ข่าว

อดีตทูตชี้เขมรดักฟังส่อขัดอนุสัญญาเวียนนา

อดีตทูตชี้เขมรดักฟังส่อขัดอนุสัญญาเวียนนา

18 ธ.ค. 2552

อดีตทูต”ชี้“กัมพูชา” ดักฟังทูต ส่อขัด “อนุสัญญาเวียนนาฯ” โลกจะประนาม “ไร้อารยะ” แนะ“นายกฯ”ต้องหนักแน่น อย่าหลงกลเกม“ฮุนเซน” ยั่วดึงลงโคลน ยืนหยัด 3 เงื่อนไขอย่าอ่อนข้อ

(18ธ.ค.) นายสุรพงษ์ ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูตไทย กล่าวถึงข้อกล่าวหาว่ากัมพูชาดักฟังโทรศัพท์นักการทูตไทย ว่า แม้อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต จะไม่กำหนดชัดเจนว่าห้ามมิให้ประเทศผู้รับทูตดักฟังโทรศัพท์ แต่อนุสัญญาฯดังกล่าว ก็วางหลักเอาไว้ว่าประเทศผู้รับทูตต้องส่งเสริม อำนวยความสะดวกให้ทูตทำหน้าที่โดยปราศจากอุปสรรค ไม่ทำในสิ่งที่ก่อให้เกิดความบาดหมาง หรือหวาดระหว่างซึ่งกันและกัน ซึ่งการที่กัมพูชาอ้างว่ารู้ข้อมูลการสนทนาของนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกสถานเอกอัครราชทูตไทยกรุงพนมเปญ กับนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ซึ่งอาจจะมาจากการดักฟังทางโทรศัพท์ก็เป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติกัน ไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของนักการทูต แม้จะไม่ใช่นักการทูตก็ไม่ควรทำ เป็นสิ่งที่กัมพูชาไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง

 “ ถ้ามีหลักฐานว่ามีการดักฟังโทรศัพท์ของนักการทูตจริง ก็แสดงเจตนาให้เห็นว่ากัมพูชาไม่เคารพ และไม่ให้เกียรติในอธิปไตยของไทย เพราะไม่รู้ว่าที่ผ่านมาดักฟังกันตลอดหรือไม่ ซึ่งถือว่าฝ่าฝืนหลักความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างร้ายแรง ไม่เป็นไปตามธรรมเนียมที่ประเทศที่มีอารยะพึงปฎิบัติ แสดงให้เห็นว่ากัมพูชายังเป็นประเทศอนารยะคือไม่มีความเป็นอารยะ”อดีตทูต ผู้นี้ กล่าว

 ส่วนที่ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศไม่ยอมรับรัฐบาลชุดปัจจุบันนั้น นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เป็นการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้นักโทษหนีคดีเคลื่อนไหวปลุกระดมโค่นล้มรัฐบาลไทยถือว่าทำผิดกฎบัตรสหประชาชนอย่างร้ายแรง แต่ฮุนเซนไม่แคร์เพราะฮุนเซนคือทุกสิ่งทุกอย่างของกัมพูชา ไม่มีระบบถ่วงดุลใดๆทั้งสิ้น เขาจึงเล่นการเมืองโดยไม่สนใจมารยาททางการทูต การที่เขาออกมาแสดงท่าทีแทรกแซง ข่มขู่ เหยียดหยามประเทศไทย ก็เพราะต้องการให้นายอภิสิทธิ์ ตบะแตก หมดความอดทนแล้วลงไปคลุกโคลนกับเขาด้วย ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ต้องแสดงให้โลกเห็นถึงความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุดไม่กลายเป็นอันธพาลทางการเมืองเหมือนฮุนเซน แต่ก็ต้องใช้วิธีการทางทูตในทางลับตอบโต้กลับไปซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลได้เตรียมแผนไว้แล้ว

 “ รัฐบาลต้องยืนยันเงื่อนไข 3 ข้อที่เป็นสาเหตุของปัญหาทั้งหมด คือ การที่กัมพูชาแทรกแซงกิจการภายในของไทย ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม และแต่งตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษา เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนายศิวรักษ์ ถึงแม้กัมพูชาจะปล่อยตัวมาแต่ถ้าเงื่อนไข 3 ข้อยังอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องปรับระดับความสัมพันธ์ ” นายสุรพงษ์ กล่าว