ข่าว

ฆ่าพ่อแล้ววางแผนจะฆ่า 'ผัว' ด้วย

ฆ่าพ่อแล้ววางแผนจะฆ่า 'ผัว' ด้วย

17 ธ.ค. 2552

ข้อเท็จจริงคดีฆ่านักอนุรักษ์นกเงือกเขาใหญ่ ที่ถูกเปิดเผยออกมาชวนสังเวชใจไม่น้อย เมื่อหนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิดเป็น "ลูกสาวแท้ๆ" ของผู้ตายเอง ?!!

 "สำลี เหล็กศักดิ์" วัย 65 ปี เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยนกเงือกอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทำงานอนุรักษ์มานานกว่า 30 ปี ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตบนถนนชนบทกุดคล้า-เหวปลากั้ง ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ห่างจากบ้านตัวเองไปไม่ไกลนัก เมื่อกลางดึกวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีพยานอยู่ในเหตุการณ์สังหารเป็นลูกสาวแท้ๆ วัย 19 ปี "พิรัญญา เหล็กศักดิ์"

 พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.อำนาจ อันอาตม์งาม รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา มอบหมายให้ พ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และ พ.ต.ท.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.นครราชสีมา พร้อมชุดสืบสวนออกสืบหาเบาะแสคนร้ายและประเด็นฆาตกรรม

 เบาะแสเดียวที่ตำรวจมีอยู่คือ พิรัญญา ลูกสาวผู้ตายที่เห็นเหตุการณ์ ให้การทำนองน่าเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากความขัดแย้งเกี่ยวกับงานอนุรักษ์ที่พ่อทำอยู่ ชุดสืบสวนจึงมุ่งเน้นไปที่ประเด็นข้างต้น ทว่าจากการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วก็ไม่พบว่าจะมีความขัดแย้งใดที่นำไปสู่การสังหารโหดครั้งนี้ เพราะถึงแม้ว่าสำลีจะอยู่ในศูนย์วิจัยนกเงือกก็จริง แต่ก็ไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง และหากตัวเขาเสียชีวิตก็ไม่มีผลได้ผลเสียอะไร ที่สำคัญชุดสืบสวนค้นไม่พบมูลเหตุจูงใจใดๆ

 ประกอบกับในที่เกิดเหตุมีหลักฐานอยู่น้อยมาก นอกจากปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.แล้วก็ไม่มีสิ่งใดอีก เช่นเดียวกับพยานนอกจากลูกสาวเหยื่อแล้วก็ไม่มีผู้ใดอีก ชุดสืบสวนจึงต้องย้อนกลับไปตรวจสอบเกี่ยวกับประวัติคนในครอบครัวแทนแล้วก็พบว่า ก่อนหน้านี้บุตรสาวของสำลีเคยแจ้งความกล่าวหาผู้ชายคนหนึ่งกระทำการล่วงละเมิดทางเพศ

 ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบลึกลงไปในรายละเอียด ก็พบว่าผู้ต้องหาในคดีนี้ปัจจุบันยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำได้ปีกว่าแล้ว และไม่มีศักยภาพพอที่จะดำเนินการสังหารได้ ที่สำคัญคือถ้าสำลีเสียชีวิตแล้วตัวเขาเองก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไร ชุดสืบสวนจึงตัดประเด็นนี้ทิ้งไป

 ท่ามกลางความงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก พระพุทธเจ้าเคยว่าไว้ถ้าหาทางไปไม่ได้ให้ไปยังจุดเริ่มต้นใหม่ ชุดสืบสวนโคราชและปากช่องย้อนกลับไปตรวจสอบประวัติครอบครัวเหยื่ออีกครั้ง จนได้ข้อมูลใหม่เข้ามาว่าครอบครัวนี้มักมีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกันทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวลูกสาวมักรู้สึกเก็บกดเกี่ยวกับความเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองเป็นลูกเมียน้อยบ้าง เป็นลูกเก็บมาเลี้ยงบ้าง จึงเก็บเอาความกดดันนี้ไว้ข้างใน และแสดงออกมาในทางเที่ยวเตร่ ดื่มกิน ไม่ค่อยสนใจว่าใครจะห่วงใยอย่างไร

