
เรื่องใหญ่ที่ต้องใช้ระดับชาติ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบอาวุธสงครามที่ 5 ผู้ต้องหาชาวต่างชาติ ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมระหว่างขอพักจอดเติมน้ำมันที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่า เครื่องบินลำดังกล่าวมีจุดหมายปลายทางไปสถานที่แห่งหนตำบลใด
รวมถึงอาวุธสงครามที่ซุกซ่อนอยู่ในเครื่องบินก็ยังไม่รู้ว่าต้นต่อมาจากที่ใด ขณะนี้ทำได้เพียงการควานหาต้นต่อของขบวนการลักลอบค้าอาวุธกลุ่มนี้เท่านั้น
เบื้องต้นจากการตรวจสอบอาวุธสงครามที่ซุกซ่อนอยู่ในเครื่องบิน IL76 มีราคาสูงถึง 500-600 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธที่ใช้ในสงคราม ทั้งเครื่องยิงจรวดประทับบ่า เครื่องยิงจรวดภาคพื้นดิน กระสุนปืน และวัตถุระเบิดที่พร้อมใช้งาน
มีการมอบหมายให้ 6 หน่วยงานหลักรับผิดชอบ ได้แก่ กองปราบปราม กองทัพอากาศ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตำรวจสันติบาล และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดจากกรมสรรพาวุธทหารอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
84 วันที่กองปราบปรามกำหนดเส้นตายในการปิดคดีนี้
เบื้องต้นมีการเพิ่มโทษความผิดเพิ่มเติม หลังจากมีการตรวจสอบพบว่ามีการซุกซ่อนระเบิด โดยผิด พ.ร.บ.การครอบครองวัตถุระเบิด มีโทษจำคุกนานถึง 2 ปี หรือโทษสูงสุดอาจจะถึงขั้นประหารชีวิต
ขณะที่การดำเนินคดีเดินหน้าต่อไปตามกระบวนการนั้น กระแสข่าวว่า อเมริกาจัดฉากจับกุมอาวุธก็ดังกระหึ่ม
แน่นอนว่า ไทยนั้นไม่อาจพลิกพลิ้วเป็นอย่างอื่นได้ เมื่อชัดเจนว่า เครื่องบินบรรทุกอาวุธสงครามต้องห้ามตามมติยูเอ็นบินเข้าน่านฟ้าที่มหาอำนาจอย่างอเมริกา รู้ทุกการเคลื่อนไหว จึงจำใจต้องเล่นไปตามบท และในวันข้างหน้าก็มีแนวโน้มว่า จะได้บทที่เข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะท่าทีที่ต้องแสดงต่อเกาหลีเหนือ
ทั้งที่ความจริงแล้ว เจ้าเครื่อง IL76 ลำนี้ ก็ไม่ใช่แขกที่เพิ่งมาเยือนไทย ข้อมูลที่มีอยู่นั้นระบุว่า เข้ามาไทยถึง 4 ครั้งแล้ว
แต่ข่าวกรองของซีไอเอ ก็เพิ่งจะมาสะกิดแขนให้ไทยจับกุมเอาในวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม โดยที่ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ฮิลราลี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของอเมริกา ก็แสดงความชื่นชมยินดีกับ "กู๊ดบอย" ที่ร่วม "คว่ำบาตร" ชาติที่แข็งขืนอย่างเกาหลีเหนือ
ตรงนี้แหละทางไทยจะต้องเลือกเล่นบทบาทที่พยายามเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด
เพราะต้องไม่ลืมว่า วงการลอบค้าอาวุธนั้น มันมีทั้งมาเฟีย และกลุ่มก่อการร้ายที่กระจายไปในที่ต่างๆ ทั่วโลก
ไม่ว่าด้วยเหตุใด หากต้องเข้าไปข้องแวะกับกลุ่มหรือขบวนการเหล่านั้น ล้วนแต่ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับบ้านเราที่ยังป้อแป้อยู่กับขบวนการแดง-เหลืองกันอยู่
งานนี้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ จึงต้องเข้ามาเป็นเจ้าภาพ เพื่อบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หน่วยงานที่เรื่อยๆ เรียบๆ ไม่ค่อยมีข่าว คราวนี้ต้องแสดงฝีไม้ลายมือให้เต็มที่
เพราะงานนี้พลาดไม่ได้
ถ้าหากบุ่มบ่ามพรวดเข้าไป "จั่วลม" ก็เท่ากับเอาประเทศเข้าไปเสี่ยงกับเรื่องเลวร้าย ทั้งมาเฟียข้ามชาติ หรืออาจถึงขั้นขบวนการก่อการร้ายมาเยือนโดยไม่รู้ตัว
ดูอย่าง ลอร์ด ออฟ วอร์ "วิคเตอร์ บูธ" นั่นปะไร อเมริกาอยากได้จนตัวสั่น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังอยู่ดีสบายในไทย แบ็กดี เส้นใหญ่แค่ไหนไปคิดกันเอาเอง !



