ข่าว

เพื่อไทยวอนหยุดซ้ำเติมทายาทสิงห์

เพื่อไทยวอนหยุดซ้ำเติมทายาทสิงห์

18 ธ.ค. 2552

เพื่อไทยวอนหยุดซ้ำเติม“ทายาทเบียร์สิงห์”ชี้ไทยยังไม่เปิดกว้างเรื่องโป๊เปลือย ระบุเป็นบทเรียนให้ผู้จัดทำระมัดระวัง “เทพไท”ป้อง“ จิตภัสร์”ยันเป็นสปิริตทางการมือง

(18 ธ.ค.)นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี แสดงความรับผิดชอบ ด้วยการลาออกจากตำแหน่งข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หลังจากนำปฏิทินลีโอเกิลร์ที่เป็นข่าวครึกโครมไปแจกที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า เชื่อว่าน.ส.จิตภัสร์ไม่มีเจตนาไม่ดี เป็นเพียงการนำปฏิทินไปแจกตามที่ได้รับการร้องขอ เมื่อได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกแล้วก็ถือว่าพอสมควรแก่เหตุ ไม่ควรไปขยายผลซ้ำเติมอีก น่าจะยุติเรื่องนี้ได้แล้ว

 "ขอแสดงความเห็นใจและให้กำลังใจ ถือเป็นบทเรียนครั้งแรกทางการเมือง ที่บางครั้งจะต้องใช้ความละเอียดอ่อน ส่วนเรื่องของความถูกต้องเหมาะสม ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ต้องว่าไปตามตัวบทกฎหมายที่มีอยู่แล้ว"

 นายคณวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีมุมมองที่หลากหลายในสังคม ประเทศไทยค่อนข้างเข้มงวดกับเรื่องนี้ แต่ในทางกลับกันสังคมโลกเปิดกว้างในเรื่องดังกล่าว ถ้าเกิดความเข้าใจกัน ก็ไม่น่าจะเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขนาดนี้ สำหรับปฏิทินประเภทนี้มีออกมาทุกปี เรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นบทเรียนให้คณะผู้จัดทำระมัดระวัง ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย และกรอบประเพณีของไทย ส่วนตัวก็ไม่ค่อยสนับสนุนสื่อลักษณะดังกล่าวเท่าไร เนื่องจากสังคมไทยยังไม่เปิดกว้าง และต้องรักษากรอบประเพณีที่ดีงามเอาไว้ ดังนั้นในส่วนของกฎหมายก็ต้องดำเนินการไป เพื่อไม่ให้เป็นบรรทัดฐานของการส่งเสริมการขายในปีต่อๆไป ที่พอโดนวิจารณ์แล้วก็เงียบไปไม่ทำอะไรให้ชัดเจน แล้วก็มีมาอีกเหมือนเดิม

“เทพไท”ป้อง“จิตภัสร์”ยันเป็นสปิริตทางการมือง

 นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุถึง น.ส.จิตภัสร์ ที่ลาออกจากตำแหน่งข้าราชการการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรณีเอาปฏิทินแจกในทำเนียบฯ โดยพยายามซ้ำเติม ทั้งๆที่ได้แสดงสปิริตไปแล้ว และคิดว่าสังคมควรชื่นชมนักการเมืองรุ่นใหม่เพื่อเป็นแบบอย่าง และนี่คือตัวอย่างหนึ่งของคนพรรคประชาธิปัตย์ ที่แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ซึ่งแตกต่างกับคนพรรคเพื่อไทย ที่ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองให้สังคมเห็น และที่นายพร้อมพงศ์ บอกว่าการแจกปฏิทินชุดดังกล่าวในทำเนียบฯ หากปล่อยไปอีกหน่อยก็คงจะมีการขายหนังเอ็กซ์หนังโป๊ ขอเรียนว่าคงไม่มีใครคิดเช่นนั้น แต่การขายหนังเอ็กซ์หนังโป๊ดีกว่าคนบางคน ที่ไปเป็นพระเอกแสดงหนังเอกซ์หนังโป๊เสียเอง แล้วกลับมาลอยหน้าลอยตาในแวดวงการเมือง

 ส่วนที่กดดันให้ นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องรับผิดชอบ และหากนายกฯยังเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ จะดำเนินการฟ้องร้องตามมาตรา 157 นั้น โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากถามนายพร้อมพงศ์ว่า เรียนจบกฎหมายมาหรือเปล่า รู้องค์ประกอบความผิดตามมาตรา 157 มากน้อยเพียงใด เกิดอะไรขึ้นมาก็จะพูดถึงมาตรา 157 ตนคิดว่าไม่ใช่พูดส่งเดช เพื่อเป็นข่าวเท่านั้น ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเรื่องดังกล่าวนายกฯ มีความผิดตามมาตรา 157 หรือไม่ เรื่องดังกล่าวก็เป็นเรื่องความผิดเฉพาะตัว และเรื่องที่เกิดขึ้นในทำเนียบฯ นายกฯก็ไม่มีหน้าที่ไปตรวจสอบว่าใครทำผิดในบริเวณทำเนียบบ้าง เพราะนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ ไม่ใช่ยาม หรือ รปภ. ที่มาเฝ้าทำเนียบฯ

