
"เอลฟี่"ดันลาดยาวสร้าง'คุกหญิง'ต้นแบบโลก
"ที่นี่คือคุกในฝันของผม อยากให้ตัวแทนของรัฐบาลจากประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกามาดู มาศึกษา แล้วเอาไปทำเลียนแบบ" มิสเตอร์ซิมบา ตัวแทนจากประเทศอูกันดาแสดงความเห็น ขณะเยี่ยมชมทัณฑสถานหญิงกลาง หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า "คุกหญิงลาดยาว"
เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ผู้ต้องขังหญิง 4,332 คนในเรือนจำแห่งนี้ พร้อมใจกันจัดกิจกรรมต้อนรับคณะผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาเรือนจำจากนานาชาติ ที่มาเยี่ยมชมกว่า 30 ชีวิต ทั้งหมดเป็นตัวแทนจากประเทศต่างๆ เช่น บราซิล ออสเตรเลีย อเมริกา แคนาดา เบลเยียม ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ซูดาน ฯลฯ ส่วนใหญ่ทำงานในองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งของรัฐบาลและเอ็นจีโอ จุดประสงค์เพื่อนำไปเป็นข้อมูลยกร่างข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ
แล้วทำไมต้องมาดูที่เมืองไทย ?
ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงให้ความสำคัญกับโครงการเกี่ยวข้องกับการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก โดยเฉพาะผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำทั่วประเทศไทย จนในที่สุดกระทรวงยุติธรรมได้รับมอบหมายให้จัดทำ "โครงการเอลฟี่" (Enhancing Lives of Female Inmates : ELFI) หรือโครงการพัฒนาชีวิตของผู้ต้องขังหญิง
โดยประเทศไทยกำลังเป็นเจ้าภาพผลักดันให้เกิดร่างข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ และมาตรการไม่ใช้การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง ขณะนี้ร่างข้อกำหนดทั้ง 70 ข้อผ่านการพิจารณาแก้ไขจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยาและทัณฑวิทยาเรียบร้อยแล้ว รอเพียงนำเสนอในที่ประชุมสหประชาชาติในปี 2553 ที่จะถึงนี้ หากได้รับการรับรองจะกลายเป็น "Bangkok Roles" หรือ "ข้อกำหนดกรุงเทพฯ" ขึ้นมาทันที
ข้อกำหนดกรุงเทพฯ จะเป็นมาตรฐานสากลให้รัฐบาลประเทศต่างๆ จากทั่วโลกนำไปจัดการดูแลคุกหญิงในประเทศตัวเอง ถือเป็นความก้าวหน้าด้านสิทธิมนุษยชนของไทยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จากเดิมที่เคยชินกับการทำตามหลักสิทธิมนุษยชน ที่ถูกกำหนดโดยองค์กรนอกประเทศ แต่ Bangkok Roles คือ หลักสิทธิมนุษยชนที่ไทยกำหนดมาตรฐานขึ้นมาเพื่อให้ประเทศต่างๆ นำไปปฏิบัติตาม...
...เมื่อตัวแทนจากนานาชาติเดินอ้อมป้ายชื่อทัณฑสถานหญิงกลางไปด้านหลัง พบเรือนไม้สีฟ้ามีประตูกรงเหล็กสีเทาอ่อนตั้งอยู่ ผ่านกรงเหล็กชั้นแรกเข้าไปผู้มาเยี่ยมทุกคนต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเงิน เศษเหรียญไว้ด้านนอก ก่อนจะเดินก้าวเรียงเข้าไปในกรงเหล็กชั้นที่สอง ภายในมีช่องเอกซเรย์อาวุธและสิ่งของอันตราย จากนั้นจึงเป็นประตูเหล็กด่านสุดท้าย ประตูนี้เป็นแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ล้อมกรอบด้วยกำแพงคอนกรีตสูงเท่าตึก 2 ชั้น ทำให้คนข้างนอกมองไม่เห็นชีวิตของคนข้างใน ส่วนคนข้างในเองก็ไม่ต้องรับรู้ว่าชีวิตที่มีอิสรภาพเป็นอย่างไร
การเยี่ยมชมคุกหญิงขนาดใหญ่ที่สุดของไทยครั้งนี้ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะอนุญาตให้สื่อมวลชนนำกล้องเข้าไปเก็บภาพได้ แต่ต้องเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้ต้องขัง ด้วยการไม่ถ่ายภาพให้เห็นชัดว่าใครเป็นใคร สำหรับห้องที่ได้รับความสนใจจากคณะผู้เยี่ยมชม คือ ห้องเด็กอ่อนที่ตกแต่งด้วยเครื่องนอนสีฟ้าอ่อน สะอาดสะอ้านจนแทบจะนึกว่านั่งอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนราคาแพง ทารกในนี้อายุไม่เกิน 1 ขวบ เป็นลูกติดครรภ์ของผู้ต้องขัง เมื่อคลอดแล้วกฎหมายจะอนุญาตให้ให้นมบุตรได้ 1 ปี ก่อนจะส่งให้ญาติดูแลต่อไป กรณีไม่มีญาติรับเลี้ยงมูลนิธิภายนอกจะช่วยรับผิดชอบจนกว่าแม่จะพ้นโทษหรือมีทางเลือกอื่น
