรคการเมืองขึ้นมา ส่วนอีกแบบหนึ่งจากล่างขึ้นบน จากกลุ่มคนที่ไม่มีเงินรวมตัวกัน แต่สำหรับการเมืองของพันธมิตรบอกว่าตนเองเป็นการเมืองภาคประชาชน แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นการเมืองแบบถอยหลัง เป็นแบบเผด็จการทหาร ทำเผื่อกลุ่มอำนาจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง