ข่าว

เพิ่มอีก 2 กีฬา
แข่ง "ตรังเกมส์" ไฟเขียวทีมชาติ โม่แข้ง

เพิ่มอีก 2 กีฬา แข่ง "ตรังเกมส์" ไฟเขียวทีมชาติ โม่แข้ง

07 มี.ค. 2552

กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 38 "ตรังเกมส์" ที่เมืองตรัง 9-19 ก.ย.นี้ เพิ่มการแข่งขันอีก 2 กีฬา คือ ซอฟท์บอล และบริดจ์ รวมเบ็ดเสร็จ 34 กีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และสมาคมลูกหนังไทย ไฟเขียวให้ แข้งทีมชาติ ไทยลีก ดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 ลงโม่แข้งในฟุตบอลและ

 “บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 38 “ตรังเกมส์” เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ รร.เอสซี ปาร์ค พร้อมด้วยนายสมพงษ์ อนุยุทธพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ผอ.ศูนย์ กกท. 75 จังหวัด และตัวแทน 35 สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อเตรียมการจัดการแข่งขัน "ตรังเกมส์" ระหว่างวันที่ 9-19 กันยายนนี้
 ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดการแข่งขันบรรจุกีฬาอีก 2 ชนิด ได้แก่ ซอฟท์บอล และบริดจ์ เข้าชิงชัย ทำให้มีการแข่งขันกีฬาทั้งหมด 34 ชนิด และมีกีฬาทางอากาศ (เครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ) เป็นกีฬาสาธิต โดย กกท.จัดงบประมาณในปี 2551 ให้ จ.ตรัง 10 ล้านบาท งบซ่อมแซมสนาม 5 ล้านบาท เงินสนับสนุนในการเป็นเจ้าภาพปี 2552 อีก 30 ล้านบาท เงินสนับสนุนให้จังหวัดที่เป็นเจ้าภาพในรอบคัดเลือก 5 ภาค ภาคละ 4 ล้านบาท (รวม 20 ล้านบาท) จัดงบประมาณให้ 76 จังหวัดในการส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันจังหวัดละ 2 แสนบาท รวมทั้งสิ้น 98,720,000 บาท ส่วนการแข่งขันรอบคัดเลือกระดับภาค กำหนดเจ้าภาพแล้ว ภาค 1 ที่ จ.ระยอง วันที่ 25 เมษายน-4 พฤษภาคม ภาค 2 ที่ จ.เพชรบุรี วันที่ 20-29 พฤษภาคม ภาค 3 ที่ จ.กาฬสินธุ์ วันที่ 25-24 พฤษภาคม ภาค 4 ที่ จ.ระนอง วันที่ 25 พฤษภาคม- 4 มิถุนายน และภาค 5 ที่ จ.เชียงราย วันที่ 30 มีนาคม-8 เมษายน
  สำหรับการแข่งขันฟุตบอลและฟุตซอล กกท.หารือกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดโอกาสให้นักเตะทีมชาติลงเล่นได้ โดยฟุตบอล (ชาย-หญิง) จะอนุญาตให้แต่ละทีมส่งรายชื่อนักเตะทีมชาติ ไทยลีก ดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 ได้ไม่เกินทีมละ 5 คน แต่ส่งลงสนามได้นัดละ 3 คนเท่านั้น ขณะที่ฟุตซอล (ชาย-หญิง) จะให้มีนักเตะทีมชาติได้ทีมละ 3 คน แต่ส่งลงสนามได้ทีมละ 2 คน เพื่อให้การแข่งขันมีความเข้มข้นน่าติดตามมากขึ้น โดยนักเตะที่จะมาขึ้นทะเบียนเล่นให้จังหวัดได้นั้นจะต้องใช้สูติบัตร หรือใบเกิด มาเป็นหลักฐานเท่านั้น ส่วนฟุตซอลอนุญาตให้ใช้ภูมิลำเนา สถานศึกษาหรือ สถานที่ทำงานในการขึ้นทะเบียนเล่นให้จังหวัด
 ขณะที่นายสมพงษ์ กล่าวว่า สนามแข่งขันและสนามฝึกซ้อมต่างๆ มีการปรับปรุงไป 60 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ จ.ตรัง ใช้งบประมาณไป 140 ล้านบาท แต่ได้เน้นเรื่องการใช้เงินอย่างคุ้มค่าให้มากที่สุด และต้องคำนึงถึงเรื่องการจัดการแข่งขันให้ได้มาตรฐาน ปรับปรุงสนามแข่งขันให้อยู่ในระดับสากล เพื่อจะทำให้นักกีฬาทุกคนได้แสดงความสามารถกันอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องพิธีเปิด-ปิด มอบให้ “ศุภักษร” หรือ ศุภวัฒน์ จงศิริ รับผิดชอบในวงเงิน 7 ล้านบาท และกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย 1 ล้านบาท เชื่อว่าการเตรียมงานต่างๆ จะเสร็จเรียบร้อยตามที่กำหนดไว้