ข่าว

เตือนเอกชนรับมือเงินดอลล์ผันผวนหนัก

เตือนเอกชนรับมือเงินดอลล์ผันผวนหนัก

17 ธ.ค. 2552

ธปท.มองค่าเงินดอลล์ยังอ่อนในปีหน้า เตือนเอกชนป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนมากขึ้น วางนโยบายดูแลไม่ให้เกิดฟองสบู่จากการเก็งกำไร

 ดร.ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองว่า ช่วงที่ผ่านมาเงินดอลลาร์สหรัฐมีทิศทางอ่อนค่ามาตลอด แต่สาเหตุที่แข็งค่าขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากดัชนีทางเศรษฐกิจของสหรัฐบางตัวมีทิศทางดีขึ้น ขณะเดียวกัน นักลงทุนได้หันมาซื้อดอลลาร์มากขึ้น ซึ่งมองว่าเป็นการแข็งค่าในช่วงสั้นเท่านั้น หากประเมินในระยะยาว หรือปีหน้าแล้ว ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าและผันผวนอย่างมาก ภาคเอกชนควรเน้นป้องกันความเสี่ยงไว้จะปลอดภัยที่สุด

 ทั้งนี้ แนวโน้มที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าอย่างต่อเนื่องได้อีกนั้น เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะสหรัฐที่ยังอ่อนแออยู่ จะทำให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยช้ากว่าประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ซึ่งนั่นเท่ากับว่าในปีหน้าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ค่าเงินในภูมิภาคก็จะแข็งค่าขึ้นในทิศทางที่เหมือนกัน ขณะเดียวกันปัจจัยที่ธนาคารกลางอินเดีย และจีน ลดการถือครองสกุลเงินดอลลาร์ในทุนสำรองระหว่างประเทศ จะเป็นแรงกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์ยังคงอ่อนค่าอยู่

 ผู้ว่าธปท.กล่าวถึงแนวนโยบายของธปท.ว่า ในส่วนนโยบายการเงินจะเน้นระมัดระวัง และดูแลไม่ให้เกิดภาวะฟองสบู่ในภาคต่างๆ ที่มีการเก็งกำไร เพราะบทเรียนวิกฤติที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่า การดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำระยะเวลานาน เสี่ยงต่อการเกิดฟองสบู่ได้ ขณะเดียวกันธปท.ก็จะเข้าไปดูงบดุล ภาพเศรษฐกิจที่สำคัญ งบดุลภาคธุรกิจ หนี้ครัวเรือน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันในภาคสถาบันการเงิน จะดูแลเงินกองทุนให้แข็งแกร่ง

 ส่วนนโยบายด้านอัตราแลกเปลี่ยนนั้น โดยหน้าที่ ของ ธปท.จะดูแลไม่ให้ผันผวน ส่วนเป้าหมายค่าเงิน ว่าจะอยู่ระดับเท่าไหร่นั้น ไม่มีเป้าหมายแน่นอน เพราะบทเรียนเมื่อปี 2540 ได้สอนเป็นอย่างดีว่าหากยึดเป้าหมายค่าเงินระดับใดระดับหนึ่งไว้ จะสร้างความเสียหายอย่างไร เพราะเงินบาท มีการซื้อขายในวงกว้าง ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่การควบคุมหรือกำหนดเป้าหมายราคาสินค้าเกษตรกระทำได้