 ปชป.ชี้ “ลูกสาวเบียร์สิงห์”ลาออกควรยุติวิจารณ์

 นพ.บุรณัชย์   สมุทรักษ์   โฆษกพรรคประชาธิปัตย์   กล่าวว่า   เป็นเรื่องที่ได้ข้อยุติแล้ว เพราะน.ส.จิตภัสร์ ได้แสดงออกทางวุฒิภาวะของข้าราชการเมือง ซึ่งเห็นว่าการที่ ส . ส . พรรคขอให้ผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ไปพิจารณาการดำเนินการของพรรค ในการลดการบริโภค พรรคมีจุดยืนชัดเจน และไม่มีแนวทางให้นำประโยชน์ส่วนตัวไปเกี่ยวข้อง    

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะเป็นผู้บริจาคเงินสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์   ทายาทในตระกูลดังกล่าวจึงเข้ามาเป็นทีมงาน   โฆษกพรรคประชาธิปัตย์   กล่าวว่า การคัดเลือกบุคคลมาทำงานให้พรรคไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นผู้บริจาคหรือสนับสนุนพรรค   แต่มีหลักเกณฑ์การคัดเลือกที่ความสามารถ ความสนใจในงานการเมืองและมีประวัติการเรียน การทำงานต่างประกอบด้วยจึงไม่เกี่ยวกัน ส่วนผู้ที่ชักนำน.ส.จิตภัสร์เข้ามาในพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตนเองไม่ทราบจริงๆว่าเป็นใคร

สธ.นัดถก21ธ.คเอาผิดทายาทเบียร์สิงห์แจกปฏิทิน

 นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า แม้ น.ส.จิตภัสร์ จะลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว แต่ก็ต้องพิจารณาว่า การกระทำดังกล่าวมีความผิดหรือไม่   เป็นการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือ กระทำโดยเจตนา   ซึ่งคงต้องรอผลการประชุม คณะอนุกรรมการพัฒนาและบังคับใช้กฎหมาย ที่จะประชุมในวันจันทร์ที่ 21   ธ.ค. นี้ ว่าจะดำเนินการอย่างไร หากเห็นว่า เป็นความผิดก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันทีในวันประชุมเพราะได้มีการเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจมาร่วมประชุมด้วย  

   “ กรณีนี้ไม่อยากให้มองว่า คนที่ไปแจกเป็นใคร เป็นคนมีชื่อเสียงหรือไม่ แต่อยากให้มองว่า การแจกนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ กรณีของนางแบบที่ถ่ายปฎิทินก็เช่นกัน   การถ่ายแบบ   ผมคิดว่าไม่น่าจะมีความผิดอะไร แต่การไปแจกจ่าย หากฝ่ายกฎหมายบอกว่าผิดกฎหมายใครนำปฏิทินไปแจกก็ผิดทั้งนั้น ” นายมานิต กล่าวและว่า กรณีที่เกิดขึ้นส่วนตัวมองว่า   สิ่งที่บริษัทเบียร์ได้คือ การโฆษณาที่คิดว่าคุ้มมากกว่าค่าปรับ 5 แสนบาท.

 ด้าน นพ.สมาน ฟูตระกูล ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)   กล่าวว่า กรณีของ น.ส.จิตภัสร์ ต้องแยกเป็น 2 ประเด็น คือ 1.ในกรณีที่ น.ส.จิตภัสร์ แสดงสปิริตต้องชอชื่นชม และให้กำลังใจในการทำความดีต่อไป แต่ควรระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น 2.ในข้อกฎหมาย ก็คงต้องรอผลการประชุมในวันที่ 21 ธ.ค. ว่า คณะอนุกรรมการ พัฒนาและบังคับใช้กฎหมาย   จะมีมติอย่างไร หากมีมติว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย ไม่ว่าใครนำปฏิทินไปแจก หรือ ขาย ก็ผิดกฎหมายการโฆษณาทั้งนั้น

 นพ.สมาน กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาศูนย์รับเรื่องร้องเรียนบุหรี่และสุรา ได้รับการร้องเรียนการกระทำความผิดเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 500 กรณี ในจำนวนนี้เป็นเบียร์ประมาณ 300 กรณี ซึ่งใน 300 กรณี เกินกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเบียร์ยี่ห้อดัง   ทั้งนี้ในเวลา 13.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. จะมีการประชุม คณะอนุกรรมการพัฒนาและบังคับใช้กฎหมาย ที่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งหากจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษก็สามารถดำเนินการได้ทันที