
'สดศรี'ชี้ถ้ายกคำร้องยุบปชป.ต้องขอความเห็นอีก
สดศรี มองต่าง ปธ. กกต. ระบุ หากยกคำร้องยุบพรรค ปชป. ต้องขอความเห็นอีกครั้ง ชี้อาจต้องประชุมปรับความเข้าใจอีกครั้ง ย้ำ ไม่มีใครยกคำร้องเหมือน อภิชาต โอ่ กฎหมายให้ กกต. ต้องคุมนายทะเบียนพรรคการเมือง
(18ธ.ค.) นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงมติกกต.ให้นายอภิชาต สุขัคคานนท์ นายทะเบียนพรรคการเมือง ดำเนินการทำความเห็นกรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า พ.ร.บ.พรรคการเมือง ได้ให้อำนาจนายทะเบียนพรรคการเมืองไว้มาก ที่มีสิทธิที่จะยุบเลิกพรรคการเมืองเองก็ได้ เรื่องนี้กฎหมายมาตรา 95 ระบุไว้ชัดเจนว่า ให้นายทะเบียน ซึ่งที่ประชุมได้พูดชัดเจนแล้วว่าจะให้อำนาจนายทะเบียนทำความเห็นมาให้ที่ประชุมทราบก่อน ถ้านายทะเบียนมีความเห็นให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ก็ไม่จำเป็นต้องลงมติใดๆ แต่ถ้านายทะเบียนเห็นว่าควรยุติเรื่องก็ต้องนำเข้าที่ประชุม กกต.อีกครั้งหนึ่งที่ กกต.ทั้ง 4 คนจะต้องนำมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะเห็นตามนายทะเบียนหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดจึงตีความกฎหมายต่างจากประธาน กกต. ที่ระบุว่า หากยุติเรื่องไม่ต้องนำเข้าที่ประชุม นางสดศรี กล่าวว่า มาตรา 95 พ.ร.บ.พรรคการเมืองชัดเจนแล้วว่าให้นายทะเบียนส่งความเห็นส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ก็ไม่ต้องลงมติ ใดๆอีก ถ้านายทะเบียนเห็นควรไม่ฟ้อง กกต.ก็ต้องเห็นควรอีกครั้ง ซึ่งทาง นาย วิสุทธิ์ โพธิแท่น ก็เห็นควรให้ฟ้อง แต่ข้ามขั้นตอนที่นายทะเบียนต้องให้ความเห็นในที่ประชุมก่อน ซึ่งเป็นการข้ามขั้นตอนไป แล้วก็ได้มีการคุยกันในที่ประชุม กกต.แล้ว ถ้าประธาน กกต.ยังเข้าใจอีกอย่างหนึ่งก็ต้องเรียกประชุม กกต.ครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ความจริงการยุบพรรคกกต.เพียงทำหน้าที่คล้ายกับอัยการเท่านั้น ส่วนผู้ที่จะพิจารณาให้ยุบพรรคหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่ทีการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามย้ำว่า ประธาน กกต. ระบุว่าถ้ายกคำร้องก็ไม่จำเป็นต้องเข้าที่ประชุมกกต.อีก นางสดศรี กล่าวว่า “ ท่านยกคนเดียวนี่ คนอื่นไม่ได้ยกกับท่านด้วย และไม่มีใครยกกับท่าน ถ้าท่านทำอย่างนั้นก็ไม่มีใครว่าอะไร ถ้าคิดว่าเป็นอำนาจท่านคนเดียวก็ไม่ว่าอะไร แต่คนอื่นยังไม่ลงความเห็นอย่างท่าน ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้เป็นการโยนเผือกร้อนให้กับนายทะเบียนหรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า ไม่ใช่ต้องไปว่าที่กฎหมาย เพราะกฎหมายอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนมีมากตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง อย่าไปเทียบกับ พ.ร.บ.พรรคการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.เพราะเป็นคนละเรื่องกันเ เราจึงมองกันแล้วว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนที่จะต้องแทงความเห็นมาก่อน การสอบสวนของคณะอนุกรรมไต่สวนไม่จำเป็นต้องสอบอะไรเพิ่มเติมแล้ว ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้เพราะหลักฐานก็เพียงพอแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประธาน กกต.อาจจะยืนตามความเห็นเดิมคือให้ยกคำร้อง นางสดศรี กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไรประธานก็ทำบันทึกส่งความเห็นให้ กกต.เพื่อที่จะลงมติ ถ้ายืนตามเดิมก็ลงมติแต่ท่านวิสุทธิ์ข้ามขั้นตอนไปแล้ว ถ้าท่านจะทำความเห็นเข้ามาก็น่าจะเข้าที่ประชุมได้ภายในสัปดาห์หน้า
“ เรื่องนี้กฎหมายมันต่างกันกับปี 41 กกต.ไม่มีสิทธิไปควบคุมนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ แต่ตามรัฐธรรมนูญปี 50 ได้ให้อำนาจกับ กกต. สามารถควบคุมนายทะเบียนได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่นายทะเบียนต้องทำความเห็นมาก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องของท่านอภิชาต ซึ่งท่านก็รู้กฎหมายเอง ถ้าไม่ทำผู้ที่ร้องเรียนมาก็จำดำเนินการฟ้องร้องท่านได้ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ความจริงประน่าจะต้องทำความเห็นมาในสัปดาห์หน้า หรือจะทำความเห็นมาให้ในวันนี้ก็ได้ตนพร้อม แต่ขอให้ทำความเห็นมาก่อนว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งกกต.ทั้ง 4 คนจะต้องมาลงความเห็นอีกครั้งหนึ่ง ” นางสดศรี กล่าว



