ข่าว

โฆษกกมธ.ขู่จัดการ“เขมร”ดักฟังโทรศัทพ์

โฆษกกมธ.ขู่จัดการ“เขมร”ดักฟังโทรศัทพ์

17 ธ.ค. 2552

โฆษกกมธ.ต่างประเทศฯ ยกอนุสัญญากรุงวียนนาขู่จัดการ“เขมร”ดักฟังโทรศัทพ์ แถมเมิน“พท.”ตั้ง“ ต่อพงษ์”เป็นขุนศึกซักฟอกรบ.

(17ธ.ค.) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ โฆษกคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงข่าวที่ระบุ ว่า คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ฯ ต้องการหาไอ้โม่งที่สั่งการให้นายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกอัคราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ หาข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศกัมพูชาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา ว่า ไม่เป็นความจริง ในที่ประชุมกรรมาธิการฯ ได้มีการถามหาคนสั่งการจริง แต่นายอิศร ปกมนตรี เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า ไม่มีการสั่งการให้นายคำรบไปขอข้อมูล

 โฆษกกมธ.ต่างประเทศ กล่าวว่า แต่ด้วยวิจารณญาณของข้าราชการก็อยากรู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหนีคดี เดินทางถึงกัมพูชาหรือยัง จึงได้โทรศัพท์ไปหานายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทย และกระทรวงการต่างประเทศ ก็ไม่ได้เอาผิดทางวินัยกับนายคำรบ เพราะไม่มีผู้ใดร้องไป ทั้งนี้ที่ตนพูดไม่ได้ปกป้องพรรคประชาธิปัตย์ หรือต้องการให้เกิดความขัดแย้งกับนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ แต่ขอยืนยันว่าที่ประชุมกรรมาธิการฯไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องมาเค้นหาไอ้โม่งที่สั่งการ เพราะกระทรวงการต่างประเทศได้ปฏิเสธไปแล้ว

 น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในที่ประชุมยังได้ถามถึงข้อกล่าวหาว่านายศิวรักษ์ เป็นสายลับจารกรรมข้อมูลมาจากแหล่งใด ซึ่งทางกระทรวงต่างประเทศสันนิษฐานว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวคงสืบเนื่องมาจากการดักฟัง จึงมีคำถามว่าถ้าประเทศไทยถูกดักฟังในสายตาของสากล ทางการทูตมองประเทศไทยอย่างไร ซึ่งได้รับคำตอบว่าเวทีทางการทูตไทยได้รับการยอมรับจากหลายประเทศ เพราะไทยได้ปฏิบัติตามกฎบัติสากลด้วยดีมาตลอด ประเทศไหนไม่ปฏิบัติตามกฎบัติสันธิสัญญาต่างๆ ก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ซึ่งในกรณีนี้หากกัมพูชาดักฟังจริงตามข้อสันนิษฐาน ก็เท่ากับว่าประเทศกัมพูชาละเมิดอนุสัญญากรุงเวียนนา ปี 2504 ซึ่งจะเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อกัมพูชาเอง

 โฆษกกมธ.ต่างประเทศ ฯ กล่าวต่อว่า นายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการฯ ได้เสนอให้ที่ประชุมรับฟังข้อมูลทั้งสองฝ่าย โดยขอให้เชิญ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย นายศิวรักษ์ และนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดานายศิวรักษ์ เข้าให้ข้อมูลต่อที่ประชุมด้วย เพราะจะได้ทราบว่ามีการจัดฉากหรือไม่ มีการล้วงข้อมูลหรือเปล่า ซึ่งประธานคณะกรรมาธิการฯ รับปากจะไปประสานให้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกกลัวหรือไม่ที่พรรคเพื่อไทยได้ตั้งให้นายต่อพงษ์ เป็นหัวหน้าคณะทำงานในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในเรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงการต่างประเทศ น.ส.รัชดา กล่าวว่า ไม่กลัว เพราะคณะกรรมาธิการฯ มาจากหลายฝ่าย ข้อเท็จจริงก็คือข้อเท็จจริง ถ้านายต่อพงษ์อภิปรายฯ โดยอ้างข้อมูลของคณะกรรมาธิการฯ ที่ไม่เป็นความจริง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ก็สามารถแย้งได้ เพราะในสภาต้องพูดแต่ความจริง ที่ตนพูดไม่ได้หมายความว่าคณะกรรมาธิการฯ มีความแตกแยก และเชื่อว่าประธานกรรมาธิการฯ คงรู้หน้าที่และบทบาทดีว่า หน้าที่ของส.ส. และกรรมาธิการฯ ควรทำอย่างไร

 “ ในที่ประชุม ได้ข้อสรุปชัดเจนว่าในประเด็นเรื่องการเตรียมเครื่องบินขับไล่ไว้สกัดเครื่องบินของพ.ต.ท.ทักษิณ นั้นไม่มีการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะการเข้าน่านฟ้าไทยจะต้องมีการขออนุญาต หากไม่ได้รับอนุญาต ก็ต้องบินอ้อมเข้าทางน่านฟ้าอื่น และทางตัวแทนกองทัพอากาศได้ชี้แจงว่า ปกติกองทัพอากาศจะมีการฝึกบิน เตรียมความพร้อมทางการทหารอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ดังนั้นการที่มีเครื่องบิน บินลาดตระเวนตรวจสอบน่านฟ้า จึงไม่เกี่ยวกับการบินประกบหรือสกัดกั้นเครื่องบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ” โฆษกกมธ.ต่างประเทศฯ กล่าว