ในแต่ละวันนักโทษแม่ลูกอ่อนจะเข้ามาให้นมลูกวันละ 3 ครั้ง จากนั้นค่อยไปทำกิจกรรมที่รับผิดชอบ ตกเย็นจะมารับลูกไปนอนด้วย พอรุ่งเช้าก็มาส่งให้สถานรับเลี้ยงเด็กอ่อนแห่งนี้
ภายในห้องนอนชั้นสองมีฟูกหมอนพร้อมผ้าปูที่นอนสีฟ้าและผ้าห่มสีเทา จัดวางเรียงกันแถวละ 20-25 ชุด มีพัดลมเพดานและโทรทัศน์ติดข้างกำแพงให้อย่างละเครื่อง รวมถึงห้องน้ำถาวรให้ทุกห้องนอน เพราะหลังจาก 4 โมงเย็นเป็นต้นไป ทุกคนต้องอยู่ภายในห้องนี้ห้ามออกไปไหนจนกว่าจะถึงตีห้าของวันใหม่ ความสะอาดนั้นไม่ต้องกังวล เพราะดูดีกว่าหอพักสตรีหรือหอพักหญิงทั่วไปหลายแห่ง
ในช่วงกลางวันจะมีกิจกรรมหลายอย่างให้เลือกทำ เช่น ฝึกหัตถกรรม ทำอาหาร ซ้อมดนตรีไทย ทำสมาธิ สวดมนต์ ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ฯลฯ แต่ที่เรียกเสียงปรบมือได้มากที่สุด คือ แฟชั่นโชว์ นางแบบสมัครเล่นกว่า 10 ชีวิตส่วนใหญ่อายุยังน้อย เป็นวัยรุ่นหน้าตาน่ารัก บางคนสวยผอมหุ่นดีจนไม่น่าเชื่อว่าเคยทำเรื่องผิดกฎหมายร้ายแรงมาก่อน เมื่อกระซิบถามผู้คุมเรือนจำว่าสาววัยรุ่นหน้าตาดีอายุอานามราว 20 เศษ ที่กำลังเดินแบบอยู่นั้นก่อคดีอะไร คำตอบคือบันดาลโทสะฆ่าแฟนหนุ่มตาย...!?!
"ตอนนี้มีนักโทษประมาณ 4,000 คน แต่เจ้าหน้าที่มีเพียง 229 คน ถ้าเปรียบเทียบกับอดีตความเป็นอยู่ของนักโทษหญิงในเรือนจำดีขึ้นมาก แต่ยังมีปัญหาเรื่องความแออัด เมื่อคนจำนวนมากอยู่ด้วยกัน กฎระเบียบและความเข้มงวดยังเป็นสิ่งจำเป็น นักโทษหญิงไม่ค่อยทำผิดกฎมากนัก ส่วนใหญ่ทะเลาะกันแล้วถูกลงโทษ ถ้าเป็นความผิดครั้งแรกให้ทำทัณฑ์บนไว้ ทำผิดซ้ำอีกจะถูกลงโทษให้ทำความสะอาดเรือนจำ สำหรับความผิดที่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สุด คือ การลักขโมย หากจับได้และมีหลักฐานจะแจ้งตำรวจทันที ต้องจำคุกนานกว่าเดิม ส่วนเรื่องต่อไปคือการไม่ให้รับพัสดุจากภายนอก ป้องกันยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย" อังคะนึง เล็บนาค ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลาง กล่าว
ขณะที่ มิสเตอร์แกรี่ ฮิลล์ จาก ISPAC แสดงความเห็นในฐานะผู้เชี่ยวชาญทัณฑวิทยาว่า จากประสบการณ์ที่ได้มาเยี่ยมชมคุกในเมืองไทยหลายครั้งตั้งแต่ปี 1984 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว สภาพความเป็นอยู่ของนักโทษหญิงดีขึ้นมาก สมัยก่อนเหมือนโกดังเก่าๆ ต้องขอบพระทัยพระองค์ภา เพราะทรงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก แต่สิ่งที่อยากให้พัฒนาเพิ่มเติมมี 2 ข้อ คือ ความแออัด พื้นที่ห้องนอนคับแคบเกินไปสำหรับ 20 กว่าคนนอนรวมกัน กับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้ดูแลกับผู้ต้องขัง ยังมีลักษณะเหมือนผู้คุมกับนักโทษ ควรจะใกล้ชิดและทำให้เกิดความรู้สึกอ่อนโยนกันมากกว่านี้
แกรี่ ยอมรับว่า การกำหนดมาตรฐานคุกหญิงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุกของแต่ละประเทศมีลักษณะเฉพาะ สำหรับเขาแล้วคุกในฝันน่าจะอยู่ในสวีเดน เพราะประชากรไม่ค่อยทำผิดกฎหมาย จำนวนผู้ต้องขังน้อยมาก การดูแลเป็นไปอย่างทั่วถึง สภาพแวดล้อมน่าอยู่เหมือนบ้านมากกว่าคุก อย่างไรก็ตามหาก Bangkok Roles ผ่านการรับรองของยูเอ็น จะกระตุ้นให้ประชาคมโลกหันมาสนใจและมองคุกของตัวเอง รวมถึงความตั้งใจที่จะปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ผู้หญิงในคุกให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม
"อย่าลืมว่าคุกไม่ได้เปลี่ยนคน แต่คนเปลี่ยนตัวเอง คุกเป็นเพียงสถานที่ให้คนมีโอกาสได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง" ผู้เชี่ยวชาญเรื่องคุกกล่าวทิ้งท้าย



