
ทายาทสิงห์มือแจกปฏิทินโป๊ลาออกแล้ว
ทายาทเบียร์สิงห์มือแจกปฏิทินนู้ดกลางทำเนียบ ออกแถลงการณ์เสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมประกาศรับผิดชอบโดยการลาออกจากข้าราชการการเมืองตั้งแต่วันนี้ ศิริโชค แจง ไม่มีแรงกดดัน"จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี"พ้นขรก. ระบุ เป็นจิตสำนึกสูงของเด็กต่อการกระทำที่รู้เท่าไม่ถ
(17ธ.ค.) เวลา14.00น. นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคนสนิทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้นำหนังสือลาออกจากตำเเหน่งข้าราชการการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีของนส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ทายาทบริษัทสิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด ที่ได้นำปฏิทินลีโอมาเเจกจ่ายที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่16ธ.ค.ที่ผ่านมา
โดยมีรายละเอียดว่า "เรียนท่านสื่อมวลชนที่เคารพ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเกี่ยวข้องกับตัวดิฉันว่า "เปิดท้ายรถเเจกปฏิทินกลางทำเนียบรัฐบาล"นั้น ขอเรียนชี้เเจงถึงข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวว่า ดิฉันไม่มีเจตนาที่จะนำปฏิทินไปเเจกจ่าย เเต่เป็นเพราะมีพี่ๆหลายคนสนใจปฏิทินนี้ ประกอบกับเห็นว่าเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่จึงนำติดรถมา ระหว่างนั้นพี่ๆสื่อมวลชนหลายคนเห็นเเละเข้ามาขอปฏิทินด้วย ดิฉันก็ให้กับทุกคน โดยยอมรับว่าไม่ทันได้คิดเลยว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ซึ่งถือเป็นความไม่รอบคอบของดิฉันเอง จนทำให้ส่งผลกระทบตามมามากมาย
ดิฉันรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้ตัวเองเเละครอบครัวได้รับผลกระทบเเล้วยังส่งผลให้ผู้ใหญ่หลายคนที่ดิฉันนับถือพลอยเสื่อมเสียไปด้วย ดังนั้นเเม้การกระทำครั้งนี้จะเป็นความพลาดพลั้งเนื่องจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์เเต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่นำมาเป็นข้ออ้างปฏิเสธความรับผิดชอบจากการกระทำของตัวเอง ดิฉันขอรับผิดชอบเเต่เพียงผู้เดียวเเละขอน้อมรับคำวิจารณ์ทั้งหมดเพื่อนำไปปรับปรุงตัวเองพร้อมกันนี้ดิฉันกราบขอโทษไปยังประชาชนทั้งประเทศที่ทำเหตุการณ์ไม่เหมาะสมในทำเนียบรัฐบาล
ดิฉันจึงขอเเสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยการลาออกจากตำเเหน่งข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยมีผลนับตั้งเเต่วันที่17ธ.ค.2552
ประเด็นเรื่องนี้เป็นสิ่งที่มีค่ามากเเละจะเป็นเครื่องเตือนสติ ดิฉันว่าทุกๆการกระทำต้องมีความระมัดระวังเเละรอบคอบ หวังว่าสังคมการเมืองจะเปิดโอกาสให้ดิฉันพิสูจน์ตัวเองในภายภาคหน้า"
ด้านนายศิริโชค กล่าวว่า การลาออกของ น.ส.จิตภัสร์ ครั้งนี้ไม่ได้มีใครกดดันให้ลาออกแต่อย่างได แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบด้วยจิตสำนึกของ น.ส.จิตภัสร์ กับผลของการกระทำที่เกิดขึ้น
" ถือเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบอย่างสูงของคนอายุ 23 ที่อาจทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนทำให้เกิดเหตุกระทบภาพลักษณ์ของรัฐบาล ยอมรับว่ารัฐบาลดูแล น.ส.จิตภัสร์ ไม่ดีพอ จึงถือโอกาสนี้ขอโทษพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศด้วย อย่างไรก็ตามหลังจากที่ น.ส.จิตภัสร์ แสดงเจตนาลาออกก็ถือว่ามีผลเรียบร้อยแล้ว โดยจะรายงานให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีรับทราบต่อไป "นายศิริโชค ระบุ
