ข่าว

เอกชน"มาบตาพุด"หวั่นถูกฟ้องหยุดก่อสร้างผิดสัญญา

เอกชน"มาบตาพุด"หวั่นถูกฟ้องหยุดก่อสร้างผิดสัญญา

18 ธ.ค. 2552

ปตท.แจงหยุดก่อสร้างในมาบตาพุดแล้ว หวั่นผู้รับเหมา-แบงก์ฟ้องผิดสัญญา แนะหาช่องพิเศษให้ 76 โครงการเดินหน้าได้ รอกฎหมายลูกไม่ได้ หอการค้ามองต้องเร่งให้เสร็จภายใน 5 เดือน ห่วงยืดเยื้อกระทบลงทุนระยะยาว

นายชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กลุ่ม ปตท.ได้หยุดก่อสร้างโครงการในมาบตาพุดแล้ว ซึ่งสิ่งที่ตามมา คือ ผู้รับเหมาก่อสร้างอาจฟ้องบริษัท เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการตามสัญญาได้ แต่หากภาครัฐมีนโยบายออกมาชัดเจน โครงการดำเนินการต่อได้ภายใน 4-5 เดือนข้างหน้า เชื่อว่าสามารถเจรจากับผู้รับเหมา และสถาบันการเงินได้  โดยภาคเอกชนพร้อมลงทุนเพิ่มและทำตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว

 "การหยุดก่อสร้างโครงการที่ถูกระงับ 65 โครงการ ไม่ได้ช่วยลดระดับมลพิษลงได้ แต่สิ่งที่ต้องการขอร้องรัฐบาลควรออกกฎเกณฑ์และมาตรการ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรคสองโดยเร็ว ได้เตรียมที่จะหาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาดูแลสิ่งแวดล้อม" นายชายน้อยกล่าวและว่า ภาคเอกชนมีความเป็นห่วง เรื่องการออกร่างกฎหมายลูก ที่จะใช้เวลา 6-12 เดือน หรือคาดว่าจะใช้เวลานานกว่านั้น ดังนั้น จะขอคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ให้มีวิธีปฏิบัติพิเศษ เพื่อให้ 76 โครงการ สามารถเดินหน้าปฏิบัติได้ก่อน

 นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ คณะกรรมการ 4 ฝ่าย จะประชุมเพื่อเร่งสรุปการจัดทำหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 67 วรรคสอง ที่มีความคืบหน้าไปมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นประชาชนและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

  ส่วนการจัดตั้งองค์กรอิสระ ภาคอุตสาหกรรมกลับมองว่า ควรจัดตั้งองค์กรอิสระได้มากกว่า 1 องค์กร  ขณะที่ภาคประชาชนควรมีเพียงองค์กรเดียว ที่สามารถคัดกรองทุกโครงการลงทุนได้ครบถ้วน  คาดคณะกรรมการ 4 ฝ่าย จะสรุปแนวทางการทำงานทั้งหมดเสนอนายกฯ ได้ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้รัฐบาลออกประกาศใช้เป็นแนวทางปฏิบัติให้แก่ภาคเอกชนได้ทันปีนี้

 นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ในส่วนของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รับไปประสานงานต่อ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่รู้ปัญหาเรื่องนี้ดี โดยในส่วนของภาคเอกชนต้องการให้การแก้ไขปัญหาจบภายใน 4-5 เดือนนี้ และให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย เพราะถ้าหากการแก้ไขปัญหายังล่าช้า จะยิ่งเป็นแรงบั่นทอนการลงทุนในอนาคต

 นางหิรัญญา สุจินัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า นักลงทุนต่างประเทศสอบถามถึงการแก้ปัญหาการลงทุนในมาบตาพุดมายังบีโอไออย่างต่อเนื่อง  ซึ่งพยายามชี้แจงว่าคดีการเพิกถอนใบอนุญาตยังอยู่ในศาลปกครอง รัฐบาลพยายามเร่งกระบวนการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา  67 อย่างเร่งด่วน