 ต่อมาเดือนเมษายน 2552 จู่ๆ พิรัญญาก็แต่งงานกับผู้ชายมีฐานะคนหนึ่งวัยคราวพ่อ อายุอานามห่างกันถึง 27 ปี ชุดสืบสวนจึงเริ่มต้นแกะรอยใหม่ โดยพุ่งเป้าไปที่ความขัดแย้งระหว่างคนในครอบครัว ไม่นานก็พบว่าการแต่งงานครั้งนั้นเป็นเพราะพิรัญญาถูกบังคับ ไม่ได้เกิดจากความเต็มใจ เนื่องจากเด็กสาวคบหากับชายหนุ่มคนหนึ่ง เป็นช่างเทคนิคติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์อยู่ในตลาดเทศบาลเมืองปากช่อง จึงเชิญตัวพิรัญญาและแม่กลับมาสอบปากคำอีกครั้ง โดยแยกกันสอบสวนเกี่ยวกับประเด็นความสัมพันธ์ในครอบครัว

 ไม่นานความจริงก็ปรากฏออกมาว่า คดีนี้ "พิรัญญา" สมรู้ร่วมคิดวางแผนฆาตกรรมพ่อบังเกิดเกล้าด้วย !?!

 "ฉันถูกกดดันมานานแล้ว ฉันมีแฟนอยู่คนหนึ่งแอบคบหากันมาได้กว่าปีแล้ว แต่พ่อกลับบังคับคลุมถุงชนให้แต่งงานกับผู้ชายอายุมากกว่าและฐานะดีกว่า เลยวางแผนกับแฟนกำจัดพ่อ" พิรัญญา กล่าว

 "สมศักดิ์ ถึงทรัพย์" วัย 23 ปี คือแฟนหนุ่มของพิรัญญา โดยแผนการของทั้งสองมีอยู่ว่าจะให้พิรัญญานั่งรถไปหาพี่สาวกับพ่อที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ระหว่างทางสมศักดิ์จะดักรออยู่ ณ จุดเกิดเหตุ เมื่อสบโอกาสก็จะใช้ปืน 11 มม.ยิงแล้วหลบหนีไป ปล่อยให้พิรัญญาให้การต่อตำรวจ เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นสังหาร

 30 พฤศจิกายน พิรัญญาตรงไปหาพ่อที่วัดแถวบ้าน ก่อนจะบอกว่า "ถ้าเสร็จธุระเมื่อไรให้โทรหาด้วยนะ" จากนั้นเมื่อสำลีจัดการกับธุระปะปังเรียบร้อยแล้วเขาก็โทรไปหา ลูกสาวนัดให้ไปรออยู่ริมถนนชนบทกุดคล้า-เหวปลากั้ง ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นจุดที่สมศักดิ์ดักซุ่มอยู่ กว่าสองคนพ่อลูกจะได้พบหน้ากันก็เป็นเวลาที่ฝ่ายหนึ่งถูกแฟนของลูกสาวยิงเสียชีวิต ส่วนตัวพิรัญญาเองก็ทันได้เห็นแฟนหนุ่มตัวเองยิงพ่อบังเกิดเกล้าตายต่อหน้าต่อตา

 เมื่อความจริงปรากฏออกมา ตำรวจจึงแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าบุพการีโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง มีอาวุธปืนไว้ความครอบครอง ควบคุมตัวดำเนินคดีทั้งสองคน  

 ทว่าความจริงที่ซ่อนอยู่อีกเรื่องกลับทำให้ "สองคู่ชู้" ดูเลวร้ายลงไปอีกก็คือ หลังเสร็จงานศพ "พ่อ" พิรัญญาวางแผนจะฆ่า "ผัว" เพื่อฮุบมรดกทั้งหมดด้วย !?!