เมื่อถามว่า น.ส.จิตภัสร์ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกไปแล้ว ข้าราชการ รวมถึงโฆษกและรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ที่มาขอต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยหรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการตรวจสอบว่ามีใครขอปฏิทินดังกล่าว ซึ่งจะต้องติดตามกันต่อไป ยอมรับว่าเหตุการณ์เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของ น.ส.จิตภัสร์ ซึ่งผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยู่บนตึกไทยคู่ฟ้าไม่มีใครรับปฏิทินหรือเห็นปฏิทินดังกล่าว หากเห็นว่ามีการนำมาแจกคงจะได้ตักเตือนและห้ามปรามกันตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น
"ผมเชื่อว่ารัฐบาลสามารถชี้แจงและทำความเข้าใจกับสังคมได้ เพราะเป็นการกระทำในนามส่วนตัวของ น.ส.จิตภัสร์ เองและสุดท้ายก็ได้แสดงความรับผิดชอบไปเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าสังคมคงเข้าใจ" นายศิริโชคกล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ในเรื่องนี้ไม่น่าเกิดขึ้นได้และอยากทราบว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้นำปฏิทินชุดดังกล่าวไปแจกจ่ายภายในทำเนียบรัฐบาลได้ ซึ่งจากที่ได้เห็นข่าวปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆที่เป็นรูปภาพปฏิทิน 6 นางแบบสาว และมีพื้นหลังหรือเป็นภาพทำเนียบรัฐบาล ก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก ตนประสานไปยังศูนย์เฝ้าระวังวัฒนธรรม ทำหนังสือเรียกร้องไปยังบริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เพื่อให้มีการระงับการแจกจ่ายปฏิทินดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และขอให้ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึง จะประสานไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อขอให้ตรวจสอบการเผยแพร่ปฏิทินดังกล่าวว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 หรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของสังคมไทย และส่งผลร้ายต่อเด็กและเยาวชน
“ผมหวังว่า การบังคับใช้กฎหมายของกระทรวงสาธารณสุข น่าจะส่งผลต่อการการหยุดจำหน่ายแจกจ่ายได้ เพราะจากการตรวจสอบกฎหมายต่างๆ ของกระทรวงวัฒนธรรม อาทิ พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 เห็นว่ายังมีช่องโหว่ที่ไม่สามารถเอาผิดกับการกระทำลักษณะนี้ได้ ที่สำคัญอยากเรียกร้องให้เจ้าของการผลิตปฏิทิน ควรมีคุณธรรม จริยธรรม และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะปัจจุบันเด็กและเยาวชนเป็นวัยที่น่าเป็นห่วง เพราะไม่สามารถแยกแยะอะไรได้ว่าถูก หรือ ผิด ได้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามในช่วงปีใหม่ ถือเป็นวันเริ่มต้นทำเรื่องที่ดีๆ ในชีวิต จึงอยากขอให้ประชาชนเสพสิ่งที่ดีๆ เข้ามาในชีวิต ผมคิดว่าปฏิทินที่ดีและสร้างสรรค์ ยังมีอีกมาก และดีกว่าที่จะแสวงหาปฏิทินที่เป็นพิษเป็นภัยต่อสังคมมาบริโภค” นายธีระ กล่าว
นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในฐานะที่เป็นผู้ยกร่างข้อบังคับและประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร มีบทบัญญัติมาตราหนึ่ง ที่ห้ามไม่ให้มีการละเมิดเพศผู้อื่น แม้ด้วยสายตา หากไปกระทำการดังกล่าวถือเป็นการกระทำผิดทางจริยธรรม เนื่องจาก น.ส.จิตตภัสร์ เข้าไปดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง โดยใช้โควตาพรรคประชาธิปัตย์ขอแนะให้ น.ส.จิตตภัสร์ ลาออก โดยไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกต่อไป เพราะคนที่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวการเมือง ต้องไม่ทะเยอทะยานแล้วเอาประโยชน์ตนมาเป็นที่ตั้ง
