ข่าว

"กษิต"โต้ไม่เคยสั่งให้จารกรรมการบิน"ทักษิณ"

"กษิต"โต้ไม่เคยสั่งให้จารกรรมการบิน"ทักษิณ"

17 ธ.ค. 2552

"ไกรศักดิ์" เผยปัญหาพิพาทกับเขมร เพราะผู้นำรัฐบาลหลงเชื่อบางคน จึงเป็นปัญหาที่มาสาเหตุจากบุคคล

(17ธ.ค.) นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า  ปัญหาข้อพิพาทไทยกับกัมพูชา  ในขณะนี้  เป็นเพราะผู้นำรัฐบาลกัมพูชา ไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ ซึ่งเกิดจากบุคคลมิใช่ส่วนรวมตามที่เข้าใจ ไทยไม่ใช่ศัตรูของกัมพูชา ที่มีบางคนพยายามจะโยงถึงปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หากทั้ง 2 ประเทศร่วมกันพัฒนา และมีความเข้าใจตรงกันกับพื้นที่พิพาทเกาะกูด ซึ่งใต้ดินมีพลังงานก๊าซจำนวนมหาศาล ถ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นก็สามารถนำพลังงานเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้ร่วมกัน โดยกัมพูชาจะมีรายได้ในส่วนตรงนี้ไม่ต่ำกว่า 5-600 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

 ดร.ไกรศักดิ์  ระบุว่า ขณะนี้ผู้นำรัฐบาลกัมพูชา  หลงเชื่อบางคนทำให้เกิดปัญหาบานปลาย เพราะฉะนั้นการทูตจะต้องนำหน้าเสมอ โดยหันมามองความจริงกันมิใช่จ้องจะเอาชนะคัดคานซึ่งกัน และกัน เร็วๆนี้ จะมีการประชุมอาเซียนที่จะมีขึ้นที่ประเทศเวียดนาม หากกัมพูชากับไทยสามารถร่วมกันทำการค้าเสรีได้ก็จะเพิ่มศักยภาพให้กับทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งไทยสามารถช่วยเหลือกัมพูชา พัฒนา ด้านคมนาคม และสาธารณสุข ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จึงขอฝากให้นายกรัฐมนตรีกัมพูชา คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม  ยังยืนยันเสมอว่าไทยยังเป็นมิตรกับกัมพูชา

"กษิต"โต้ไม่เคยสั่งให้จารกรรมการบิน"ทักษิณ"

  นายกษิต ภิรมย์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขอยืนยันอีกครั้งว่าการจารกรรมไม่ใช่หน้าที่ของข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ที่สถานทูตไทยต้องติดตามข่าวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  ถือเป็นหลักปฏิบัติโดยปกติ เนื่องจากกระทรวงได้มีคำสั่งให้สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกติดตามความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณเพราะต้องนำตัวกลับมาและเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ต้องติดตามความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวเนื่องกับประเทศไทยซึ่งเป็นการทำหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

  ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการสั่งการใด ๆ เป็นพิเศษในช่วงนั้นหรือไม่ นายกษิตกล่าวว่า " ทำไมต้องทำ เพราะการเดินทางไปเยือนกัมพูชาไม่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ หรือพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธก็มีข่าวออกมาอยู่แล้ว ขอพูดให้ชัดว่าเรื่องการบินผ่านน่านฟ้าเรามีตารางบินอยู่ก่อนแล้ว เพราะตามหลักปฏิบัติระหว่างประเทศต้องมีการแจ้งล่วงหน้า  และยังได้ส่งไปให้สถานทูตไทยที่กัมพูชาเพราะหน่วยงานไทยก็รู้ "

  เมื่อถามว่าหากคณะกรรมาธิการการต่างประเทศเชิญมาอีกจะไปชี้แจงหรือไม่ นายกษิตกล่าวว่า  ตนต้องปรึกษากับส.ส.ของพรรคในคณะกรรมาธิการฯก่อนถึงความเหมาะสม  จะต้องดูสาระและบรรยากาศ  กระทรวงไม่เคยตกหล่นในการไปปรากฎตัวที่กรรมาธิการใดๆของสภา  และได้ตั้งนายอิศร ปกมนตรี  เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงเป็นผู้ประสานงานกับรัฐสภาซึ่งท่านก็ได้ทำหน้าที่อย่างดีต่อเนื่องมาตลอด  อีกทั้งที่ผ่านมาทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ได้ชี้แจงและให้ข้อมูลในเรื่องนี้มาตลอด  ไม่มีอะไรหลบซ่อนในกอไผ่ 

  "ผมพร้อมจะชี้แจง แต่การจะมาวิพาษณ์วิจารณ์ก่อนว่าผมปอดแหก ขี้ขลาด  มันไม่ใช่การสร้างบรรยากาศของการให้ข้อมูลชี้แจง มันต้องถามด้วยว่าประธานกรรมาธิการฯ ท่านมาจากพรรคอะไร  ท่าทีของพรรคการเมืองนั้นต่อตัวผมมันเป็นอย่างไร เราไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาที่ไม่รู้อะไร ไม่ใช่กลัว  ไม่มีความกลัวใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เราจะพูดกันด้วยเหตุด้วยผล
 หรือจะหาเรื่องตีรวนหรือจะหยามกัน"นายกษิตกล่าว

   นายกษิตกล่าวว่า  ที่ผ่านมาเราก็ทำงานของเราในสิ่งที่ควรทำในฐานะรัฐบาลที่จะปกป้องคุ้มครองประชาชนคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก  ไม่ได้มีความบกพร่องใดๆในการทำหน้าที่  ส่วนจะมีอาสาสมัครจะด้วยเจตนาดีด้วยความจริงใจก็ไม่ได้มีปัญหา เช่น  สภาทนายความ เขาก็ไม่ได้มาทำงานในเชิงชิงดีชิงเด่น มาหาเสียง หรือมาหาคะแนนทางการเมือง
 
  "ต้องดูด้วยว่าใครทำอะไรด้วยเจตนาอะไร  มุ่งล้มมุ่งไล่ท่านนายกฯและผมเป็นการเฉพาะโดยตลอดมา พยายามจะโยงทุกสิ่งทุกอย่างมาเพื่อจะเอาผมออกจากตำแหน่ง ด้วยอะไรก็รู้กันอยู่ถึงที่มาที่ไปทั้งหมด แต่ผมไม่กลัวไม่เกรงอะไรทั้งสิ้น เพราะทุกอย่างทำไปบนโต๊ะด้วยความถูกต้อง  และมีความห่วงใยคุณศิวรักษ์ไม่ได้น้อยไปกว่าใครทั้งสิ้นในประเทศไทย"นายกษิตกล่าว