
ปีแห่งความผันผวน
ใกล้ถึงวันสิ้นปีเก่า ขึ้นปีใหม่ ประชาชนทั่วไปเตรียมตัวสำหรับเทศกาลฉลองงานรื่นเริงต่างๆ หลังจากใช้ชีวิตตามฐานานุรูปอีก 1 ปี กิจกรรมต่างๆ จึงเน้นการพักผ่อนหย่อนใจ เดินทางท่องเที่ยว รวมทั้งการนับจำนวนอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิต ซึ่งมีจำนวนเป็นพันๆ คน ขึ้นอยู่ก
หนึ่งปีที่กำลังจะสิ้นไปทำให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาสารพัด สภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวหลังจากวิกฤติด้านการเงินและอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเกิดขึ้นในสหรัฐ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ประเทศไทยก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จำเป็นต้องระดมเงินกู้และเงินงบประมาณอัดฉีดผ่านโครงการต่างๆ มากถึง 8 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูความมั่นคง ขณะที่เงินจำนวนหนึ่งต้องถูกโยกย้ายเข้าสู่กระเป๋าผู้เกี่ยวข้องกับวงจรทุจริต
ด้านการเมืองนับว่าเป็นวิกฤติที่ประเทศต้องรับสภาพความแตกแยกของประชาชน การแบ่งฝักฝ่าย โดยเฉพาะการจลาจลกลางเมืองในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สร้างความเสียหายด้านชีวิตและทรัพย์สิน ภาพลักษณ์ของประเทศ ทำให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวซบเซา ถึงขั้นปิดกิจการ หลังจากประกาศขายแล้วไม่มีผู้ซื้อ
วิกฤติความมั่นคงทางการเมืองจากการปลุกระดมสร้างความปั่นป่วนโดยแกนนำคนเสื้อแดงนั้น ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน แต่ทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งหลบหนีโทษจำคุก แต่ยังใช้วิธีการต่างๆ เพื่อสร้างปัญหาให้แผ่นดินเกิด เพราะไม่ยอมรับความผิดและคำพิพากษาของศาล แต่มุ่งที่จะทวงทรัพย์สินคืนจากการอายัดของรัฐบาล
ในวงการเมือง มีพฤติกรรมเถื่อน หยาบของนักการเมือง นอกจากพูดจากหยาบคาย มีความก้าวร้าว ไร้อารยะ ใช้กำลังกันแล้ว ยังไม่สำนึกถึงหน้าที่ หลีกเลี่ยงการประชุม ขาดจิตสำนึกในการรับใช้ประชาชน ละเมิดกฎหมายอย่างจงใจ เช่นการเดินทางไปพบปะกับคนซึ่งหลบหนีหมายจับ ซ่องสุมกับอาชญากรเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน จนถูกกล่าวหาว่าทำตัวเป็นผู้ทรยศขายชาติ ชักศึกเข้าบ้าน ด้วยการสมคบคิดกับประเทศเพื่อนบ้านทำลายความมั่นคงของบ้านเกิด อย่างไร้ยางอาย ไม่สมควรเรียกตัวเองว่าเป็นคนไทย
น่าเสียดายที่วิกฤติต่างไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงทีและจริงจัง โดยผู้มีหน้าที่รักษากฎหมายและระเบียบต่างๆ กระบวนการยุติธรรมมีปัญหาด้านความน่าเชื่อถือ ความน่าเชื่อมั่น ทำให้ที่หวังของประชาชนอยู่ในสภาพเสื่อม รัฐบาลไม่น่าพึ่งพาอาศัย เพราะลอยตัวเหนือปัญหามุ่งเน้นเรื่องการเมืองเกินไป
ขณะเดียวกัน คนไทยได้แสดงความห่วงใยในพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระประชวร ต้องทรงรับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานานหลายเดือน แต่เหล่าพสกนิกรยังแสดงความจงรักภักดี และเฉลิมฉลองวันมหามงคลด้วยการแสดงแสง สี เสียง อันยิ่งใหญ่ เป็นระยะเวลากว่า 10 วัน เป็นปรากฏการณ์ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้เกิดความปลาบปลื้มปีติยินดีต่อประชาชนถ้วนหน้า นับเป็นสิ่งที่ดีแห่งปี เป็นความทรงจำเพื่อความสุขในการเผชิญปัญหาต่างๆ ในปีต่อไป



