
กรรมาธิการรับรอง"เบอร์นันเก้"อีกสมัย
คณะกรรมาธิการธนาคารรับรอง เบน เบอร์นันเก้เป็นประธาน FED อีกสมัย แต่วุฒิสภาอาจต้องรอโหวตครบคณะหลังเดือนมกราคม
(18ธ.ค.) คณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯลงมติด้วยคะแนน 16 ต่อ 7 เมื่อวันพฤหัสบดีรับรองการเสนอชื่อนายเบน เบอนันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED วัย 56 ปีให้ดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 2 นาน 4 ปี และจะได้ส่งต่อไปให้ที่ประชุมวุฒิสภาเต็มคณะรับรองต่อไปหลังจากคณะกรรมาธิการใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการอภิปรายถกเถียง ซึ่งมีทั้งที่ชื่นชมและโจมตีเขา
วุฒิสมาชิกคริสโตเฟอร์ ดอดด์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งเป็นเดโมแครตจากรัฐคอนเนคติกัตลงคะแนนสนับสนุนนายเบอร์นันเก้ โดยกล่าวว่า ภายใต้การนำอันชาญฉลาดของเขา หมายความว่ามีวันที่ดีกว่าเดิมรออยู่ ขณะที่วุฒิสมาชิก 7 คนที่ลงมติคัดค้านเขา ประกอบด้วยรีพับลิกัน 6 คนและเดโมแครต 1 คน ไม่พอใจที่เขาจะดำรงตำแหน่งต่ออีกสมัยหนึ่ง โดยตำหนิว่าเป็นความผิดของเขาที่ไม่สังเกตเห็นปัญหาต่างๆก่อนที่จะนำไปสู่การเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ และว่าเขาล้มเหลวในอันที่จะปกป้องผู้บริโภค แต่กลับช่วยคนร่ำรวยด้วยการให้เงินสนับสนุนไม่ให้วอลสตรีทล้มละลาย
.
วุฒิสมาชิกเบอร์นี่ แซนเดอร์ส ซึ่งเป็นวุฒิสมาชิกอิสระ ไม่ได้สังกัดพรรคใด แต่ตามปกติมักเทคะแนนให้เดโมแครต ประกาศว่าจะขัดขวางไม่ให้นายเบอร์นันเก้ได้ดำรงตำแหน่งอีกสมัย และขอให้ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่าเสนอชื่อคนอื่นแทน แซนเดอร์ส ได้ยื่นขอให้"ชลอ" การลงมติรับรองเขา ( He has placed a ``hold'' on the nomination) ออกไปทำให้วุฒิสภาจะต้องใช้เสียงข้างมากแบบ" ซุเปอร์ มาจอริตี้"( super-majority) คือ 60 เสียงเพื่อยืนยันการแต่งตั้งเขา แทนที่จะเป็น 51 เสียงตามปกติ และจะทำให้วุฒิสภาต้องเลื่อนการลงมติเต็มคณะออกไปจนหลังวันที่ 31 มกราคม 2553 ซึ่งเป็นวันหมดวาระการทำงานของนายเบอร์นันเก้ และอาจทำให้เขาต้องรักษาการในตำแหน่ง จนกว่าวุฒิสภาจะลงมติรับรองเขา
นักวิเคราะห์เชื่อว่า เขาจะผ่านการรับรองในที่สุด แม้จะถูกเดโมแครตวิจารณ์ว่าเขาห่วงคนที่วอลสตรีท มากกว่าคนตาม"เมน สตรีท" หรือถนนหลวง และรีพับลิกันโจมตีเขาว่า สนับสนุนให้รัฐบาลเข้าแทรกแซงระบบเศรษฐกิจแบบไม่เหมาะสม