นายชาญชัย กล่าวอีกว่า ในการประชุมพรรควันที่ 22 ธ.ค. ตนจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อถามว่า พรรคพิจารณาบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองโดยวิธีใด น.ส.จิตตภัสร์เข้ามาด้วยเส้นสายใคร ทำประโยชน์อะไรกับพรรค และสร้างประโยชน์อะไรต่อประเทศชาติบ้าง ทั้งนี้เพราะได้ดำรงตำแหน่งมาครบ 1 ปีแล้ว แต่เมื่อมีพฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้น ตนไม่สามารถให้บุคคลเหล่านี้ดำรงตำแหน่งต่อไปได้ เนื่องจากเมื่อตนและสมาชิกลงพื้นที่จะไม่สามารถตอบประชาชนได้หากถูกถามว่า พรรคส่งเสริมให้ขายเหล้าและกระตุ้นให้ความต้องการทางเพศหรือไม่ ทั้งนี้ตนต้องการรู้ว่าใครเป็นผู้แต่งตั้งและรับบุคคลเหล่านี้เข้ามา และต่อให้มาจากตระกูลใหญ่โตขนาดไหนก็ไม่เกี่ยวกัน นอกจากนี้ตนจะถามถึงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีและเลขานุการรัฐมนตรีอีกหลายกระทรวง ที่มีปัญหาพอพอกันด้วย
นายชาญชัย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาสมาชิก และ ส.ส.ของพรรคประธิปัตย์ รู้สึกอึดอัดกับพฤติกรรมของผู้ใหญ่บางคนที่นำเส้นสายของตัวเองเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งที่บางคนเคยเป็นปฏิปักษ์ด่าพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน บางคนก็ตั้งทั้งผัว ทั้งเมียเข้ามา ถือว่าทำเกินไป เหมือนกับว่าพรรคไม่ใช่สถาบันการเมือง แต่เป็นของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น และใครที่นำ น.ส.จิตตภัสร์ เข้ามาต้องรับผิดชอบโดยการลาออกจากกรรมการบริหารพรรคด้วย หากยังไม่รีบยุติเรื่องนี้ ก็จะทำให้เกิดปัญหาบางปลาย และสังคมเกิดความสับสนว่าจริงๆแล้วพรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบายสนับสนุนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสิ่งยั่วยุทางเพศหรือไม่ การจะมาอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคและกล่าวแค่คำขอโทษไม่เพียงพอ หากเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่อยู่ในทำเนียบยังจัดการไม่ได้ ก็ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกเช่นกันเพราะเท่ากับเป็นการส่งเสริมจริยธรรมที่เลวร้ายให้กับสังคม
“น.ส.จิตตภัสร์ถือเป็นข้าราชการการเมือง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 279 สามารถถูกถอดถอนจากตำแหน่งได้ เพราะถือเป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรมอย่างชัดเจน”นายชาญชัย กล่าว
มานิตเผย21 ธ.ค.ถกเสร็จแจ้งความเบียร์สิงห์
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้เร่งรัดให้มีการประชุมทีมกฎหมายและสรุปกรณีปฏิทินเบียร์ยี่ห้อดังโดยเร็วที่สุด โดยในวันจันทร์ที่ 21 ธ.ค. จะประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากประชุมเสร็จสิ้นแล้ว จะแจ้งความต่อเจ้าหน้าพนักงานที่มาร่วมประชุมเพื่อเอาผิดทางกฎหมาย เพราะมิใช่แค่ปฎิทินอย่างเดียว แต่รวมถึงสื่อการโฆษณาอย่างอื่นด้วย เช่นการพิมพ์เสื้อมีโลโกสินค้า แล้วจำหน่าย รวมไปถึงการให้สปอนเซอร์ เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น การแสดงคอนเสิร์ต รวมทั้งลานเบียร์
นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เท่าที่ดูเบื้องต้น พบว่า ปฏิทินดังกล่าวมีตราสัญลักษณ์อยู่บนรูปภาพ 3 จุด เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ซึ่งทีมกฎหมายกำลังตรวจสอบ แต่ตนได้ย้ำว่าต้องทำให้เกิดความชัดเจนก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะเรื่องนี้ละเอียดอ่อน ไม่อยากให้มองว่าเป็นการโหนกระแส หรือรังแกผู้ประกอบการ



