
เครือข่ายสลัม4ภาคยื่นข้อเรียกร้องหลังถูกเขตไล่รื้อ
เครือข่ายสลัม 4 ภาค บุก กทม.ยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อ หลังถูกเขตปิดประกาศไล่รื้อ " ทยา" รับปากแก้ให้ เตรียมลงพื้นที่ เร่งตั้งคก.เสร็จในเดือนม.ค.ปีหน้า
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. กลุ่มเครือข่ายสลัม 4 ภาค กว่า 500 คน รวมตัวกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และเดินทางมายังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เพื่อเรียกร้องให้ กทม.ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย เนื่องจากที่ผ่านมาได้เรียกร้อง แต่ไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งบางชุมชน เช่น ชุมชนหลัง สน.ทองหล่อ เขตวัฒนา และชุมชนเพชรคลองจั่น เขตบึงกุ่ม อยู่ระหว่างการถูกสำนักงานเขตใช้กฎหมายในการไล่รื้อชุมชนออกจากพื้นที่ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ยื่นข้อเรียกร้อง ให้ กทม.ดำเนินการ 4 ข้อ ได้แก่
1.ให้ยุติการไล่รื้อชุมชนแออัด 2.ให้ดำเนินการตามนโยบายโฉนดชุมชน ที่ต้องการแก้ปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างรัฐกับคนจน เพื่อให้สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากปัจจุบันการอาศัยอยู่โดยใช้ทะเบียนบ้านชั่วคราวนั้น มีปัญหาในเรื่องการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาที่มีราคาแพงกว่าปกติ อีกทั้งไม่ได้รับการช่วยเหลือยกเว้นค่าน้ำและไฟตามนโยบายของรัฐบาล
3.ให้ยกเว้นหรือผ่อนปรนการปลูกสร้างบ้านตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ซึ่งเป็นปัญหาในแง่ของกฎหมายทำให้ชาวชุมชนสร้างที่อยู่อาศัยไม่ได้ ซึ่งชุมชนทราบดีว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงมหาดไทย แต่ขณะนี้ชาวชุมชนที่จะถูกไล่รื้อนั้นรอกฎหมายที่กำลังพิจารณาไม่ได้ไม่ได้ และ4.ให้มีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาระหว่าง กทม.และชาวชุมชนแออัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ทั้งนี้นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯกทม.และคณะที่ปรึกษา ผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้รับเรื่องและเข้าประชุมร่วมกับตัวแทนเครือข่าย โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 2 ชม.
นางทยา กล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้องที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องทั้ง 4 ข้อ สำหรับข้อที่ 1.การไล่รื้อนั้นตนขอยืนยันว่า กทม.ไม่มีการไล่รื้ออย่างแน่นอน 2.การออกนโยบายชุมชนนั้น กทม.จะต้องดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล 3.การให้ยกเว้นการปลูกสร้างบ้านตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร นั้นอาจจะเป็นการขัดต่อกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยกำลังพิจารณา คาดว่าจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ซึ่ง กทม.ก็จะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และข้อ4.การตั้งคณะกรรมการร่วมนั้นตนจะเร่งตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 15 ม.ค.ปี 53 โดยคณะกรรมการจะมาจาก กทม. ตัวแทนชุมชน และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเจ้าของพื้นที่ เช่น กทม. สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กรมธนารักษ์ ทั้งนี้ตนจะเร่งลงพื้นที่ชุมชนแออัดต่างๆ ที่มีปัญหา เพื่อรวบรวมข้อมูลและหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้สอดรับกับปัญหาของแต่ละชุมชน



